ข้อความต้นฉบับในหน้า
4
เนื่องจากเป็นสิ่งแปลกใหม่ของผู้คนที่นี่ จึงสร้าง
ความตื่นตา และตื่นเต้นอย่างมากมาย ทั้งที่โคมเทียน
มีจำนวนกว่าหมื่นโคม แต่ก็ยังแพ้แรงศรัทธาสาธุชน
ที่มาร่วมงาน ใครที่ไม่มีโอกาสเข้าไปจุดโคมในสนาม
เบสบอล ก็ไปหาซื้อเทียนมาจุดด้วยตัวเองอยู่ด้าน
นอกรั้ว ซึ่งชาวมองโกลมีความเชื่อมั่นว่า เมื่อได้
จุดเทียนให้ส่องสว่างถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว จะ
พยายามประคองไม่ให้แสงเทียนนั้นดับไปง่ายๆ
เสมือนน้อมน่าค่าสั่งสอนของพระพุทธองค์ให้ส่อง
ทางสว่างกับชีวิตของพวกเขา
ต่อจากนั้น ในเวลา ๓ ทุ่ม ๔๕ นาที ถึงเวลา
ที่ทุกคนรอคอยคือ “พิธีลอยโคมวิสาขประทีป
เป็นพุทธบูชา” ด้วยบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และ
ลมสงบ ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุด
ของประเทศมองโกเลีย ด้วยดวงไฟน้อย ๆ จาก
โคมลอยกว่าสองพันดวง ได้ถูกจุดผ่านมือของ
ลูกหลานเจงกิสข่านเป็นครั้งแรกของโลก โคมที่
ลอยขึ้นด้วยเปลวแสงอันวาววับ ก็ล้วนหันเหไปสู่
ดวงจันทร์เพ็ญ เดือนวิสาขะ ประธานแห่งรัตติกาล
ในค่ำคืนนั้นด้วย ซึ่งเป็นภาพที่งดงามสร้างคว
ซาบซึ้งใจและปลื้มปีติแบบไม่รู้ลืมให้กับชาว
มองโกลจริงๆ แม้เลิกงานแล้วก็ยังไม่มีใครอยาก
จะกลับบ้าน ต่างนั่งดูโคมประทีปที่ปักบนพื้น และ
A 10pr 30рay can
OFTEX ECHOA
APC
โคมลอยฟ้าหลายพันดวงด้วยความอิ่มเอมใจ
สอบถามชาวมองโกลหลายท่านว่าทำไมยังไม่อยาก
กลับ เขาบอกว่าปลื้มใจ ดีใจมาก อยากจะทำพิธี
บูชาไฟ หลายคนทําพิธีบูชาไฟจนกระทั่งดวงประทีป
ทั่วทั้งลานดับหมด เป็นเวลาถึงที่ ๑ ปี ๒
รุ่งเข้าหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับพาดหัวข่าว
ใหญ่ของพิธีจุดโคมวิสาขประทีปที่งดงามตระการตา
ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศมองโกเลีย นับได้ว่าเป็น
จุดเริ่มต้นที่ยิ่งใหญ่และมั่นคงของการพลิกหน้า
ประวัติศาสตร์อาณาจักรมองโกล ให้กลับมารุ่งเรือง
ด้วยคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในวันของ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า วันวิสาขบูชา เพื่อแผ่ขยาย
สันติสุขภายใน และยังสันติภาพโลกใบนี้ให้บังเกิด
ขึ้นอย่างแท้จริง และขอกราบอนุโมทนาบุญกับทุก
ท่านที่อยู่ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้าความสำเร็จมา
ณ โอกาสนี้..
Ma
SAINT ILAT
“IA0OT IIAI