การไม่ดูถูกคนอื่น วารสารอยู่ในบุญ ปี 2551 ฉบับที่ 68 เดือนมิถุนายน หน้า 89
หน้าที่ 89 / 100

สรุปเนื้อหา

d แค่สอนคาถาให้คาถาเดียว มีอยู่ ๔ บาท บาทหนึ่ง ก็ประมาณครึ่งบรรทัด พระน้องชายเรียนอยู่ ๔ เดือน แม้แต่บาทเดียว คือ ครึ่งบรรทัดยังท่องไม่ได้เลย จนพระพี่ชายบอกว่าไม่ไหว คงไม่มีวาสนาในการบวช บอกน้องว่า สึกเถอะ เธอไปไม่รอดแล้ว พระจุฬปันถกเสียใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยคิดว่าจะสึก ระหว่างที่กำลังน้อยอกน้อยใจ ในโชควาสนาของตัวเอง ขณะที่จะเดินไปสึกนั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็น เลยถามว่า “จูฬปันถก เธอจะไปไหน” พระจุฬปันถกกราบทูลว่า “จะมา ลาสิกขา พระเจ้าข้า” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบอก ว่าไม่ต้องสึก แล้วก็ประทานผ้าขาวให้ผืนหนึ่ง ให้ถือไว้ และให้ลูบไป พร้อมทั้งให้บริกรรมภาวนาไปด้วยว่า “รโชหรณ์ รโชหรณ์” แปลว่า ผ้าเช็ดธุลี ผ้าเช็ดธุลี พระจูฬปันถกดีใจ ก็เอาผ้าขาวมาลูบ แล้วก็ ภาวนาไป ลูบไปๆ หลายชั่วโมงเ

หัวข้อประเด็น

- การไม่ดูถูกคนอื่น

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๙๕ d แค่สอนคาถาให้คาถาเดียว มีอยู่ ๔ บาท บาทหนึ่ง ก็ประมาณครึ่งบรรทัด พระน้องชายเรียนอยู่ ๔ เดือน แม้แต่บาทเดียว คือ ครึ่งบรรทัดยังท่องไม่ได้เลย จนพระพี่ชายบอกว่าไม่ไหว คงไม่มีวาสนาในการบวช บอกน้องว่า สึกเถอะ เธอไปไม่รอดแล้ว พระจุฬปันถกเสียใจมาก ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็เลยคิดว่าจะสึก ระหว่างที่กำลังน้อยอกน้อยใจ ในโชควาสนาของตัวเอง ขณะที่จะเดินไปสึกนั่นเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเห็น เลยถามว่า “จูฬปันถก เธอจะไปไหน” พระจุฬปันถกกราบทูลว่า “จะมา ลาสิกขา พระเจ้าข้า” พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบอก ว่าไม่ต้องสึก แล้วก็ประทานผ้าขาวให้ผืนหนึ่ง ให้ถือไว้ และให้ลูบไป พร้อมทั้งให้บริกรรมภาวนาไปด้วยว่า “รโชหรณ์ รโชหรณ์” แปลว่า ผ้าเช็ดธุลี ผ้าเช็ดธุลี พระจูฬปันถกดีใจ ก็เอาผ้าขาวมาลูบ แล้วก็ ภาวนาไป ลูบไปๆ หลายชั่วโมงเข้า ลืมตาดู เอ๊ะ.. ผ้าขาวเริ่มเป็นสีมอ ๆ แล้ว มันเปื้อนเหงื่อไคล เป็น สีมอ ๆ เลยได้คิดว่า ผ้าขาวที่ขาวบริสุทธิ์ พอถูก ต้องมือของเรานานๆ เข้า ยังเป็นสีมอ ๆ ได้เลย ตัวเรานี่ช่างไม่สะอาดจริงๆ เลย เป็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา พอใจเริ่มคลายความยึดมั่นถือมั่นตรงนี้ไปได้ ใจก็เริ่มเป็นสมาธิตั้งมั่นมากขึ้นๆ ดิ่งลงไป เจริญ วิปัสสนากรรมฐาน จนสุดท้ายหมดกิเลสเป็น พระอรหันต์ตรงนั้นเอง บรรลุปฏิสัมภิทาญาณ ๔ คือ แตกฉานในอรรถ ในธรรม ในนิรุตติ ในปฏิภาณ การแสดงธรรมทุกเรื่องพรั่งพร้อมทุกอย่าง สุดท้าย ได้รับการยกย่องจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า เป็น ผู้ที่เลิศ เป็นอัจฉริยะทางด้านมโนมยิทธิ คือ มีฤทธิ์ ทางใจมาก เหตุที่พระจุฬปันถกท่องคาถาบาทเดียวตั้ง ๔ เดือนยังจำไม่ได้ เป็นเพราะว่า ภพในอดีตเคยเป็น พระภิกษุที่ฉลาดมาก เห็นเพื่อนพระภิกษุรูปหนึ่ง พยายามจะร่ำเรียนพุทธวจนะ แล้วก็จำไม่ค่อยจะได้ เลยไปหัวเราะเยาะเขาว่าโง่ วิบากกรรมนั้นทำให้ เกิดมาชาตินี้โง่ คาถาบาทเดียว ๔ เดือนจำไม่ได้ แต่พอตั้งใจทุ่มปฏิบัติธรรมตามคำแนะนำของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนทำลายกิเลสทั้งปวง ลงไปได้ วิบากกรรมนั้นมันหมดไป จึงกลายเป็น พระอรหันต์ที่พรั่งพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาญาณ ครบถ้วนบริบูรณ์ แล้วก็เป็นเลิศทางด้านมโนมยิทธิ เพราะฉะนั้นถ้าพวกเราเห็นใครเขาด้อยกว่า เราด้านไหน ห้ามดูถูกเขาเด็ดขาด วิบากกรรมจะเกิด เกิดตั้งแต่เริ่มติดแล้ว คิดดูถูกเขาวิบากกรรมเกิดแล้ว ยิ่งพูดยิ่งเกิด เกิดทั้งชาตินี้ ทั้งชาติหน้า เพราะพอ เราดูหมิ่นเขา ภาพของเขาจะปรากฏขึ้นในใจของเรา
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More