ความสุขของคนไทย วารสารอยู่ในบุญ ปี 2551 ฉบับที่ 68 เดือนมิถุนายน หน้า 52
หน้าที่ 52 / 100

สรุปเนื้อหา

ผลสำรวจเมื่อไม่นานที่ผ่านมาระบุว่า ปริมาณความสุขของคนไทยลดน้อยลง แต่มีความเครียด มากขึ้นจากเหตุหลายๆ ปัจจัย ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะว่ากันตามตรงแล้วก็ น่าคิดเหมือนกันว่า ความสุขของมนุษย์สามารถวัดกันได้ด้วยหรือ ต้องใช้เทอร์โมมิเตอร์ใดมาวัด หรือต้องใช้หน่วยมาตราใดมาเทียบเคียงว่า ใครสุขมากหรือสุขน้อยกว่ากัน แต่สรุปเอาเป็นว่า เขา วัดกันได้ก็แล้วกัน เพราะถ้าเราสงสัยอะไรมากกว่านี้ปริมาณความสุขของตัวเราเองนี่แหละจะติดลบ มากขึ้น และโดยความรู้สึกที่เราเห็นก็นับว่าสิ่งที่เขาวิเคราะห์วิจัยมาก็ใกล้เคียงกับความเป็นจริงไม่น้อย ทีนี้เราติดปีกทางปัญญาข้ามฝั่งบินไปต่าง ประเทศกันบ้าง ที่ประเทศเดนมาร์ก ที่นั่นเขาก็มี การสำรวจความสุขของประชากรของเขาเช่นกัน ผลการสำรวจเมื่อ ๒ - ๓ ปีก่อน พบว่าประ

หัวข้อประเด็น

- ความสุขของคนไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

66 ผลสำรวจเมื่อไม่นานที่ผ่านมาระบุว่า ปริมาณความสุขของคนไทยลดน้อยลง แต่มีความเครียด มากขึ้นจากเหตุหลายๆ ปัจจัย ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะว่ากันตามตรงแล้วก็ น่าคิดเหมือนกันว่า ความสุขของมนุษย์สามารถวัดกันได้ด้วยหรือ ต้องใช้เทอร์โมมิเตอร์ใดมาวัด หรือต้องใช้หน่วยมาตราใดมาเทียบเคียงว่า ใครสุขมากหรือสุขน้อยกว่ากัน แต่สรุปเอาเป็นว่า เขา วัดกันได้ก็แล้วกัน เพราะถ้าเราสงสัยอะไรมากกว่านี้ปริมาณความสุขของตัวเราเองนี่แหละจะติดลบ มากขึ้น และโดยความรู้สึกที่เราเห็นก็นับว่าสิ่งที่เขาวิเคราะห์วิจัยมาก็ใกล้เคียงกับความเป็นจริงไม่น้อย ทีนี้เราติดปีกทางปัญญาข้ามฝั่งบินไปต่าง ประเทศกันบ้าง ที่ประเทศเดนมาร์ก ที่นั่นเขาก็มี การสำรวจความสุขของประชากรของเขาเช่นกัน ผลการสำรวจเมื่อ ๒ - ๓ ปีก่อน พบว่าประเทศ เดนมาร์กเป็นประเทศที่ประชากรมีความสุขติด อันดับโลก โดยดูเกณฑ์จากด้านสาธารณสุข ฐานะ การศึกษา ความเป็นเอกลักษณ์ และความสวยงาม ของสภาพภูมิประเทศ แต่ประเทศที่ประชากรมี ความสุขที่สุดในโลกก็มิได้หมายความว่า จะไม่มีคน ที่มีความทุกข์เลย และคนที่ยังอุตส่าห์มีความทุกข์ อยู่ทั้งๆ ที่คนอื่นมีความสุขกันทั้งบ้านทั้งเมืองนั้น หน้าตาเขาเป็นอย่างไร ทำไมเขายังทุกข์อยู่ และเขา จะกำจัดทุกข์ของตนเองได้หรือไม่ ต้องติดตามฟัง จากปากคำของเจ้าของเรื่องพร้อมๆ กัน “ผมชื่อเพียร์ มิคเคลเซน เป็นชาวเดนมาร์ก ผมมีนิสัยหงุดหงิดง่าย ใจร้อน เวลาที่โกรธ แม้ผม จะไม่เคยทำร้ายใคร แต่จะทำลายข้าวของ ผมจะ ขว้างปาถ้วยชามจนแตกกระจาย มีอยู่ครั้งหนึ่งผม ซื้อวิทยุมาหลังจากใช้ไป ๒ - ๓ สัปดาห์มันก็เสีย อารมณ์ผมก็เสียตามไปด้วย ก็เลยขว้างมันออกไป ทางหน้าต่าง และผมเป็นคนที่สูบบุหรี่จัดมาก ที่ ทำงานเขาห้ามสูบบุหรี่ซึ่งผมก็ไม่สูบ แต่พอกลับไป ถึงบ้าน ผมก็จะสูบล้างแค้นวันละ ๑๕ - ๒๐ มวน ติดๆ กันเลย และถึงแม้ว่าผมจะเคยถูกรถชนจาก คนเมาแล้วขับตอนอายุ 4 ขวบ และต้องเข้ารับ การรักษาตัวในโรงพยาบาลถึง ๖ เดือน แต่เมื่อ เข้าสังคม หรืออยู่ว่างๆ ผมก็ยังคงดื่มเหล้า ไวน์ เป็นประจำ เมื่อผมได้แต่งงานกับคู่บุญชาวไทย ชื่อ คุณมณีวรรณ เธอก็พยายามที่จะให้ผมเลิกเหล้า เลิกบุหรี่ แต่ค่อนข้างจะหมดหวัง เพราะพอเธอเตือน มา ผมก็ทำเฉยๆ เพราะมันคือความสุขของผม” จากข้อมูลที่ลุงเพียร์ได้เล่า เราก็พอจะทราบ เหตุแห่งความทุกข์ที่ไม่จางหายของลุงเพียร์ชัดเจน ขึ้นบ้างแล้ว ทั้งเหตุจากความร้อนทางอารมณ์ รสนิยมระบายอารมณ์ด้วยสิ่งของและเหตุจากการ นำของร้อน คือ สุราและยาสูบเข้าสู่ร่างกาย แต่แล้ว เพียงไม่นานประเทศเดนมาร์กก็ต้องเพิ่มจำนวน ประชากรที่มีความสุขไปอีกหนึ่งคน นั่นก็คือ ลุงเพียร์ ของเราอีกเช่นกัน ไปๆ มาๆ ทำไมลุงเพียร์เปลี่ยนใจ ตัดเยื่อขาดใยจากความทุกข์แล้วกลายไปเป็นคนมี ความสุขเสียได้ ลุงเพียร์ก็ไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้เช่นกัน “เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๘ ผมก็ได้ติดตั้ง จานดาวธรรมที่บ้าน เพราะคู่บุญบอกให้ติด เราได้ดู รายการต่างๆ ด้วยกัน ผมชอบรอยยิ้มของหลวงพ่อ ผมคิดว่า คนเราก็น่าจะมีความสุขเหมือนหลวงพ่อ ได้นะ หลวงพ่อมีบารมี มีเสน่ห์ มีอิทธิพลทางจิตใจ ทำให้คนมีความสุข จากนั้นผมก็ได้เริ่มหัดนั่งสมาธิ ทีละน้อยๆ ตอนเริ่มแรกนั้น ผมนั่งได้แค่ ๑๕ นาที วันละ ๒ ครั้ง แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มเวลาขึ้นเป็นครึ่งชั่วโมง แล้วก็ ๔๕ นาที มาเป็น ๑ ชั่ว ชั่วโมง เดี๋ยวนี้ผม
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More