ข้อความต้นฉบับในหน้า
"
มนุษย์เป็นคนกำหนดภัยพิบัติของธรรมชาติ
ไม่ใช่ธรรมชาติเป็นคนกำหนดชะตาของมนุษย์
ท่านจึงเขียนคัมภีร์วิสุทธิมรรค แบ่งออกเป็น ๓ ภาค
ภาคที่ ๑ ศีลนิเทศ ภาคที่ ๒ สมาธินิเทศ ภาคที่ ๓ ปัญญานิเทศ
๑
เนื้อหาที่อยู่ในระหว่างภาคที่หนึ่งกับภาคที่สองนี้ ท่านยังเขียน “ธุดงคนิเทศ” คั่นไว้ด้วย ซึ่ง
ต่อมาคัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เอง ได้ทำาให้เกิดคำพูดขึ้นว่า ในพระพุทธศาสนามีวิธีฝึกสมาธิ ๔๐ วิธี
ทั้งนี้ก็เพราะท่านได้รวบรวมวิธีฝึกสมาธิ ทั้งที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในพระไตรปิฎก และพบ
เห็นด้วยตัวของท่านเองตามวัดวาอารามต่าง ๆ นำมาร้อยกรองมาเรียบเรียงจนกลายเป็นคัมภีร์
ฝึกสมาธิเล่มสำคัญที่สุดของโลกอีกเล่มหนึ่ง
ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เอง ได้เล่าถึงการแตกดับของโลกและจักรวาลไว้ว่ามีหลายรูปแบบ
บางครั้งแตกดับด้วยอำนาจของไฟบรรลัยกัลป์ บางครั้งแตกดับด้วยน้ำบรรลัยกัลป์ และบางครั้ง
แตกดับด้วยลมบรรลัยกัลป์
ในคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า สาเหตุที่โลกและจักรวาลต้องพินาศแตกดับไป ก็เพราะว่า กิเลส
ในใจของมนุษย์เป็นตัวการท่าลายโลก
เมื่อใดที่โลกมากด้วยโทสะ ย่อมพินาศด้วยไฟบรรลัยกัลป์
เมื่อใดที่โลกมากด้วยราคะ ย่อมพินาศด้วยน้ำบรรลัยกัลป์
เมื่อใดที่โลกมากด้วยโมหะ ย่อมพินาศด้วยลมบรรลัยกัลป์
นั่นก็หมายความว่ามนุษย์เป็นคนกำหนดภัยพิบัติของธรรมชาติ ไม่ใช่ธรรมชาติเป็นคนกำหนด
ชะตาของมนุษย์
เมื่อหลวงพ่ออ่านพบเรื่องลมบรรลัยกัลป์ ซึ่งเป็นลมชนิดหนึ่งที่พัดมากระทบโลกแล้วหอบยก
เอาภูเขาลูกใหญ่ ๆ ขึ้นไปกลางอากาศ แล้วกระทบกันเปรี้ยง ๆ ในที่สุดก็แตกเป็นผงเป็นทรายไป
จากนั้นก็พัดท่าลายให้แผ่นดินแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วก็หอบมากระทบกันเปรี้ยง ๆ ในที่สุดโลก
ทั้งโลกก็ถูกทำลายไป ในตอนนั้นก็ยังนึกสภาพไม่ออกว่าจะเกิดขึ้นกับโลกของเราในลักษณะอย่างไร
จนเมื่อได้มาฟังเรื่องลมสุริยะนี้เอง ทำให้นึกถึงข้อความท่อนนี้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคขึ้นมาได้
เนื้อหาท่อนนี้เป็นเนื้อหาที่พระเถระผู้มีญาณทัศนะในอดีตได้ระลึกชาติย้อนไปรู้ไปเห็น
ปรากฏการณ์เหล่านี้ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่าน ๆ มา ท่าให้ท่านรู้ว่าในอนาคตก็จะเกิดขึ้นอีก จึง
บันทึกเอาไว้ ซึ่งถ้าใครได้อ่านแล้วก็จะเข้าใจปรากฏการณ์ต่าง ๆ ของโลกได้แจ่มชัดขึ้น
เรื่องของลมสุริยะที่เล่าให้ฟังนี้ หลวงพ่อขอฝากเป็นข้อคิดว่า เราต้องรู้จักนำเหตุการณ์ใน
ปัจจุบันมาเทียบเคียงกับคัมภีร์โบราณหรือพระไตรปิฎกบ้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกเกี่ยวกับ
โลกและชีวิตตามความเป็นจริง ซึ่งจะเป็นเหตุให้สัมมาทิฐิของพวกเราหยั่งรากลึก เหมาะสมที่จะ
เป็นครูบาอาจารย์ของสัตวโลกทั้งภพนี้และภพหน้า และทำให้เราสามารถทำหน้าที่กัลยาณมิตร
ได้อย่างดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ซึ่งก็จะเป็นบุญบารมีติดตัวเราไปมากขึ้นอีกตราบนานเท่านาน 2
71