ชีวิตหลวงพี่และความยากลำบากของครอบครัว วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 105 เดือนกรกฎาคม หน้า 42
หน้าที่ 42 / 84

สรุปเนื้อหา

“ว่าไปแล้ว..ชีวิตหลวงพี่ก็เหมือนละคร ซึ่ง หลวงพี่จึงเกิดจิตสำนึกขึ้นมาว่า เราน่าจะเป็น หากย้อนนึกถึงโยมแม่ครั้งที่หลวงพี่ยังเด็ก ท่านต้อง ลูกที่เป็นที่พึ่งให้ท่านได้สักคน จึงวางแผนกับ ตกระกำลำบากจากการเลี้ยงลูกที่เกิดแบบหัวปี น้องชายคนเล็กว่าจะไปเป็นแรงงานต่างด้าว ท้ายปีถึง ๔ คน พร้อมกับทำนาไปด้วย ทุกวันโยม ที่ต่างประเทศ แต่ก่อนไปเราก็ต้องไปกู้เงินเขา แม่จะเอาหลวงพี่ใส่ตะกร้าหน้า ส่วนพี่ชายใส่ ตะกร้าหลัง แล้วสอดไม้คานหาบไปท้องนาด้วยกัน การที่ต้องเอาลูกไปเลี้ยงขณะทำนา ทำให้บ่อยครั้ง ที่โยมแม่ต้องร้องไห้ เพราะโดนโยมพ่อตะคอกด่า เนื่องจากไม่ยอมวิ่งไปจับควายที่กำลังเข้าไป ข้าวในนาจนเสียหาย เพราะต้องวิ่งมาดูลูกที่ กำลังร้องกระจองอแง ซึ่งกว่าลูกจะโต โยมแม่ ทุกข์ทรมานอย่างแสน สาหัส เพราะต้องหลังขด ห

หัวข้อประเด็น

- ชีวิตหลวงพี่และความยากลำบากของครอบครัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

“ว่าไปแล้ว..ชีวิตหลวงพี่ก็เหมือนละคร ซึ่ง หลวงพี่จึงเกิดจิตสำนึกขึ้นมาว่า เราน่าจะเป็น หากย้อนนึกถึงโยมแม่ครั้งที่หลวงพี่ยังเด็ก ท่านต้อง ลูกที่เป็นที่พึ่งให้ท่านได้สักคน จึงวางแผนกับ ตกระกำลำบากจากการเลี้ยงลูกที่เกิดแบบหัวปี น้องชายคนเล็กว่าจะไปเป็นแรงงานต่างด้าว ท้ายปีถึง ๔ คน พร้อมกับทำนาไปด้วย ทุกวันโยม ที่ต่างประเทศ แต่ก่อนไปเราก็ต้องไปกู้เงินเขา แม่จะเอาหลวงพี่ใส่ตะกร้าหน้า ส่วนพี่ชายใส่ ตะกร้าหลัง แล้วสอดไม้คานหาบไปท้องนาด้วยกัน การที่ต้องเอาลูกไปเลี้ยงขณะทำนา ทำให้บ่อยครั้ง ที่โยมแม่ต้องร้องไห้ เพราะโดนโยมพ่อตะคอกด่า เนื่องจากไม่ยอมวิ่งไปจับควายที่กำลังเข้าไป ข้าวในนาจนเสียหาย เพราะต้องวิ่งมาดูลูกที่ กำลังร้องกระจองอแง ซึ่งกว่าลูกจะโต โยมแม่ ทุกข์ทรมานอย่างแสน สาหัส เพราะต้องหลังขด หลังแข็ง ตากแดด ตากฝน ทำงานหนักเพื่อหาเงินมา ส่งลูกทุกคนให้จบ ป.5 แต่อนิจจา..เคราะห์ซ้ำ กรรมซัดอย่างไรก็ไม่ทราบ นับวันครอบครัวเราก็จนลง เรื่อย ๆ จนแทบจะอดตาย เพราะหนี้สินเพิ่มขึ้นเป็น เงาตามตัว เนื่องจากพอ ขายข้าวได้ก็ต้องเอาเงินไปจ่ายเป็นค่าเช่านาเกือบ หมด จนเงินที่จะซื้อน้ำปลากินสักขวดยังไม่มีเลย ตอนหลังโยมพ่อโยมแม่เลยเลิกทำนา แล้วพากัน ระหกระเหินเข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ พอ มาถึงก็ไม่รู้จะทำอะไร เนื่องจากโยมแม่อายุมาก ถึง ๕๒ ปีแล้ว ซึ่งแทนที่จะได้พัก ก็ต้องหันมาเริ่ม ต้นชีวิตใหม่ด้วยอาชีพคุ้ยของจากกองข งขยะท สกปรก ๆ เอามาขาย เช่น กระป๋อง ขวด เศษ เหล็ก ตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนถึงบ่าย ๓ โมงทุกวัน ส่วนโยมพ่อก็ทำงานเป็นยาม ต้องอดหลับอดนอน ด้วยความลำบากในวัยชราของท่านทั้ง ๒ นี้เอง ๓ มาจ่ายค่านายหน้าและค่าเครื่องบิน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ครอบครัวเรามีหนี้สินท่วมท้นขึ้นไปอีก พอไปต่างประเทศแล้วนึกว่าจะดี แต่ที่ไหนได้ น้องชายที่ไปสิงคโปร์ได้หายสาบสูญไป โดย ไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรมานานกว่า 5 ปีแล้ว จนทำให้ โยมแม่ทุกข์ใจเหมือน ตายทั้งเป็น ส่วนหลวงพี่ ขณะที่อยู่ที่ประเทศ ไต้หวัน แรก ๆ ก็ยัง ติดต่อโยมแม่บ้าง จน กระทั่งถึงช่วงที่หลวงพี่ G เจอปัญหารุมเร้า หลายอย่าง จนเกิด ภาวะเครียดและก็ เหงาว้าเหว่มาก เพื่อน ก็หาทางออกให้ โดย แนะวิธีคลายเหงา ด้วยการให้หลวงพี่ใช้ สารเสพติด พวกยาบ้า ยาไอซ์ ดื่มเหล้า และสูบบุหรี่วันละ 6 ซอง ทำให้เงินทองที่หามาได้หมดไปกับสิ่งพวกนี้ และที่แย่ที่สุด หลวงพี่ขาดการติดต่อกับทาง บ้านไปเลย จนโยมแม่กระวนกระวายใจมาก เพราะกลัวหลวงพี่จะหายสาบสูญไปเหมือน น้องชาย ท่านจึงพยายามโทร.หา แต่โทร.เท่าไร น น หลวงพี่ก็ไม่รับ ท่านจึงได้แต่ฝากบอกกับเพื่อน หลวงพี่ว่าให้โทร.กลับ แต่หลวงพี่ก็ทำให้ท่าน รอคอยทั้งน้ำตา เพราะละอายใจและไม่อยาก ให้ท่านรู้ว่า หลวงพี่ตกอยู่ในสภาพที่แย่แบบนี้ ไปแล้ว แต่ความลับไม่มีในโลก โยมแม่แอบรู้ 47
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More