ข้อความต้นฉบับในหน้า
๙๑
เฉพาะ
เบากว่า จึงทําให้กลายเป็นสิ่งเสพติดที่ถูกกฎหมาย
สามารถซื้อหาได้ทั่วไป ผลก็คือ คนที่สูบบุหรี่
ในประเทศไทยมีเป็นสิบ ๆ ล้านคน คนดื่มเหล้า
ดื่มเบียร์มีเป็นสิบ ๆ ล้านคน มูลค่าความสูญเสีย
ทางเศรษฐกิจที่เกิดจาก เหล้า บุหรี่ รวมกันแล้ว
ประมาณปีละ ๒๐๐,๐๐๐ - ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง
มากยิ่งกว่า ฝิ่น เฮโรอีน และยาบ้ารวมกัน
เพราะฉะนั้นเราจะต้องตระหนักถึงโทษภัย
ของสิ่งเสพติดอย่างอ่อน ๆ ทั้งเหล้าและบุหรี่ให้ดี
แล้วรีบหาทางป้องกันแก้ไข อย่าดูเบาเพียงเพราะว่า
เป็นยาเสพติดอย่างอ่อนเพียงเพราะว่าเป็นสิ่งเสพติด
ที่ถูกกฎหมาย เพราะถ้าคิดแค่เรื่องความถูกกฎหมาย
แค่นั้นแล้วละก็ ในบางประเทศอย่างสวิตเซอร์แลนด์
สามารถหาซื้อเฮโรอีนได้เลย แค่เดินเข้าไปในร้าน
ขายยาก็ซื้อเฮโรอีนมาฉีดได้เลย ถือว่าถูกกฎหมาย
ถ้าประเทศไหนตีตรายาเสพติดว่าถูกกฎหมาย เรา
จะถือว่ายาเสพติดเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือ ในยุคหนึ่ง
ประเทศตุรกีถือว่าการปลูกฝิ่นเป็นเรื่องถูกกฎหมาย
ใครก็ปลูกได้ เราจะยอมรับอย่างนั้นหรือ ในเมืองไทย
ยุคหนึ่งก็เคยปลูกฝิ่นได้ ตามโรงฝิ่นมีคนไปสูบฝิ่น
มากมาย ทำให้คนติดฝิ่นกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้น
เรื่องถูกกฎหมายหรือไม่ เป็นแค่ส่วนประกอบ แต่
ประเด็นหลักที่ต้องคำนึงถึงก็คือในความเป็นจริงนั้น
สิ่งเสพติดสร้างโทษภัยให้กับทั้งคนเสพและทอน
น
กำลังสังคมให้อ่อนแอลง ดังนั้นจงตองหาทาง
ป้องกันแก้ไขให้ดี และไม่ดูเบา ขอฝากไว้เป็น
ประเด็นแรก
สิ่งที่ทำให้คนเสพติดแทบจะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
ทั้งโลก เป็นสิ่งเสพติดอย่างอ่อน ๆ ที่ติดกันมา
ข้ามภพข้ามชาติ สิ่งนั้นก็คือ กิเลสในใจของเรา
บร์เหล้า
หยุดเบียร์เหล้า
หยุดทำร้าย
*ซียร์เหล
-หยุดทำร้าย
เยาวชน และสังคมไทย
ประเด็นที่ ๒ คือ สิ่งที่ทำให้คนเสพติดแทบ
จะ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทั้งโลก เป็นสิ่งเสพติดอย่างอ่อน ๆ
ที่ติดกันมาข้ามภพข้ามชาติ สิ่งนั้นก็คือ กิเลสในใจ
ของเรา เบญจกามคุณ ๕ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
ธรรมารมณ์ สิ่งนี้คนทั้งโลกได้เสพคุ้น และติดกันมา
ข้ามภพข้ามชาติ ทั้งโลภะ โทสะ โมหะ หรือกล่าว
อีกนัยหนึ่ง คือ ราคะ โทสะ โมหะ เราเสพติดกัน
มาข้ามภพข้ามชาติ แต่ว่ามันเป็นการออกฤทธิ์
ให้โทษอย่างอ่อน ๆ ซึ่งถ้าไม่สังเกตก็จะไม่เห็น เวลา
พูดถึงเหล้า บุหรี่ คนส่วนใหญ่ยังพอมองเห็นโทษภัย
ได้ แต่เมื่อกล่าวถึงเรื่องเบญจกามคุณ ๕ คนที่จะรู้
ว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ให้โทษให้ภัยจะมีถึง ๕ เปอร์เซ็นต์
หรือเปล่า หรือจะถึง ๑ เปอร์เซ็นต์หรือเปล่า ก็ยัง
ไม่ทราบเลย เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้แก้ได้ยากกว่า
ลึกกว่า แต่ก็เป็นหน้าที่ของเรา เพราะกิเลสเป็นสิ่งที่
ตรึงเราเอาไว้กับภพ ตรึงเราอยู่ตรงนี้ ถ้าหาก
ขจัดกิเลสหมดจากใจได้เมื่อไร ก็เข้านิพพาน
๓