การอยู่ธุดงค์และคุณค่าของพระภิกษุ วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 105 เดือนกรกฎาคม หน้า 52
หน้าที่ 52 / 84

สรุปเนื้อหา

เป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณของการอยู่ธุดงค์ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ การอยู่ป่าเป็นวัตร ๒. ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ๓. ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ๔. ถือไตรจีวร เป็นวัตร ๕. การเป็นผู้มักน้อย 5. การเป็นผู้สันโดษ การเป็นผู้สงัด ๔. การเป็นผู้ไม่ คลุกคลี ๔. การเป็นผู้ปรารภความเพียร การเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ๑๑. การเป็นผู้ สมบูรณ์ด้วยสมาธิ ๑๒. การเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญา ๑๓. การเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติ การเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติญาณทัสสนะ” QP. ท่านพระมหาโมคคัลลานะเป็นผู้เลิศด้วยฤทธิ์ กล่าวตอบเป็นรูปที่ห้าว่า "ป่าจะพึง งามด้วยพระภิกษุธรรมกถึก ๒ รูป ผู้ผลัดกันถามตอบพระอภิธรรมกถาไปมาอย่างไม่มีหยุด พัก” ท่านพระสารีบุตรเป็นผู้เลิศด้วยปัญญา กล่าวตอบเป็นรูปสุดท้ายว่า “ป่าจะพึงงามด้วย พระภิกษุผู้อยู่ในวิหา

หัวข้อประเด็น

- การอยู่ธุดงค์และคุณค่าของพระภิกษุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

G'S ๖๔ ©),000 ผู้ตรวจดู โลกธาตุ (๑ โลกธาตุ เท่ากับ ๑,๐๐๐ จักรวาล ในที่นี้หมายถึง ๑ ล้าน จักรวาล) ด้วยตาทิพย์อันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์อย่างทั่วถึงไม่ขาดสาย ท่านพระมหากัสสสปะ เป็นผู้เลิศด้วยการอยู่ธุดงค์ กล่าวตอบเป็นรูปที่สี่ว่า "ป่าจะพึ่งงามด้วยพระภิกษุผู้อยู่ธุดงค์ เป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณของการอยู่ธุดงค์ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่ การอยู่ป่าเป็นวัตร ๒. ถือบิณฑบาตเป็นวัตร ๓. ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ๔. ถือไตรจีวร เป็นวัตร ๕. การเป็นผู้มักน้อย 5. การเป็นผู้สันโดษ การเป็นผู้สงัด ๔. การเป็นผู้ไม่ คลุกคลี ๔. การเป็นผู้ปรารภความเพียร การเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ๑๑. การเป็นผู้ สมบูรณ์ด้วยสมาธิ ๑๒. การเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยปัญญา ๑๓. การเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติ การเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยวิมุตติญาณทัสสนะ” ๑. QP. ๑๐. ๗. ท่านพระมหาโมคคัลลานะเป็นผู้เลิศด้วยฤทธิ์ กล่าวตอบเป็นรูปที่ห้าว่า "ป่าจะพึง งามด้วยพระภิกษุธรรมกถึก ๒ รูป ผู้ผลัดกันถามตอบพระอภิธรรมกถาไปมาอย่างไม่มีหยุด พัก” ท่านพระสารีบุตรเป็นผู้เลิศด้วยปัญญา กล่าวตอบเป็นรูปสุดท้ายว่า “ป่าจะพึงงามด้วย พระภิกษุผู้อยู่ในวิหารสมาบัติได้ตามใจปรารถนา ทั้งในเวลาเช้า เวลาเที่ยง เวลาเย็น ด้วย การท่าให้จิตอยู่ในอ่านาจของตน ไม่ยอมให้ตนอยู่ในอานาจของจิต" เมื่อพระเถระทั้ง ๕ รูป ต่างตอบคำถามตามอัธยาศัยของตนแล้ว ก็พากันไปเข้าเฝ้า พระบรมศาสดา เพื่อกราบทูลถามปัญหานั้นกับพระพุทธองค์ ซึ่งพระองค์ก็ตรัสรับรองว่า ทุกคำตอบของพระเถระทั้ง ๕ รูป เป็นคำตอบที่ถูกต้อง ส่วนคำตอบในทรรศนะของพระองค์ นั่นก็คือ “ป่าจะพึงงามด้วยพระภิกษุผู้ปรารภความเพียรอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพัน” โดย ตรัสตอบว่า “สารีบุตร ภิกษุในธรรมวินัยนี้กลับจากบิณฑบาต ภายหลังฉันภัตตาหารเสร็จ แล้ว นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้าว่า “จิตของเรายังไม่หมดความถือมั่น (และ) ไม่หลุดพ้นจากอาสวะทั้งหลายเพียงใด เราจักไม่ทำลายบัลลังก์นี้เพียงนั้น สารีบุตร ป่าโคสิงคสาลวันจึงงามด้วยภิกษุเช่นนี้ ดังนั้น จากพระบรมพุทโธวาทบทนี้ ย่อมเป็นคำตอบว่า ไม่ว่าวัดใดก็ตาม ตราบใด ที่วัดนั้นยังมีพระภิกษุผู้ปรารภความเพียรอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพัน ตราบนั้นวัดจะไม่ร้าง อย่างแน่นอน และวัดนั้น ก็จะเป็นวัดที่มีพระเถระ พระมัชฌิมะ และพระนวกะ ที่สามา แจกจ่ายโลกุตรธรรมให้สังคมได้จริง ความเจริญรุ่งเรืองในวัดนั้น ก็จะกลายเป็นความเจริญ รุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาให้ชาวโลกในยุคนั้นได้เลื่อมใสศรัทธาและทุ่มชีวาบำเพ็ญภาวนา ตามหมู่สงฆ์ในวัดนั้นด้วย 2 มหาโคสิงคสูตร, ม.มู ๑๒/๓๕๕/๓๗๕-๓๗๖ (มจร.)
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More