ความสำคัญของพระภิกษุในวัด วารสารอยู่ในบุญ ปี 2554 ฉบับที่ 105 เดือนกรกฎาคม หน้า 51
หน้าที่ 51 / 84

สรุปเนื้อหา

เดิมพัน ๗. วัดย่อมไม่มีวันร้าง เมื่อยังมีพระภิกษุผู้บำเพ็ญภาวนาอย่างอุทิศชีวิตเป็น วัดในโลกนี้ ถือกำเนิดเกิดขึ้นได้ก็เพราะสถานที่แห่งนั้น มีพระภิกษุผู้บำเพ็ญเพียร ภาวนาอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพันเข้าไปอยู่อาศัยที่นั่น จากแต่เดิมที่เคยเป็นโคนไม้ ลอมฟาง วิหารร้าง เรือนว่าง ป่าช้า ป่าชัฏ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ทุ่งร้าง ก็ถูกสร้างเป็นสังฆาราม ถวายให้แก่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมจากทั้งสี่ทิศจากน้ำพักน้ำแรงของชาวบ้าน บ้าง จากสมบัติพัสถานของเศรษฐีบ้าง จากพระราชทรัพย์ของพระราชาบ้าง สถานที่รกร้าง ในโลกนี้แปรเปลี่ยนเป็นวัดก็ด้วยอาศัยความศรัทธาที่มีต่อการบำเพ็ญภาวนาอย่างอุทิศชีวิต น น เป็นเดิมพันของพระภิกษุสงฆ์ทั้งสิ้น ในทำนองตรงกันข้าม วัดที่สร้างขึ้นแล้วในโลกนี้ จะกลับไปเป็นโคนไม้ ลอมฟาง วิหารร้าง

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของพระภิกษุในวัด

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เดิมพัน ๗. วัดย่อมไม่มีวันร้าง เมื่อยังมีพระภิกษุผู้บำเพ็ญภาวนาอย่างอุทิศชีวิตเป็น วัดในโลกนี้ ถือกำเนิดเกิดขึ้นได้ก็เพราะสถานที่แห่งนั้น มีพระภิกษุผู้บำเพ็ญเพียร ภาวนาอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพันเข้าไปอยู่อาศัยที่นั่น จากแต่เดิมที่เคยเป็นโคนไม้ ลอมฟาง วิหารร้าง เรือนว่าง ป่าช้า ป่าชัฏ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ทุ่งร้าง ก็ถูกสร้างเป็นสังฆาราม ถวายให้แก่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมจากทั้งสี่ทิศจากน้ำพักน้ำแรงของชาวบ้าน บ้าง จากสมบัติพัสถานของเศรษฐีบ้าง จากพระราชทรัพย์ของพระราชาบ้าง สถานที่รกร้าง ในโลกนี้แปรเปลี่ยนเป็นวัดก็ด้วยอาศัยความศรัทธาที่มีต่อการบำเพ็ญภาวนาอย่างอุทิศชีวิต น น เป็นเดิมพันของพระภิกษุสงฆ์ทั้งสิ้น ในทำนองตรงกันข้าม วัดที่สร้างขึ้นแล้วในโลกนี้ จะกลับไปเป็นโคนไม้ ลอมฟาง วิหารร้าง เรือนว่าง ป่าช้า ป่าชัฏ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ทุ่งร้าง ก็เพราะสถานที่แห่งนั้นไม่ หลงเหลือพระภิกษุผู้บำเพ็ญเพียรภาวนาอย่างอุทิศชีวิตเป็นเดิมพันอยู่ที่นั่นเช่นกัน ป่างามด้วยพระภิกษุผู้ปรารภความเพียร สมัยหนึ่งในครั้งพุทธกาล พระบรมศาสดาประทับอยู่ที่ป่าโคสิงคสาลวัน ซึ่งเป็นป่า ต้นสาละที่กำลังออกดอกบานสะพรั่ง ส่งกลิ่นหอมจรุงใจดุจกลิ่นทิพย์ พร้อมด้วยพระเถระ ผู้เป็นพระสาวกที่มีชื่อเสียงหลายรูป คือ ท่านพระสารีบุตร ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ท่านพระมหากัสสปะ ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระเรวตะ ท่านพระอานนท์ และพระเถระ ผู้เป็นพระสาวกที่มีชื่อเสียงรูปอื่น ๆ ในราตรีแจ่มกระจ่างด้วยแสงจันทร์คืนนั้น พระเถระทั้ง จันทร์คืนนั้น พระเถระทั้ง ๕ รูป คือท่านพระอานนท์ ท่านพระเรวตะ ท่านพระอนุรุทธะ ท่านพระมหากัสสปะ ท่านพระมหาโมคคัลลานะ ได้พา กันเข้าไปหาพระสารีบุตรเพื่อฟังธรรมถึงที่หลีกเร้น การสนทนาธรรมในวันนั้น ท่านพระ สารีบุตร ตั้งคำถามขึ้นว่า "ป่าโคสิงคสาลวันจะพึ่งงามด้วยพระภิกษุเช่นไร” พระเถระทั้ง ๕ รูป ตอบเรียงตามลำดับความเป็นผู้มีพรรษาน้อยที่สุดไปหาผู้มีพรรษามากที่สุด โดย ท่านพระอานนท์ผู้เลิศด้วยความเป็นพหูสูต กล่าวตอบเป็นรูปแรกว่า “ป่าจะพึงงามด้วย พระ ภิกษุผู้เป็นพหูสูต ผู้แสดงธรรมแก่พุทธบริษัท ๔ ด้วยถ้อยคำที่เข้าใจง่าย ต่อเนื่องไม่ขาด สาย จนกระทั่งสามารถถอนกิเลสที่นอนเนื่องในใจให้หมดสิ้นไป” ท่านพระเรวตะเป็นผู้ เลิศด้วยความยินดีในฌาน กล่าวตอบเป็นรูปที่สองว่า “ป่าจะพึงงามด้วยพระภิกษุผู้ยินดีใน ฌาน หลีกออกเร้น บำเพ็ญวิปัสสนาอยู่ในฌานอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย ท่านพระอนุรุทธะ เป็นผู้เลิศด้วยตาทิพย์ กล่าวตอบเป็นรูปที่สามว่า "ป่าจะพึ่งงามด้วยพระภิกษุผู้มีตาทิพย์ 1 มหาโคสิงคสูตร, ม.ม ๑๒/๓๓๒/๓๖๖ (มจร.)
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More