ภัยพิบัติของธรรมชาติ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 107 หน้า 59
หน้าที่ 59 / 86

สรุปเนื้อหา

" มนุษย์เป็นคนกำหนดภัยพิบัติของธรรมชาติ ไม่ใช่ธรรมชาติเป็นคนกำหนดชะตาของมนุษย์ ท่านจึงเขียนคัมภีร์วิสุทธิมรรค แบ่งออกเป็น ๓ ภาค ภาคที่ ๑ ศีลนิเทศ ภาคที่ ๒ สมาธินิเทศ ภาคที่ ๓ ปัญญานิเทศ เนื้อหาที่อยู่ในระหว่างภาคที่หนึ่งกับภาคที่สองนี้ ท่านยังเขียน “ธุดงคนิเทศ” คั่นไว้ด้วย ซึ่ง ต่อมาคัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เอง ได้ทำาให้เกิดคำพูดขึ้นว่า ในพระพุทธศาสนามีวิธีฝึกสมาธิ ๔๐ วิธี ทั้งนี้ก็เพราะท่านได้รวบรวมวิธีฝึกสมาธิ ทั้งที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในพระไตรปิฎก และพบ เห็นด้วยตัวของท่านเองตามวัดวาอารามต่าง ๆ นำมาร้อยกรองมาเรียบเรียงจนกลายเป็นคัมภีร์ ฝึกสมาธิเล่มสำคัญที่สุดของโลกอีกเล่มหนึ่ง ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เอง ได้เล่าถึงการแตกดับของโลกและจักรวาลไว้ว่ามีหลายรูปแบบ บางครั้งแตกดับด้วยอำนาจของไฟบรรลั

หัวข้อประเด็น

- ภัยพิบัติของธรรมชาติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

" มนุษย์เป็นคนกำหนดภัยพิบัติของธรรมชาติ ไม่ใช่ธรรมชาติเป็นคนกำหนดชะตาของมนุษย์ ท่านจึงเขียนคัมภีร์วิสุทธิมรรค แบ่งออกเป็น ๓ ภาค ภาคที่ ๑ ศีลนิเทศ ภาคที่ ๒ สมาธินิเทศ ภาคที่ ๓ ปัญญานิเทศ ๑ เนื้อหาที่อยู่ในระหว่างภาคที่หนึ่งกับภาคที่สองนี้ ท่านยังเขียน “ธุดงคนิเทศ” คั่นไว้ด้วย ซึ่ง ต่อมาคัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เอง ได้ทำาให้เกิดคำพูดขึ้นว่า ในพระพุทธศาสนามีวิธีฝึกสมาธิ ๔๐ วิธี ทั้งนี้ก็เพราะท่านได้รวบรวมวิธีฝึกสมาธิ ทั้งที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในพระไตรปิฎก และพบ เห็นด้วยตัวของท่านเองตามวัดวาอารามต่าง ๆ นำมาร้อยกรองมาเรียบเรียงจนกลายเป็นคัมภีร์ ฝึกสมาธิเล่มสำคัญที่สุดของโลกอีกเล่มหนึ่ง ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคนี้เอง ได้เล่าถึงการแตกดับของโลกและจักรวาลไว้ว่ามีหลายรูปแบบ บางครั้งแตกดับด้วยอำนาจของไฟบรรลัยกัลป์ บางครั้งแตกดับด้วยน้ำบรรลัยกัลป์ และบางครั้ง แตกดับด้วยลมบรรลัยกัลป์ ในคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า สาเหตุที่โลกและจักรวาลต้องพินาศแตกดับไป ก็เพราะว่า กิเลส ในใจของมนุษย์เป็นตัวการท่าลายโลก เมื่อใดที่โลกมากด้วยโทสะ ย่อมพินาศด้วยไฟบรรลัยกัลป์ เมื่อใดที่โลกมากด้วยราคะ ย่อมพินาศด้วยน้ำบรรลัยกัลป์ เมื่อใดที่โลกมากด้วยโมหะ ย่อมพินาศด้วยลมบรรลัยกัลป์ นั่นก็หมายความว่ามนุษย์เป็นคนกำหนดภัยพิบัติของธรรมชาติ ไม่ใช่ธรรมชาติเป็นคนกำหนด ชะตาของมนุษย์ เมื่อหลวงพ่ออ่านพบเรื่องลมบรรลัยกัลป์ ซึ่งเป็นลมชนิดหนึ่งที่พัดมากระทบโลกแล้วหอบยก เอาภูเขาลูกใหญ่ ๆ ขึ้นไปกลางอากาศ แล้วกระทบกันเปรี้ยง ๆ ในที่สุดก็แตกเป็นผงเป็นทรายไป จากนั้นก็พัดท่าลายให้แผ่นดินแตกเป็นเสี่ยง ๆ แล้วก็หอบมากระทบกันเปรี้ยง ๆ ในที่สุดโลก ทั้งโลกก็ถูกทำลายไป ในตอนนั้นก็ยังนึกสภาพไม่ออกว่าจะเกิดขึ้นกับโลกของเราในลักษณะอย่างไร จนเมื่อได้มาฟังเรื่องลมสุริยะนี้เอง ทำให้นึกถึงข้อความท่อนนี้ในคัมภีร์วิสุทธิมรรคขึ้นมาได้ เนื้อหาท่อนนี้เป็นเนื้อหาที่พระเถระผู้มีญาณทัศนะในอดีตได้ระลึกชาติย้อนไปรู้ไปเห็น ปรากฏการณ์เหล่านี้ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตที่ผ่าน ๆ มา ท่าให้ท่านรู้ว่าในอนาคตก็จะเกิดขึ้นอีก จึง บันทึกเอาไว้ ซึ่งถ้าใครได้อ่านแล้วก็จะเข้าใจปรากฏการณ์ต่าง ๆ ของโลกได้แจ่มชัดขึ้น เรื่องของลมสุริยะที่เล่าให้ฟังนี้ หลวงพ่อขอฝากเป็นข้อคิดว่า เราต้องรู้จักนำเหตุการณ์ใน ปัจจุบันมาเทียบเคียงกับคัมภีร์โบราณหรือพระไตรปิฎกบ้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกเกี่ยวกับ โลกและชีวิตตามความเป็นจริง ซึ่งจะเป็นเหตุให้สัมมาทิฐิของพวกเราหยั่งรากลึก เหมาะสมที่จะ เป็นครูบาอาจารย์ของสัตวโลกทั้งภพนี้และภพหน้า และทำให้เราสามารถทำหน้าที่กัลยาณมิตร ได้อย่างดียิ่ง ๆ ขึ้นไป ซึ่งก็จะเป็นบุญบารมีติดตัวเราไปมากขึ้นอีกตราบนานเท่านาน 2 71
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More