มหาเสนาบดี ผู้ยิ่งใหญ่ ตอนที่ 24

ในขณะที่เสนาบดีจอมกบฏผู้คิดไม่ซื่อพร้อมกับครอบครัว กำลังเร่งรีบหลบหนีไปนั้น ท่านมหาเสนาบดีก็ได้ขันอาสาขอทำหน้าที่ไปตามจับตัวเสนาบดีจอมกบฏคนนั้นด้วยตัวเอง https://dmc.tv/a14717

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ช่วงเด่นฝันในฝัน > ปกิณกธรรม > กรณีศึกษากฎแห่งกรรม
[ 23 พ.ย. 2555 ] - [ ผู้อ่าน : 15109 ]
 
ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ.2555
Case Study กรณีศึกษากฎแห่งกรรม
 
 
มหาเสนาบดี ผู้ยิ่งใหญ่ ตอนที่ 24
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
 
ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
 
 
 
        ในขณะที่เสนาบดีจอมกบฏผู้คิดไม่ซื่อพร้อมกับครอบครัว กำลังเร่งรีบหลบหนีไปยังหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นหัวเมืองที่อยู่ติดกับแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ หรือแคว้นของพระราชบิดาของพระราชาเกะกะเกเรนั้น ท่านมหาเสนาบดีก็ได้ขันอาสาขอทำหน้าที่ไปตามจับตัวเสนาบดีจอมกบฏคนนั้นด้วยตัวเอง ที่ท่านมหาเสนาบดีตัดสินใจเช่นนี้ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ ท่านมหาเสนาบดีเห็นว่า “ตัวท่านเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในเส้นทางและพื้นที่แถบนั้นเป็นอย่างมาก อีกทั้งตัวท่านก็ได้วางเครือข่ายสายงานของท่านเอาไว้ที่หัวเมืองชายแดนแห่งนั้นเป็นอย่างดี และ ณ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงตระเตรียมงานเฉลิมฉลองการขึ้นครองราชย์ของพระองค์เท่านั้น อีกทั้งพระราชาองค์ที่ออกบวช ทรงอยู่ในภาวะที่ปลอดภัยและไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะภายในเมืองหลวงก็มีราชองครักษ์ชั้นเยี่ยมที่คอยอารักขาพระองค์อยู่ตลอดเวลา”
 
ท่านมหาเสนาบดีอาสาขอทำหน้าที่ไปตามจับตัวเสนาบดีจอมกบฏคนนั้นด้วยตัวเอง
 
ท่านมหาเสนาบดีอาสาขอทำหน้าที่ไปตามจับตัวเสนาบดีจอมกบฏคนนั้นด้วยตัวเอง
 
 
        ดังนั้น ท่านมหาเสนาบดีจึงได้รีบออกเดินทางไปยังหัวเมืองชายแดนแห่งนั้นในทันที โดยท่านมหาเสนาบดีได้เร่งเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ลดละ เพื่อที่ตัวท่านจะได้ไปให้ถึงหัวเมืองชายแดนแห่งนั้น ก่อนที่เสนาบดีจอมกบฏคนนั้นจะได้พบกับแม่ทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือคนเก่า หรือแม่ทัพภาคจอมขี้คร้าน ขี้เมื่อย ที่เป็นหัวหน้าของท่านมหาเสนาบดีนั่นเอง
 
ท่านมหาเสนาบดีได้เร่งเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ลดละ
 
ท่านมหาเสนาบดีได้เร่งเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ลดละ
 
 
        ในระหว่างที่ท่านมหาเสนาบดีกำลังเดินทางไปยังหัวเมืองชายแดนแห่งนั้น ตัวท่านก็ได้ส่งข่าวไปยังหน่วยเฉพาะกิจของท่าน ที่ประจำการอยู่ที่เขตหัวเมืองชายแดนแห่งนั้นว่า “ให้ทุกคนคอยเฝ้าติดตามสืบหาดูว่า เสนาบดีจอมกบฏได้เดินทางไปถึงที่ไหนแล้ว และถ้าหากเจอตัวเสนาบดีจอมกบฏ ก็ให้คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเสนาบดีจอมกบฏอยู่ห่างๆ แล้วก็รีบส่งข่าวมารายงานให้ตัวท่านได้ทราบอยู่เป็นระยะๆ ด้วย ในขณะเดียวกันก็ให้คอยตามประกบตัวแม่ทัพภาคจอมขี้คร้าน ขี้เมื่อย เอาไว้อยู่ตลอดเวลา และถ้าหากมีความคืบหน้าอย่างไร ก็ให้รีบส่งข่าวมารายงานให้ท่านได้ทราบด้วยเช่นกัน”

ท่านมหาเสนาบดีได้ส่งข่าวไปยังหน่วยเฉพาะกิจของท่านให้คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเสนาบดีจอมกบฏอยู่ห่างๆ แล้วรีบส่งข่าวมารายงานให้ตัวท่านได้ทราบ
 
ท่านมหาเสนาบดีได้ส่งข่าวไปยังหน่วยเฉพาะกิจของท่านให้คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเสนาบดีจอมกบฏอยู่ห่างๆ แล้วรีบส่งข่าวมารายงานให้ตัวท่านได้ทราบ
 
 
        หลังจากที่เสนาบดีจอมกบฏผู้คิดไม่ซื่อ ได้เดินทางไปถึงที่เขตหัวเมืองชายแดนฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือแล้ว ตัวเขาก็ได้รีบเข้าไปยังจวนของแม่ทัพภาคจอมขี้คร้าน ขี้เมื่อย คนนั้น ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ภายในใจว่า “ในที่สุดเราก็รอดแล้ว และต่อไปเราก็จะสั่งการให้เปิดประตูเมืองต้อนรับกองทัพของแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ หรือแคว้นของพระราชบิดาของพระราชาเกะกะเกเร เพื่อยกทัพบุกไปบดขยี้เมืองหลวงของแคว้นพระราชาองค์ที่ออกบวชให้ราบคาบไปเลย” 
 
เสนาบดีจอมกบฏผู้คิดไม่ซื่อกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจว่าในที่สุดเราก็รอดแล้ว
 
เสนาบดีจอมกบฏผู้คิดไม่ซื่อกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจว่าในที่สุดเราก็รอดแล้ว
 
 
        แต่ในขณะที่เสนาบดีจอมกบฏ กำลังเข้าไปในจวนของแม่ทัพภาคจอมขี้คร้านขี้เมื่อยคนนั้น ตัวเขาก็พลันต้องเกิดอาการช็อกอย่างสุดขีด ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ บุคคลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของเขานั้น ไม่ใช่แม่ทัพภาคจอมขี้คร้าน ขี้เมื่อย เหมือนอย่างที่ตัวเขาคิดเอาไว้ แต่กลับเป็นท่านมหาเสนาบดีผู้พิทักษ์แว่นแคว้น ที่คอยขัดขวางแผนการร้ายของเขานั่นเอง ทันทีที่เสนาบดีจอมกบฏได้เห็นหน้าท่านมหาเสนาบดีแล้ว ตัวเขาก็รู้ตัวได้ในทันทีว่า “ตัวเขาเองชะตาขาดเสียแล้ว”
 
เสนาบดีจอมกบฏเกิดอาการช็อกอย่างสุดขีดที่ได้เห็นหน้าท่านมหาเสนาบดี
 
เสนาบดีจอมกบฏเกิดอาการช็อกอย่างสุดขีดที่ได้เห็นหน้าท่านมหาเสนาบดี
 
 
        และเมื่อเสนาบดีจอมกบฏไม่อาจจะหลบเลี่ยงหนีไปทางไหนได้ ตัวเขาจึงได้ยอมแพ้แต่โดยดี พร้อมกับได้ยื่นข้อเสนอต่อรองกับท่านมหาเสนาบดีว่า “ขอให้ท่านมหาเสนาบดีได้ปล่อยตัวภรรยาและลูกของตน กลับไปยังแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ หรือแคว้นของพระราชบิดาของพระราชาเกะกะเกเร เพราะพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ซึ่งถ้าหากท่านมหาเสนาบดียอมปล่อยตัวภรรยาและลูกของตนไป เขาก็จะยอมเปิดเผยรายชื่อของพวกข้าราชการที่รับสินบน รวมถึงรายชื่อของสายลับทั้งหมดของทางแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือให้แก่ท่านมหาเสนาบดี”

เมื่อเสนาบดีจอมกบฏไม่อาจหนีไปไหนได้ ตัวเขาจึงขอให้ท่านมหาเสนาบดีได้ปล่อยตัวภรรยาและลูกของเขาไป 

เมื่อเสนาบดีจอมกบฏไม่อาจหนีไปไหนได้ ตัวเขาจึงขอให้ท่านมหาเสนาบดีได้ปล่อยตัวภรรยาและลูกของเขาไป
 

        เมื่อท่านมหาเสนาบดีได้รับฟังข้อเสนอของเสนาบดีจอมกบฏแล้ว ท่านมหาเสนาบดีก็เห็นว่า “ข้อเสนอดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการรักษาความมั่นคงของแว่นแคว้น” เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านมหาเสนาบดีจึงได้ตกปากรับคำ และตอบตกลงกับข้อเสนอของเสนาบดีจอมกบฏคนนั้น หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีได้ตกปากรับคำและตอบตกลงเรียบร้อยแล้ว เสนาบดีจอมกบฏคนนั้นก็ได้แสร้งเดินเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับทำทีท่าเหมือนกับว่าจะมอบตัวต่อท่านมหาเสนาบดี แต่ในขณะที่เสนาบดีจอมกบฏกำลังอยู่ในระยะประชิดตัวท่านมหาเสนาบดีนั้น เขาก็ได้ชักมีดอันคมกริบออกมาจากที่ซ่อน พร้อมกับจ้วงแทงไปที่บริเวณลำตัวของท่านมหาเสนาบดีอย่างสุดแรงเกิด จนทำให้เสื้อเกราะหนังของท่านมหาเสนาบดีถึงกับทะลุเป็นรูเข้าไปเลยทีเดียว

เสนาบดีจอมกบฏคนนั้นได้ชักมีดอันคมกริบออกมาจ้วงแทงท่านมหาเสนาบดีอย่างสุดแรงเกิด

เสนาบดีจอมกบฏคนนั้นได้ชักมีดอันคมกริบออกมาจ้วงแทงท่านมหาเสนาบดีอย่างสุดแรงเกิด
 
 
        แต่ทว่าความคมของมีดนั้น กลับไม่สามารถทำให้ผิวของท่านมหาเสนาบดีเกิดความระคายเคืองได้เลยแม้แต่น้อย ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะ ท่านมหาเสนาบดีมีวิชาอยู่ยงคงกระพัน ที่ได้ร่ำเรียนและฝึกฝนมาเป็นอย่างดีคุ้มครองกายอยู่นั่นเอง เมื่อท่านมหาเสนาบดีถูกเสนาบดีจอมกบฏลอบทำร้ายทีเผลอเช่นนั้น ตัวท่านจึงได้ทำการสั่งสอนเสนาบดีจอมกบฏคนนั้น ด้วยการบริจาคทั้งมือ-เท้า-เข่า-ศอกแบบเต็มเหนี่ยวและไม่มียั้ง จนทำให้เสนาบดีจอมกบฏคนนั้นถึงกับหมดฤทธิ์ และลงไปนอนกองกับพื้นอย่างสิ้นลาย จากนั้นท่านมหาเสนาบดีก็ได้สั่งให้จับกุมตัวภรรยา และลูกของเสนาบดีจอมกบฏคนนั้นเอาไว้ เพื่อรอเจรจาต่อรองแลกข้อมูลสำคัญอีกทีหนึ่ง

ท่านมหาเสนาบดีได้ทำการสั่งสอนเสนาบดีจอมกบฏคนนั้นแบบเต็มเหนี่ยวและไม่มียั้ง
 
ท่านมหาเสนาบดีได้ทำการสั่งสอนเสนาบดีจอมกบฏคนนั้นแบบเต็มเหนี่ยวและไม่มียั้ง
 
 
        หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีสามารถจับกุมตัวเสนาบดีจอมกบฏ และแม่ทัพภาคจอมขี้คร้านขี้เมื่อยเข้าคุกได้แล้ว ตัวท่านกับแม่ทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือคนใหม่ ที่ทางเสนาบดีฝ่ายพระราชาองค์ที่ออกบวชได้ส่งตัวมาจากส่วนกลาง ก็ได้รับรายงานมาจากสายลับที่ทางแคว้นได้ส่งไปสืบข้อมูลที่แคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือ หรือแคว้นของพระราชบิดาของพระราชาเกะกะเกเรว่า “ในขณะนี้ ทางแคว้นกันชนฝั่งทิศเหนือหรือแคว้นของพระราชบิดาของพระราชาเกะกะเกเร ได้เคลื่อนทัพใหญ่ลงมาแล้ว และเป้าหมายแรกที่พวกเขาจะโจมตีก็คือ ด่านหน้าของหัวเมืองชายแดนแห่งนี้”
 
ท่านมหาเสนาบดีกับแม่ทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือคนใหม่ ได้รับรายงานมาจากสายลับที่ทางแคว้นได้ส่งไปสืบข้อมูล
 
ท่านมหาเสนาบดีกับแม่ทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือคนใหม่ ได้รับรายงานมาจากสายลับที่ทางแคว้นได้ส่งไปสืบข้อมูล
 
 
        ด้วยเหตุนี้เอง ท่านมหาเสนาบดีกับแม่ทัพภาคคนใหม่ จึงได้ร่วมมือกันจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับตั้งรับศึกใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยท่านทั้งสองได้สั่งการให้เหล่าทหารเสริมคันคูให้สูงขึ้น พร้อมกับซ่อมแซมป้อมค่ายทุกๆ ด้านให้แข็งแรง อีกทั้งยังจัดให้มีเวรยามตรวจตราดูคนเข้า-ออกประตูเมืองอย่างเข้มงวดอีกด้วย และเมื่อภาวะบ้านเมืองภายในหัวเมืองชายแดนแห่งนี้กำลังล่อแหลมต่อภาวะภัยสงครามเช่นนี้ จึงทำให้พวกชาวบ้านที่อยู่บริเวณแนวตะเข็บชายแดน ต่างก็ต้องรีบหอบลูกจูงหลานหนีเข้ามาอยู่ภายในเขตกำแพงเมืองกันทั้งหมด
 
ท่านมหาเสนาบดีกับแม่ทัพภาคคนใหม่ จึงได้ร่วมมือกันจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับตั้งรับศึกใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
 
ท่านมหาเสนาบดีกับแม่ทัพภาคคนใหม่ จึงได้ร่วมมือกันจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อมสำหรับตั้งรับศึกใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
 
 
        และด้วยภาวะที่กำลังจะเกิดสงครามนี้เอง จึงทำให้บรรยากาศภายในหัวเมืองชายแดนฝั่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เต็มไปด้วยความกดดันและตึงเครียด เพราะทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมสำหรับรับศึกใหญ่ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และในระหว่างที่บรรยากาศภายในหัวเมืองชายแดนแห่งนั้นกำลังอยู่ในภาวะที่ตึงเครียด พระราชาองค์ที่ออกบวชก็ทรงรับสั่งให้เรียกตัวท่านมหาเสนาบดีกลับมายังเมืองหลวงเป็นการด่วน เพื่อให้มารับตำแหน่งข้าหลวงพิเศษที่จะทำหน้าที่เป็นราชทูต หรือตัวแทนพระองค์ในการเดินทางไปยังแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางด้านศิลปะ
 
พระราชาองค์ที่ออกบวชทรงรับสั่งให้เรียกตัวท่านมหาเสนาบดีกลับมายังเมืองหลวงเป็นการด่วน
 
พระราชาองค์ที่ออกบวชทรงรับสั่งให้เรียกตัวท่านมหาเสนาบดีกลับมายังเมืองหลวงเป็นการด่วน
 
 
        ส่วนสาเหตุที่ทำให้พระราชาองค์ที่ออกบวชทรงตัดสินพระทัยเช่นนี้ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะ พระองค์ทรงเห็นว่า “ท่านมหาเสนาบดีมีความคุ้นเคยกับแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางด้านศิลปะมากพอสมควร อีกทั้งเจ้าชายผู้มีศิลปะในหัวใจกับเหล่าเสนาอำมาตย์และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ในแคว้นแห่งนั้น ต่างก็รู้จักท่านมหาเสนาบดีกันทั้งนั้น”
 
พระองค์ทรงเห็นว่า ท่านมหาเสนาบดีมีความคุ้นเคยกับแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางด้านศิลปะมากพอสมควร
 
พระองค์ทรงเห็นว่า ท่านมหาเสนาบดีมีความคุ้นเคยกับแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางด้านศิลปะมากพอสมควร
 
 
        เมื่อท่านมหาเสนาบดีได้รับคำสั่งด่วนพิเศษเช่นนั้น ตัวท่านจึงไม่รอช้าได้รีบสั่งการให้เหล่าขุนพลนายทหารที่อยู่ในหน่วยเฉพาะกิจของท่าน ทำหน้าที่รักษาการณ์ควบคุมดูแลทหารหน่วยต่างๆ แทนหัวหน้าคนเก่าที่ถูกปลดออกไปพร้อมกับตัวแม่ทัพภาคจอมขี้คร้านขี้เมื่อย แล้วตัวท่านมหาเสนาบดีก็ได้รีบเดินทางกลับมายังเมืองหลวง พร้อมกับขุนพลคนสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้น
 
ท่านมหาเสนาบดีรีบเดินทางกลับมายังเมืองหลวง พร้อมกับขุนพลคนสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้น
 
ท่านมหาเสนาบดีรีบเดินทางกลับมายังเมืองหลวง พร้อมกับขุนพลคนสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้น
 
 
        ส่วนว่า หลังจากที่ท่านมหาเสนาบดีได้เดินทางกลับมายังเมืองหลวง และรับตำแหน่งข้าหลวงพิเศษแล้ว เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นเช่นไร แล้วการเดินทางไปยังแคว้นของพระราชาที่มีความเจริญทางด้านศิลปะ จะมีผลต่อสงครามในครั้งนี้หรือไม่ อย่างไรนั้น เราก็คงจะต้องมาติดตามกันต่อในตอนต่อไป
 
กรณีศึกษากฎแห่งกรรมจากชีวิตจริง (Case study in real life)

     บุคคลที่ปรากฏในเรื่องราวต่อไปนี้ มีตัวตนจริงในปัจจุบัน ประสบชะตากรรมขึ้นลงตามกระแสของวัฏฏะและกฎแห่งกรรม (ชมตัวอย่างบทสัมภาษณ์จากรายการชีวิตในสังสารวัฏ) ผู้อ่าน-ผู้ชมก็อย่าเพิ่งเชื่อหรือปฏิเสธในทันที ควรศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนา แล้วค่อยนำไปเป็นอุทธาหรณ์ในการดำเนินชีวิตต่อไป

     "วิชชาธรรมกาย" เป็นความรู้ดั้งเดิมในพระพุทธศาสนา เมื่อปฏิบัติแล้วสามารถไปรู้ไปเห็นเรื่องราวกฎแห่งกรรม การเวียนว่ายในภพภูมิต่างๆ ตรงตามพระธรรมคำสอนในพระไตรปิฎก วิชชาธรรมกายจึงเป็นหลักฐานยืนยันการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทันสมัยตลอดกาล (อกาลิโก)

http://goo.gl/7nQ1z


พิมพ์บทความนี้

ไปหน้าทบทวนฝันในฝัน



บทความอื่นๆ ในหมวด

      กิจกรรมพัฒนาวัดพิชิตปิตยาราม ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
      กิจกรรมพัฒนาวัดอู่ข้าว ต.คลอง 7 จ.ปทุมธานี
      อานุภาพบุญจากการมาสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ตอนที่ 1
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน ได้ตึก 18 ล้านแค่เพียงกระพริบตา
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน ความทรงอภิญญาของคุณยายฯที่ผมเจอกับตัวเอง
      ประกาศผลสุดยอดสามเณรแสดงธรรมระดับโลก
      เปิดใจสามเณรแชมป์แสดงธรรมระดับภาค ชิงชัยสู่เวทีแสดงธรรมระดับโลก
      ซุปเปอร์บิ๊กบุญ ตักบาตรแสนรูป ครั้งประวัติศาสตร์
      เส้นทางสามเณร สู่เวทีแชมป์เทศน์ระดับโลก
      เล่าเรื่องคุณยาย ตอน เรื่องเหลือเชื่อของการบูชาข้าวพระที่คุณยายฯฝากไว้
      บวชเณรล้านตักบาตรแสน สานฝันคุณยาย สร้างพระแท้
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน แค่มองหน้า..ก็รู้ทั้งหมด
      แฝด 4 บวชเณรล้านอ่างทองทำลายสถิติโลก