ข้อความต้นฉบับในหน้า
การที่บุคคลหนึ่งบุคคลใดจะกระทำมโนปณิธานในการรื้อขนสรรพสัตว์ให้หลุดพ้น
จากทุกข์ในวัฏสงสารได้อย่างตลอดรอดฝั่ง ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ชาติแรก จนกระทั่งมาตรัสรู้
เป็น "พระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ได้สําเร็จในชาติสุดท้ายนั้น ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยง่าย
ทั้งนี้เพราะบุคคลนั้นต้องผ่านการฝึกฝนอบรมตนเองอย่างต่อเนื่อง ต้องทุ่มเททำความดี
ทุกประการอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพัน จนกระทั่งสามารถผ่านอุปสรรคและภยันตรายต่าง
ในวัฏสงสารนี้มาได้สําเร็จนานัปการ จึงจะสามารถได้คุณสมบัติที่ได้โดยยากหลากหลาย
ประการรวมอยู่ในบุคคลคนเดียว ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันได้ตรัสแสดงถึง
ความยากไว้ ๔ ประการ ดังนี้
การได้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็นับว่ายาก
การดำรงชีวิตของเหล่าสัตว์ก็นับว่ายาก
การได้ฟังพระสัทธรรมก็นับว่ายาก
การที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายจะเสด็จอุบัติก็ยิ่งยาก
พระดำรัสนี้เป็นการตรัสยืนยันด้วยพระโอษฐ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเองว่า บุคคล
ที่จะมาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตนั้น จะต้องผ่าน
ความยากลำบากเหล่านี้มาแล้วทั้งสิ้น ความยากลำบากใด ๆ ในโลกนี้ ไม่มีสิ่งใดยากเกิน
กว่า ๔ เรื่องนี้อีกแล้ว และในบรรดาความยากทั้ง ๔ เรื่องนี้ การบังเกิดขึ้นของพระสัมมา
สัมพุทธเจ้าเป็นเรื่องยากที่สุด
ความรู้เหล่านี้เป็นประสบการณ์โดยตรงของพระพุทธองค์ ที่ได้มาจากการฝึกฝน
อบรมตนเองมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ชาติแรกจนกระทั่งชาติสุดท้าย ผ่านการทำความดีอย่าง
อุทิศชีวิตเป็นเดิมพันมาทุกรูปแบบ โดยไม่มีข้อแม้เงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะต้องผจญ
อุปสรรคปัญหามากมายเพียงใด ก็ไม่สะทกสะท้านหวั่นไหว ไม่ท้อถอยหมดกำลังใจ ไม่ถอดใจ
ล้มเลิกการทำความดี แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม ทั้งนี้เพื่อกระทำมโนปณิธานที่ตั้งใจ
ไว้ตั้งแต่ชาติแรกให้เป็นจริงดังที่เคยตั้งมโนปณิธานไว้ ซึ่งมีสาระสำคัญว่า
เมื่อเราตรัสรู้แล้ว จะให้ผู้อื่นตรัสรู้ด้วย
เมื่อเราพ้นจากกิเลสแล้ว จะให้ผู้อื่นพ้นจากกิเลสด้วย
เมื่อเราข้ามโลกได้แล้ว จะให้ผู้อื่นข้ามได้ด้วย
มหาสมุทรคือวัฏสงสารมีภัยมาก
1 เอรกปัตตนาคราชวัตถุ, ขุ. ธ. ๒๕/๑๘๒/๙๐ (มจร.)
2 ๑ สุเมธกถา, ขุ. พุทธ. ๓๓/๕๕-๕๘/๕๗๔ (มจร.)
ๆ
67