สุนทรพจน์ระดับโลก วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 107 หน้า 15
หน้าที่ 15 / 86

สรุปเนื้อหา

สุนทรพจน์ระดับโลก พระมหาธานนท์ เวคชโย เปรียญธรรม ๙ ประโยค จากวัดพระธรรมกาย 66 นาวาลำน้อยที่ลอยเคว้งคว้าง ณ ท่ามกลางมหานที ไร้หางเสือกำหนดทิศ แลไม่เห็นฝั่งแห่งสมุทร ท้ายสุดต้องอับปางลงด้วยคลื่นลมที่รุนแรงฉันใด ทุกสรรพชีวิตในห้วงแห่งสังสารวัฏอันหาเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายมิได้ ถูกความมืดคืออวิชชายึดเหนี่ยวจิต ดำเนินชีวิตด้วยความประมาท แลไม่เห็นฝั่งแห่งสมุทร คือพระนิพพาน ต้องตกต่ำตามลำดับด้วยอำนาจอกุศลกรรมที่ตนทำไว้ฉันนั้น จวบจนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเอกอุดมบุรุษ ไร้ซึ่งบุคคลผู้เปรียบปาน เสด็จอุบัติขึ้นบนโลก ทรงค้นพบสัจธรรมความจริงอันประเสริฐ กำจัดความมืดมิดคืออวิชชาในใจของมนุษย์และเทวาทั้งหลายให้ พลันสลายไป หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงเกินคณานับ เปรียบดั่งดวงอรุโณทัยฉายแสง ณ ท่ามกล

หัวข้อประเด็น

- สุนทรพจน์ระดับโลก

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๑๖ สุนทรพจน์ระดับโลก พระมหาธานนท์ เวคชโย เปรียญธรรม ๙ ประโยค จากวัดพระธรรมกาย 66 นาวาลำน้อยที่ลอยเคว้งคว้าง ณ ท่ามกลางมหานที ไร้หางเสือกำหนดทิศ แลไม่เห็นฝั่งแห่งสมุทร ท้ายสุดต้องอับปางลงด้วยคลื่นลมที่รุนแรงฉันใด ทุกสรรพชีวิตในห้วงแห่งสังสารวัฏอันหาเบื้องต้น ท่ามกลาง และเบื้องปลายมิได้ ถูกความมืดคืออวิชชายึดเหนี่ยวจิต ดำเนินชีวิตด้วยความประมาท แลไม่เห็นฝั่งแห่งสมุทร คือพระนิพพาน ต้องตกต่ำตามลำดับด้วยอำนาจอกุศลกรรมที่ตนทำไว้ฉันนั้น จวบจนกระทั่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเอกอุดมบุรุษ ไร้ซึ่งบุคคลผู้เปรียบปาน เสด็จอุบัติขึ้นบนโลก ทรงค้นพบสัจธรรมความจริงอันประเสริฐ กำจัดความมืดมิดคืออวิชชาในใจของมนุษย์และเทวาทั้งหลายให้ พลันสลายไป หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงเกินคณานับ เปรียบดั่งดวงอรุโณทัยฉายแสง ณ ท่ามกลางนภา ย่อม ขจัดความมืดมนอนธการ ส่องแสงสว่างในทิศทั้งปวงฉันนั้น บัดนี้ แม้ดวงตะวันคือพระบรมศาสดาจะลาลับดับขันธปรินิพพานนานแล้ว หากแต่พระธรรมคำสอน ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ดีแล้วนั่นแล นับเป็นศาสดาตัวแทนพุทธองค์ เป็นเครื่องสลัดออกจากภพ เป็นอมตธรรม ที่ไม่ตายจากความจริง อาศัยพระอรหันตสาวกทั้งหลายมีพระมหากัสสปเถระเป็นประมุข ร่วมใจกันรวบรวม เรียบเรียงลิขิตจารึกไว้เป็นภาษาบาลี ในครั้งปฐมสังคายนาหลังพุทธปรินิพพานในกาลไม่นานนัก และได้ ทรงจำรักษาสืบต่อเรื่อยมา ด้วยพลังแห่งศรัทธาทั้งน้ำตาและโลหิตของเหล่าศาสนทายาทผู้ทุ่มเทชีวิตจิตใจ ทรงจำศึกษา เป็นทนายแก้ต่างปกป้องพระพุทธศาสนาให้พ้นจากภัยพาลที่เกิดขึ้นในยุคนั้น ๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่า จนกาลล่วงเลยมากว่า ๒,๐๐๐ ปี พระพุทธศาสนาก็ยังคงตั้งมั่นยืนหยัดเป็นที่พึ่งแก่มนุษย์และเทวาทั้งหลาย สืบมา ท่านพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย หากแต่สังคมในยุคปัจจุบันนี้ พระพุทธศาสนาที่บรรพบุรุษของพวกเรา ได้ปกป้องรักษาเจริญรุ่งเรืองมากว่า ๒,๕๐๐ ปี กลับค่อย ๆ เสื่อมลง ชนทั้งหลายผิดศีล ๕ เป็นอาจิณ เห็น น้ำเมาที่มีโทษทำให้ขาดสติเป็นค่านิยมที่ดี เบียดเบียนทำร้ายกันในรูปแบบต่าง ๆ มีวางระเบิดและเผายาง เป็นต้น วาจาที่เสียดสี หักรานประโยชน์ กล่าวร้ายเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ก็ได้ยินแทบทุกวี่วัน ดังนั้น ภาษาบาลีจึงนับเป็นสุดยอดภาษา เพราะรักษาแก่นแท้คำสอนของพระพุทธศาสนาไว้ พุทธบริษัท ทั้งสี่ย่อมพากเพียรศึกษาพระปริยัติธรรมอยู่เพียงใด พระพุทธศาสนาก็ย่อมตั้งมั่นอยู่เพียงนั้น การศึกษาเล่า เรียนพระบาลีเป็นมงคลของชีวิตเพราะทุกถ้อยวจนะในพระบาลีที่ผ่านตา คือองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ผ่านใจ ประดุจดั่งได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดา สดับพระธรรมเทศนาจากพระองค์อย่างชิดใกล้ ดวงจิตที่เลื่อมใสย่อม ถูกกลั่นให้ผ่องใส เกิดบุญกุศลราศีทับทวีทุก ๆ ครั้งที่เล่าเรียน พระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ผู้ทรงเป็นนาถะของโลก มีคุณค่าเกินกว่าเพชรนิลจินดาหรือเงินตรา ใด ๆ เพราะกว่าพระองค์จะทรงนำความรู้อันบริสุทธิ์มาถ่ายทอดสั่งสอนแก่ชาวโลกทั้งหลาย พระองค์ต้อง ใช้เวลาในการสร้างสมบ่มบาร มบารมีสิ้นกาล ๒๐ อสงไขยแสนมหากัป พระธรรมคำสอนอันทรงคุณค่ามหาศาลนี้ คือชวาลาประทีปอันรุ่งเรืองสว่างไสว ส่องนำทางชาวโลกให้พ้นจากความมืดมนอนธการคืออวิชชา ก้าวข้าม วัฏสงสารอันกันดาร ไปสู่ฝั่งแห่งพระนิพพานโดยสวัสดี 16
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More