ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผู้ที่บวชในช่วงเข้าพรรษา
จึงได้ศึกษาพระธรรมวินัย
ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ได้เต็มที่
เป็นพิเศษมากกว่าคนที่บวช
ช่วงอื่น ๆ
๒. ในแง่ของอาจารย์ ช่วงเข้าพรรษาอาจารย์
ไม่ไปไหนแน่ ต้องอยู่ตลอด ๓ เดือน เพราะฉะนั้น
ก็พร้อมที่จะให้ความรู้นักเรียนได้เต็มที่ ผู้ที่บวชใน
ช่วงเข้าพรรษาจึงได้ศึกษาพระธรรมวินัย ทั้งปริยัติ
และปฏิบัติได้เต็มที่เป็นพิเศษมากกว่าคนที่บวชช่วง
P
อื่น ๆ
ปกติในเวลาเข้าพรรษาจะมีการถวาย
เทียน แต่ในปัจจุบันมีการถวายหลอด
ไฟฟ้าแทน ไม่ทราบว่าต่างกันหรือไม่
และบุญที่ได้ต่างกันแค่ไหน?
เรื่องนี้ถ้าเราเข้าใจวัตถุประสงค์และที่มาที่ไป
ของประเพณี เราจะทำได้ถูกต้อง สมัยโบราณไม่มี
ไฟฟ้า ต้องอาศัยแสงเทียนในการศึกษาพระธรรมวินัย
จึงมีการหล่อเทียนพรรษาและถวายเทียนพรรษา
และอะไรก็ตามที่ถวายแด่พระรัตนตรัย ท่านจะทำ
กันสุดฝีมือ เทียนที่หล่อจึงไม่ใช่เทียนธรรมดา แต่
แกะสลักลวดลายอย่างสุดฝีมือ ถือเป็นการแสดง
ความเคารพพระรัตนตรัย โบราณถือว่ายิ่งทำด้วย
ความตั้งใจ เจตนาบริสุทธิ์ และมีศรัทธาอย่างแรง
กล้าเต็มเปี่ยม บุญยิ่งมหาศาล สังเกตดูจะเห็นว่า
ศูนย์รวมของศิลปวัฒนธรรมทั้งหลายจะอยู่ที่วัด
เพราะเวลาสร้างบ้านตัวเองเอาแค่พออยู่ได้ แต่สร้าง
โบสถ์ สร้างศาลา สร้างวิหาร ทำจนสุดฝีมือ มีฝีมือ
เท่าไรทุ่มไปจนสุด ทุ่มทั้งชีวิต กลายเป็นตัวดึงให้
ศิลปวัฒนธรรมของประเทศสูงไปด้วย เพราะคน
โบราณจะมีความศรัทธาเลื่อมใสมาก ทำเต็มที่
ในยุคปัจจุบัน ในเมื่อมีไฟฟ้าแล้ว จะศึกษา
พระธรรมวินัยก็เปิดไฟได้ ไม่ต้องจุดเทียน ประเพณี
การถวายเทียนจึงเป็นแค่ประเพณีเฉย ๆ ส่วนใหญ่
ไม่ค่อยได้จุดด้วยซ้ำไป พอรู้อย่างนี้เราถวายหลอดไฟ
ได้ไหม คำตอบคือได้เหมือนกัน เพราะถวายในสิ่งที่
พระท่านได้ใช้ประโยชน์ บางทีถ้ามีคนถวายหลอดไฟ
มากแล้ว เราจะถวายเป็นปัจจัยให้ท่านไปซื้อตำรับ
ตำรา เพื่อความสะดวกในการศึกษาพระธรรมวินัย
ก็ได้ หรือบางทีท่านจะต้องเดินทางไปสำนักเรียน
อาจต้องมีค่ารถบ้าง เราก็ถวายการอุปถัมภ์เป็นค่ารถ
ค่าอะไรต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นประโยชน์ พูดง่าย ๆ
ให้ดูที่เป้าหมายหลักว่า ทำเพื่ออำนวยความสะดวก
ในการศึกษาพระธรรมวินัยของท่าน
ที่จังหวัดอุบลราชธานีมีประเพณียิ่งใหญ่
ในการหล่อเทียนพรรษา แต่เขามีการ
แข่งขันกันเป็นหมู่บ้าน และถึงขั้นพยายาม
ที่จะเอาชนะกัน อย่างนี้จะถือว่าเจตนาไม่
บริสุทธิ์หรือเปล่า?
ถ้าลองไปดูจะเห็นว่า จริง ๆ แล้วเขาแข่งขัน
กันด้วยความเบิกบาน ไม่ใช่แข่งแบบเอาเป็นเอาตาย
หรือถ้าแพ้แล้วจะต้องเสียใจมากมาย แต่แข่งเพื่อ
เป็นการกระตุ้น เหมือนเวลาเรียนหนังสือ ถ้าไม่มี
การสอบก็ไม่ค่อยอยากจะอ่านหนังสือ จะขยันเป็น
พิเศษในช่วงจะสอบ กีฬาก็เหมือนกัน ถ้าหากเล่นกีฬา
71