การสวดมนต์ในชีวิตประจำวัน วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 107 หน้า 64
หน้าที่ 64 / 86

สรุปเนื้อหา

หน่อย ปรากฏว่าพอเลิกสวดมนต์ เพื่อนที่ก่อเรื่อง มาขอโทษโดยชวนไปเลี้ยงข้าว ตอนนั้นยิ้มออกแล้ว เพราะหายโกรธไป ๙๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วทุกอย่าง ก็เลยดี เพราะฉะนั้นบ้านไหนแม่บ้านอยากให้พ่อบ้าน กลับบ้านตรงเวลาและครอบครัวสงบ อบอุ่น ร่มเย็น แทนที่จะปล่อยให้คิดฟุ้งซ่านเรื่องนั้นเรื่องนี้สวดมนต์ ลองสวดมนต์ดู มีบ้านหนึ่งพ่อบ้านเลิกงานแล้วไม่ ไปเรื่อย ๆ นี่เป็นตัวอย่างว่างานเยอะก็สวดมนต์ได้ เราเองในแต่ละวันมีเวลาที่ไร้สาระเยอะมาก ถ้าเอาเวลาเหล่านี้มาสวดมนต์ก็จะได้หลายรอบ แทนที่จะปล่อยใจไปคิดเรื่องอื่น อาบน้ำอยู่ก็สวดได้ ไม่บาป เพราะการระลึกถึงพระรัตนตรัยคือการแสดง ความเคารพ ล้างหน้า แปรงฟัน สวดได้หมด กิน ข้าวยังสวดได้เลย ทำอย่างนี้แล้วจะไม่มีคำพูดว่า ไม่มีเวลาสวดมนต์ ไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม เพราะ สามารถหาได้ในท

หัวข้อประเด็น

- การสวดมนต์ในชีวิตประจำวัน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

หน่อย ปรากฏว่าพอเลิกสวดมนต์ เพื่อนที่ก่อเรื่อง มาขอโทษโดยชวนไปเลี้ยงข้าว ตอนนั้นยิ้มออกแล้ว เพราะหายโกรธไป ๙๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วทุกอย่าง ก็เลยดี เพราะฉะนั้นบ้านไหนแม่บ้านอยากให้พ่อบ้าน กลับบ้านตรงเวลาและครอบครัวสงบ อบอุ่น ร่มเย็น แทนที่จะปล่อยให้คิดฟุ้งซ่านเรื่องนั้นเรื่องนี้สวดมนต์ ลองสวดมนต์ดู มีบ้านหนึ่งพ่อบ้านเลิกงานแล้วไม่ ไปเรื่อย ๆ นี่เป็นตัวอย่างว่างานเยอะก็สวดมนต์ได้ เราเองในแต่ละวันมีเวลาที่ไร้สาระเยอะมาก ถ้าเอาเวลาเหล่านี้มาสวดมนต์ก็จะได้หลายรอบ แทนที่จะปล่อยใจไปคิดเรื่องอื่น อาบน้ำอยู่ก็สวดได้ ไม่บาป เพราะการระลึกถึงพระรัตนตรัยคือการแสดง ความเคารพ ล้างหน้า แปรงฟัน สวดได้หมด กิน ข้าวยังสวดได้เลย ทำอย่างนี้แล้วจะไม่มีคำพูดว่า ไม่มีเวลาสวดมนต์ ไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม เพราะ สามารถหาได้ในทุกอิริยาบถ การสวดมนต์แบบออกเสียงกับไม่ออก เสียงอย่างไหนได้บุญมากกว่ากัน ถ้าสถานที่เหมาะสมสวดออกเสียงดีกว่า จะ ทำอะไรก็ตาม ถ้าอยู่ในใจก็แค่แรงระดับหนึ่ง ถ้าพูด ออกมาจะแรงเพิ่มขึ้น ถ้าลงมือทำก็หนักขึ้นไปอีก อย่างเช่น คิดจะทำร้ายคนอื่นก็ส่งผลลัพธ์แค่ใจชัก จะไม่ดี ถ้าพูดว่าฉันจะเล่นงานแก ผลจะหนักขึ้น แต่ พอลงมือทำร้ายผลจะออกมาแรงที่สุด เพราะฉะนั้น การสวดมนต์ก็เหมือนกัน ออกเสียงดีกว่า อาตมาเคยมีประสบการณ์ตอนเรียนอยู่คณะ แพทย์ฯ ปกติจะเป็นคนค่อนข้างจะอารมณ์ดี เพราะ เข้าวัดตั้งแต่มัธยมปลาย แต่มีอยู่คราวหนึ่งเพื่อนไม่ รักษาคำพูด ทำให้เสียหายมาก อาตมารู้สึกโกรธ เลยไปสวดมนต์ทำวัตรเช้า เสร็จแล้วเช็กใจตัวเองดู ปรากฏว่า ความโกรธหายไปประมาณ ๗๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ยังเหลืออีกตั้ง ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ เลยเริ่มสวดใหม่อีก ๑ รอบ เช็กใจตัวเองดู ความ โกรธหายไปประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีกนิด ๗๖ ค่อยกลับบ้าน ทำให้มีปัญหาในครอบครัว แม่บ้าน เลยไปกราบเรียนถามพระอาจารย์ว่าจะทำอย่างไร ให้ดีขึ้น พระอาจารย์ให้พระเครื่องมาองค์หนึ่ง แล้ว บอกว่า เวลาพ่อบ้านกลับบ้านให้แม่บ้านเอาพระขึ้น มาอมเลย จะมีเมตตามหานิยม แม่บ้านก็ทำตาม พอพ่อบ้านเปิดประตูรั้วปับ เอาพระใส่ปากอมเลย พออมพระอยู่ในปากแล้วจะพูดไม่ถนัด ปกติแม่บ้าน บ่นจนพ่อบ้านรำคาญ เลยไม่อยากจะกลับบ้าน พอ เลิกบ่นพ่อบ้านก็รู้สึกสบายใจ บรรยากาศก็ดีขึ้น นี่แค่หยุดพูดในทางไม่ดีนะ แต่ถ้าเมื่อไรรวมพลัง สวดมนต์ ทําความ ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูก ผลคือบรรยากาศในบ้านจะอบอุ่นและสงบร่มเย็น ทุกอย่างจะดีขึ้นจากพลังเสียงสวดมนต์ของทุกคน ในบ้าน สําหรับผู้ที่เริ่มสวดมนต์จะเลือกสวดบท ไหนดี ถ้าเป็นเด็ก ๆ ก็ให้สวด “อะระหัง สัมมา...” ๆ ที่เขาสวดหน้าเสาธงก่อนเข้าเรียน แล้วก็ต่อด้วย “นะโม ตัสสะ...” ถ้าขึ้นชั้นประถมปลายควรจะให้สวด “อิติปิ โส...” ได้แล้ว ถ้าขึ้นมัธยมแล้ว อยากให้ สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็นให้ได้ ถ้าสวดไม่เป็นให้เปิด DMC ดูก็ได้ ช่วงที่มีก ช่วงที่มีการสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น จะมีตัวหนังสือที่หน้าจอด้วย มีเสียงด้วย เราก็สวด ไปพร้อม ๆ กันทุกวัน ไม่เกิน ๑ เดือน สวดได้ ไม่ ยากเลย แล้วได้ผลดีมาก ติดตามชมรายการข้อคิดรอบตัวย้อนหลังได้ที่ www.dmc.tv 76
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More