ข้อความต้นฉบับในหน้า
ยุทธศาสตร์ที่ห้า พัฒนาจิตใจประชาชน
ด้วยการตั้งมาตรฐานคนดี
๔. พวกไม่มีจิตพยาบาท
๑๐. พวกที่มีสัมมาทิฐิ
๑๐ ประการ
เพื่อประโยชน์ในการคัดคน พัฒนาคน เกณฑ์ที่พราหมณ์ปุโรหิตตั้งขึ้น
เป็นลำดับ ๆ ไป ดังนั้นจึงไม่เพียงแต่พัฒนา นี้เท่ากับเป็นการประกาศมาตรฐานคนดีในยุค
ยกระดับจิตของผู้นำให้ขยายคลุมแผ่นดิน คลุม นั้นว่าที่แท้คือกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการนั่นเอง
ประเทศ คลุมโลก จนกลายเป็นพ่อของโลก เพื่อให้ผู้นำมีเกณฑ์ในการคัดคนและเลือกคน
ด้วยการทำใจให้ไม่เสียดายทั้ง ๓ วาระดังกล่าว มาตรการดังกล่าวนี้ เท่ากับเป็นการตั้ง
บริหารคนหมู่มากว่า ในการทำทานครั้งใหญ่จะ มาตรฐานในการคัดคน พัฒนาคน สร้างคน
ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนา
บ้านเมือง ซึ่งต้องทำควบคู่กันไป เพราะทุก
โครงการจะสาเร็จหรือไม่ก็อยู่กับคุณภาพของคน
เท่านั้น พราหมณ์ได้ให้ข้อคิดสำคัญในการ
ต้องทำใจให้หนักแน่นด้วยขันติธรรมเป็นพิเศษ
เพราะจะมีทั้งคนดีคนชั่วหลายเหล่าปะปนกัน
มารับแจกยัญหรือรับการสงเคราะห์ซึ่งยากที่จะ
แยกแยะได้ เราเองต้องทำใจให้ได้ว่า เราตั้งใจ
นี้เอง
จะให้เฉพาะคนดีเท่านั้น แต่ถ้าคนที่ไม่ใช่คน ยุทธศาสตร์ที่หก การพัฒนาเศรษฐกิจ
ดีมารับแจกทาน ก็ต้องทำใจให้หนักแน่นเหมือน
แผ่นดิน ทำใจให้กว้างใหญ่ไพศาลว่า เราจะให้
โอกาสเขากลับตัวเป็นคนดีในภายหน้าให้ได้
ในฐานะที่เราเป็นพ่อของโลก
นอกจากคุณสมบัติสำคัญของผู้ที่มารับ
พระราชทาน ๓ กลุ่มคือ เกษตรกร ข้าราชการ
ชั้นผู้น้อย และพ่อค้าวานิช ที่จะต้องเป็นผู้มี
ความขยันขันแข็งตามที่กล่าวมาแล้ว ยังต้อง
เป็นคนมีศีล หรือถือกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ
ดังนี้ คือ
๑. เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์
๒. เว้นขาดจากการลักขโมยทรัพย์ผู้อื่น
๓. เว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม
๔. เว้นขาดจากการกล่าวเท็จ
๕. เว้นขาดจากการกล่าวส่อเสียด
5. เว้นขาดจากการกล่าวคำหยาบ
๓. เว้นขาดจากการกล่าวคำเพ้อเจ้อ
๔. พวกที่ไม่มีจิตเพ่งเล็งอยากได้ของเขา
คู่กับจิตใจ
พิธีบูชามหายัญของพราหมณ์ปุโรหิตของ
พระเจ้ามหาวิชิตราชนั้น เป็นการปฏิวัติพิธีกรรม
เติมของพราหมณ์ที่ถือปฏิบัติสืบเนื่องมาแต่
โบราณว่าจะต้องมีการฆ่าวัว แพะ แกะ ไก่ สุกร
และสัตว์นานาชนิด พิธีแบบใหม่นั้นไม่ต้องตัดไม้
ทำลายป่ามาทำหลักบูชายัญ ไม่ต้องตัดหญ้าคา
พวกทาสกรรมกรของพระเจ้ามหาวิชิตราชก็ไม่
ต้องถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ตนไม่ต้องการทำ
พิธีบูชามหายัญแบบใหม่นี้ใช้เพียงเนยใส
เนยข้น นมเปรี้ยว น้ำผึ้ง และน้ำอ้อย ซึ่งเป็น
ของหาง่ายในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน และ
ที่สําคัญทําให้หยุดทําปาณาติบาต แต่หันไป
ส่งเสริมการเกษตรกรรมแทน ซึ่งสุดท้ายแล้ว
ก็เป็นการส่งเสริมอาชีพและการตลาดให้
กับประชาชน ทำนองเดียวกับ
ผลิตภัณฑ์ ในปัจจุบันนั่นเอง
(อ่านต่อฉบับหน้า)
๑
ตำบล ๑