ข้อความต้นฉบับในหน้า
จะตัดกระโปรงก็ดี ควรจะยาวแค่ไหน ถ้าบอก
ว่าให้ยาวครึ่งหน้าแข้ง หลายคนจะหน้าเบ้
เชยแหลก แต่จริง ๆ ถูกต้องที่สุด ชุดมินิ
ตลอดจนชุดที่ยกขึ้นมาเรื่อย ๆ ตามลำดับ
จากพ้นครึ่งหน้าแข้งขึ้นมา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เรียกว่านุ่งซิ่วหมด ทำไมล่ะ ถ้าเป็นคุณผู้หญิงนี่
ล่อกิเลสกาม ขุดบ่อล่อจระเข้ เดี๋ยวเถิดจะถูก
คาบเอาไป เจ้าจระเข้มันจ้องอยู่ เดี๋ยวขย้ำเสร็จ
เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะให้ตัวเองปลอดภัย
พยายามเถิด กระโปรงของเรา ผ้าถุงของเรา
กางเกงของเรา ถ้าจะให้ปลอดภัยจริง ๆ
พยายามดึงลงมาให้ถึงครึ่งหน้าแข้ง มิฉะนั้น
จะกลายเป็นนุ่งชั่ว ขนาดพระภิกษุท่านยังต้อง
ระวังเลย
ๆ
เคยนึกบ้างไหม ถ้าพระภิกษุนั่งสบงแค่
หัวเข่าจะเป็นอย่างไร ขนาดพระภิกษุเป็นผู้ชาย
นุ่งสบงแค่หัวเข่าดูเผิน ๆ ไม่น่าเสียหาย แต่ว่า
จริง ๆ แล้วเสียหาย เพราะว่าไม่น่าดู ขนหน้าแข้ง
ยาวเป็นคืบเชียว ออกมาในลักษณะน่ารังเกียจ
เพราะเป็นผู้ชาย แต่ผู้หญิงบางคนก็น่ารังเกียจ
เหมือนกัน ขาก็ลีบ ๆ แล้วยังอุตส่าห์นั่งมินิ
นุ่งไมโคร แต่ถ้าขาสวย ๆ ไปนั่งเข้า นั่นยั่วยุ
กามารมณ์ ขุดบ่อล่อจระเข้ บางทียังแปลกใจ
ว่าออกมาจากบ้านได้เป็นวัน ๆ หลุดปากจระเข้
มาได้อย่างไร กลับบ้านไปดูเสีย กระโปรง
ที่ยังไม่ถึงครึ่งหน้าแข้ง
ของเรา กางเกงของเรา
พยายามดึงลงมาให้ถึงเถิด
บางคนอาจจะค้อนแล้วประชดว่า ให้
หลวงพ่อเขยไปองค์เดียวเถิด อย่ามาดึงหนูเชย
ไปด้วยเลย ชักไม่ถูกใจ แต่ลูกเอ๊ย...นี่ถูกต้อง
ที่สุดแล้ว กลับไปทำให้ดี มิฉะนั้นมันล่อแหลม
อย่าไปนั่งเลย อันตราย พระภิกษุเป็นผู้ชาย
ท่านยังต้องนุ่งสบงครึ่งหน้าแข้งเลย
การห่ม สำหรับธรรมเนียมการห่มจีวรของ
พระภิกษุก็เหมือนกัน ถ้ายาวเกินไปจะกรอมเท้า
ลากโคลน ถ้าสั้นเกินไปก็ไม่สวย การห่มของ
พระภิกษุยังมีธรรมเนียมอีก เคยมีคนบอกว่า
มีเด็กมาถาม “ทำไมพระไทยมีหลายก๊กหลาย
เหล่าเหลือเกิน” คือ บางองค์ห่มคลุมไหล่เดียว
ปล่อยไหล่อีกข้างไว้ บางองค์ก็ห่มคลุมหมด
สองไหล่ บางองค์ห่มคลุมไหล่ข้างเดียวแล้วมี
ผ้ารัดอก นี่ชุดอะไร นิกายไหน เด็กไม่รู้ก็ถาม
แล้วผู้ใหญ่มาวัดเป็นปี ๆ ตอบไม่ได้อีก หลวงพ่อ
ก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าผู้ใหญ่ก็ไม่รู้เหมือนกัน
การห่มจีวรของพระภิกษุมีหลายแบบ
แต่ละแบบใช้ในโอกาสต่าง ๆ กัน ไม่เกี่ยวกับ
นิกายหรือยุคสมัยใด ๆ ทั้งสิ้น
๑
แบบที เรียกว่า ห่มลดไหล่ เป็นการห่ม
นอกพิธีการขณะอยู่ในวัด ถือเหมือนว่าอยู่บ้าน
ตนเอง ก็ห่มพอสบาย ๆ คือ ห่มให้คลุมไหล่
ซ้าย แขนซ้าย จนถึงข้อศอก ถ้าห่มคลุมหมด
ทั้งสองไหล่เดี่ยวจะร้อนไป จึงปล่อยให้ได้ลม
สักหน่อยทางด้านขวา และเพื่อจะหยิบข้าว
หยิบของอะไรจะได้ถนัด ห่มอย่างนี้บางทีก็เรียก
ห่มเฉวียงบ่า
ถ้าเปรียบกับฆราวาส การห่มลดไหล่ ก็
เสมือนกับการแต่งตัวชุดอยู่บ้าน คือ นุ่งห่ม
แบบหลวม ๆ ยืน เดิน นั่ง-นอนจะได้สบาย ๆ
ทำงานก็คล่องตัว
แบบที่ ๒ เรียกว่า ห่มคลุม คือ ต้องห่ม
คลุมให้มิดหมดทั้ง ๒ ไหล่ คลุมจนกระทั่ง
ไม่เห็นหลุมคอหรือไหปลาร้าของเรา ถ้าปล่อย
ให้โผล่ออกมาเมื่อไรถือว่าห่มไม่เรียบร้อย ยิ่ง
กว่านั้นยังต้องจีบม้วนเก็บชายให้เรียบร้อย
ไม่ใช่สักแต่ว่าพัน ๆ เอา การห่มคลุมใช้ใน
โอกาสที่ออกไปนอกวัด
ตุลาคม ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๗๑