ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปกิณกธรรม
เรื่อง : พระมหาเสถียร สุวณฺณฐิโต ป.ธ. ๙ / พระมหาวิริยะ ธมฺมสารี ป.ธ. ๙
ทางกลับ
ดุสิตบุรี วงบุญพิเศษ
อยู่ให
บุคคลปรารถนาเป็นผู้มีอายุยืน ไม่มีโรค มีผิวพรรณผ่องใส มีสวรรค์เป็นที่ไป
อยากเกิดในตระกูลสูง และมีความสุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป พึงบำเพ็ญความไม่ประมาท
บัณฑิตย่อมสรรเสริญความไม่ประมาทในบุญทุกอย่าง
(อัปปมาทสูตร)
ความไม่ประมาท คือ การมีสติกำกับตัว
อยู่เสมอ ไม่ว่าจะคิด พูด ทำสิ่งใด ก็ไม่ยอมถลำลง
ไปในทางเสื่อม และไม่ยอมพลาดโอกาสในการทำ
ความดี ตระหนักมั่นถึงความดีที่ต้องทำ และบาปกรรม
ที่ต้องเว้น ความไม่ประมาทเป็นคุณธรรมที่สำคัญยิ่ง
กุศลธรรมทั้งหมดล้วนประมวลลงที่ความไม่ประมาท
เหมือนรอยเท้าทั้งหลายประชุมรวมลงในรอยเท้าช้าง
เวลาบนโลกมนุษย์ของนักสร้างบารมีนั้น มี
คุณค่าทุกอนุวินาที จึงไม่ควรประมาทในชีวิต ต้อง
มีสติเตือนตนเองอยู่เสมอ ว่าเราอาจตายเมื่อไรก็ได้
จึงเร่งขวนขวายในการสร้างบารมีในทุกรูปแบบ
เมื่อพญามัจจุราชปรากฏขึ้น จะได้ไม่หวั่นไหว มีแต่
ความมั่นใจว่าจะได้กลับไปเสวยทิพยสมบัติในดุสิตบุรี
อย่างแน่นอน เหมือนพระอินทร์ผู้เป็นจอมเทพใน
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เมื่อเห็นว่าอีกไม่นานจะต้องจุติ
พระองค์ก็ไม่ประมาท หาทางแก้วิกฤตเป็นโอกาส
ทันที
พระอินทร์กลัวตกสวรรค์
ประการ
ครั้งหนึ่ง ท้าวสักกเทวราชทรงเห็นบุพนิมิต ๕
๑. ดอกไม้เหี่ยวแห้งไม่แย้มบานเหมือนแต่ก่อน
๒. ภูษาอาภรณ์อันเป็นทิพย์ก็ดูเศร้าหมอง
๓. เหงื่อไหลออกจากรักแร้
๔. ผิวพรรณเศร้าหมองลง รัศมีกายที่เคย
สว่างไสวในตัวก็ลดลง
๕. ทิพยอาสน์ร้อน ทำให้ไม่ยินดีในเทวโลก
เมื่อทรงเห็นอย่างนั้นก็ทรงทราบว่า ใกล้จะหมด
เวลาที่จะเสวยทิพยสมบัติเหล่านี้แล้วเนื่องจากเทวดา
ทั่วไป ผู้มีกำาลังบุญไม่มาก ถึงคราวกำลังบุญใกล้จะ
หมดก็หวาดกลัว แต่ผู้ที่สั่งสมบุญไว้มาก จะไม่รู้สึก
สะดุ้งหวาดกลัวเลย เพราะรู้ว่าจะได้ขึ้นไปเสวยบุญ
ในเทวโลกชั้นสูง ๆ ขึ้นไปอีก
ส่วนท้าวสักกเทวราชเมื่อทรงเห็นบุพนิมิต ทรง