มหาเสนาบดี ผู้ยิ่งใหญ่ ตอนที่ 36

สาธุชนชุดเตรียมบวชที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว ต่างรู้สึกปลื้มปีติใจ,ภาคภูมิใจ และก็รู้สึกเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างที่สุด ที่ตนเองจะได้ออกบวชสร้างบารมีอยู่ในเพศสมณะกับพระเถระ https://dmc.tv/a14816

บทความธรรมะ Dhamma Articles > ช่วงเด่นฝันในฝัน > ปกิณกธรรม > กรณีศึกษากฎแห่งกรรม
[ 13 ธ.ค. 2555 ] - [ ผู้อ่าน : 15519 ]
 
ทบทวนฝันในฝัน วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2555
Case Study กรณีศึกษากฎแห่งกรรม
 
 
มหาเสนาบดี ผู้ยิ่งใหญ่ ตอนที่ 36
เรียบเรียงจากรายการโรงเรียนอนุบาลฝันในฝันวิทยา
 
 
 
ฝันในฝัน
หลับตาฝันเป็นตุเป็นตะ ตื่นขึ้นมาหาว 1 ที
แล้วนำมาเล่าให้ฟังเป็นนิยายปรัมปรา
 
 
        หลังจากที่มีสาธุชนชุดเตรียมบวช ผ่านการคัดเลือกและได้รับความเห็นชอบจากพระเถระ รวมถึงท่านมหาเสนาบดี และพระเถระผู้ใหญ่ภายในวัดใหม่ของพระเถระให้บวชแล้ว บรรดาสาธุชนชุดเตรียมบวชเหล่านั้น ก็จะเกิดความรู้สึกปลาบปลื้มปีติใจ, ภาคภูมิใจ และก็รู้สึกเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างที่สุด ที่ตนเองจะได้ออกบวชสร้างบารมีอยู่ในเพศสมณะกับพระเถระ
 
สาธุชนชุดเตรียมบวชที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว รู้สึกภาคภูมิใจ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างที่สุด ที่ตนจะได้ออกบวชสร้างบารมีอยู่ในเพศสมณะกับพระเถระ
สาธุชนชุดเตรียมบวชที่ผ่านการคัดเลือกแล้ว รู้สึกภาคภูมิใจ เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างที่สุด ที่ตนจะได้ออกบวชสร้างบารมีอยู่ในเพศสมณะกับพระเถระ
 
 
        เมื่อสาธุชนชุดเตรียมบวชเหล่านั้น ได้ออกบวชเป็นพระภิกษุแล้ว พระเถระผู้สืบทอดวิชชาฯ ต่อจากพระมหาเถระ ก็จะเมตตาตรวจดูธาตุธรรม หรืออัธยาศัยในการสร้างบารมีที่ติดตัวมาข้ามภพข้ามชาติ ของพระภิกษุรูปนั้นๆ ว่ามีธาตุธรรมอะไร ซึ่งธาตุธรรมหรืออัธยาศัยในการสร้างบารมีที่ติดตัวมาข้ามภพข้ามชาติ นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท หรือ 4 ฝ่ายหลักๆ ด้วยกัน โดยถ้าจะให้อธิบายแบบคร่าวๆ สั้นๆ พอได้ใจความก็สามารถอธิบายได้ดังนี้

พระเถระผู้สืบทอดวิชชาฯ ได้เมตตาตรวจดูธาตุธรรม หรืออัธยาศัยในการสร้างบารมีที่ติดตัวมาข้ามภพข้ามชาติ ของพระภิกษุรูปนั้นๆ ว่ามีธาตุธรรมอะไรบ้าง
พระเถระผู้สืบทอดวิชชาฯ ได้เมตตาตรวจดูธาตุธรรม หรืออัธยาศัยในการสร้างบารมีที่ติดตัวมาข้ามภพข้ามชาติ ของพระภิกษุรูปนั้นๆ ว่ามีธาตุธรรมอะไรบ้าง
 
 
        ธาตุธรรมประเภทที่ 1 “ธาตุธรรมทำวิชชา” สำหรับนักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้ จะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ทำงานทางใจ นั่นก็คือการนั่งสมาธิ(Meditation)และมุ่งทำความละเอียดเข้าไปสู่ภายใน เพื่อให้เข้าถึงพระธรรมกาย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดที่มีอยู่ภายในตัวของมนุษย์ทุกๆ คน เป็นหลัก
 
ธาตุธรรมประเภทที่ 1 คือธาตุธรรมทำวิชชา
ธาตุธรรมประเภทที่ 1 คือธาตุธรรมทำวิชชา
 
        และเมื่อนักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้เข้าถึงพระธรรมกายแล้ว พวกเขาก็จะได้ศึกษาวิชชาธรรมกาย เพื่อที่จะได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตว่า คนเราเกิดมาทำไม อะไรเป็นเป้าหมายของชีวิต, หรือตายแล้วไปไหน อะไรเป็นเบื้องหลังของความสุข ความสำเร็จ หรือความทุกข์และอุปสรรคของชีวิต ไล่เรื่อยไปจนกระทั่งสาวไปถึงเรื่องราวของกิเลสอาสวะ และแหล่งผลิตกิเลสอาสวะ ซึ่งก็คือพญามารที่คอยบังคับบัญชา และทำให้มนุษย์ยังต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏอันยาวนาน ที่หาเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดไม่ได้นี้ พร้อมกับทำวิชชาปราบมาร เพื่อปิดโรงงานผลิตกิเลสและมุ่งสู่ที่สุดแห่งธรรม เป็นต้น
 
 
        ธาตุธรรมประเภทที่ 2 "ธาตุธรรมเผยแผ่" สำหรับนักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้ จะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ประกาศธรรม หรือเผยแผ่ธรรมะให้แก่มหาชนผู้มีบุญทั้งหลายเป็นหลัก เพื่อที่มหาชนทั้งหลายจะได้ทราบถึงเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิตที่ว่า คนเราเกิดมาทำไม อะไรคือเป้าหมายของชีวิต และเราจะไปสู่เป้าหมายของชีวิตได้อย่างไร หรือเรื่องของบุญ-บาป และกฎแห่งกรรม เป็นต้น
 

ธาตุธรรมประเภทที่ 2 คือธาตุธรรมเผยแผ่

ธาตุธรรมประเภทที่ 2 คือธาตุธรรมเผยแผ่
 
 
        ธาตุธรรมประเภทที่ 3 "ธาตุธรรมปฏิสังขรณ์" สำหรับนักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้ จะเป็นผู้ที่มีหน้าที่ก่อสร้างศาสนสถานที่สำคัญๆ ที่ใช้สำหรับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาวิชชาธรรมกาย และเพื่อเอาไว้รองรับการประพฤติปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ-สามเณร อุบาสก-อุบาสิกา และมหาชนผู้มีบุญทั้งหลาย นอกจากนักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้จะมีหน้าที่ก่อสร้างแล้ว พวกเขายังจะต้องรับหน้าที่ในการดูแลรักษา หรือปฏิสังขรณ์ วัดวาอารามให้แลดูสวยสดงดงามและเหมาะสมต่อการประพฤติปฏิบัติธรรมอยู่เสมออีกด้วย
 
ธาตุธรรมประเภทที่ 3 คือธาตุธรรมปฏิสังขรณ์
ธาตุธรรมประเภทที่ 3 คือธาตุธรรมปฏิสังขรณ์
 
 
        และสุดท้าย ธาตุธรรมประเภทที่ 4 "ธาตุธรรมกองเสบียง" สำหรับนักสร้างบารมีที่มีธาตุธรรมประเภทนี้ จะเป็นผู้ที่มีหน้าที่สนับสนุนปัจจัย 4 ซึ่งถือเป็นเสบียงกรังของนักรบกองทัพธรรม ไม่ว่าจะเป็นข้าวปลาอาหาร หรือเครื่องใช้ไม้สอย รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เอาไว้ใช้ในการสร้างบารมี ให้กับธาตุธรรมทั้งสามฝ่ายข้างต้น เพื่อที่นักสร้างบารมีทุกคนจะได้สร้างบารมีได้อย่างสะดวกสบายไร้กังวลนั่นเอง
 
ธาตุธรรมประเภทที่ 4 คือธาตุธรรมกองเสบียง
ธาตุธรรมประเภทที่ 4 คือธาตุธรรมกองเสบียง
 
 
        ดังนั้นเมื่อพระเถระผู้สืบทอดวิชชาฯ ต่อจากพระมหาเถระ ได้ตรวจตราและทราบว่าพระภิกษุผู้บวชใหม่มีธาตุธรรมอะไรแล้ว พระเถระท่านก็จะมอบหมายให้พระภิกษุผู้บวชใหม่รูปนั้น ได้ทำหน้าที่ไปตามผังหรือตามธาตุธรรมของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากพระเถระตรวจตราดูธาตุธรรมของพระภิกษุผู้บวชใหม่แล้วพบว่า พระภิกษุผู้บวชใหม่มีธาตุธรรมทำวิชชา พระเถระก็จะเมตตาให้พระภิกษุรูปนั้นนั่งธรรมะทำความละเอียดให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เมื่อไหร่ที่พระภิกษุรูปนั้นสามารถบรรลุธรรมเข้าถึงพระธรรมกาย และสามารถศึกษาค้นคว้าวิชชาธรรมกายได้ เมื่อนั้นพระเถระก็จะส่งตัวพระภิกษุรูปนั้น เข้าสู่โรงงานทำวิชชาในยุคนั้นเป็นลำดับต่อไป
 
พระเถระท่านจะมอบหมายให้พระภิกษุผู้บวชใหม่รูปนั้นๆ ได้ทำหน้าที่ไปตามผังหรือตามธาตุธรรมของตัวเอง
พระเถระท่านจะมอบหมายให้พระภิกษุผู้บวชใหม่รูปนั้นๆ ได้ทำหน้าที่ไปตามผังหรือตามธาตุธรรมของตัวเอง
 
 
        แต่ถ้าหากพระภิกษุผู้บวชใหม่มีธาตุธรรมเผยแผ่ พระเถระก็จะเมตตาส่งตัวพระภิกษุผู้บวชใหม่รูปนั้นให้ไปฝึกเรื่องการเทศน์สอนกับท่านมหาเสนาบดี เพื่ออบรมและพัฒนาต่อยอดให้เป็นพระธรรมกถึก หรือพระอาจารย์ที่มีหน้าที่เทศน์สอนสาธุชนที่มาสั่งสมบุญที่วัดใหม่ต่อไป เป็นต้น ซึ่งท่านมหาเสนาบดีก็จะรับพระภิกษุที่มีธาตุธรรมเผยแผ่ทั้งหมดมาสอนถึงหลักการ อุดมการณ์ และวิธีการในการเป็นพระอาจารย์เทศน์สอนสาธุชนผู้มีบุญอย่างใกล้ชิด โดยให้พระภิกษุรูปนั้นได้ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลการเทศน์ จากตำรับตำราและคัมภีร์ต่างๆ ในพระพุทธศาสนา ควบคู่ไปกับการฝึกสมาธิ
 
หากพระภิกษุบวชใหม่รูปใดมีธาตุธรรมเผยแผ่ พระเถระก็จะเมตตาส่งตัวให้ไปฝึกเรื่องการเทศน์สอนกับท่านมหาเสนาบดี
หากพระภิกษุบวชใหม่รูปใดมีธาตุธรรมเผยแผ่ พระเถระก็จะเมตตาส่งตัวให้ไปฝึกเรื่องการเทศน์สอนกับท่านมหาเสนาบดี
 
 
        จากนั้นท่านมหาเสนาบดี ก็จะให้พระภิกษุรูปนั้นนำธรรมะที่ศึกษาค้นคว้ามาได้ มา เทศน์ให้ตัวท่านฟัง เพื่อที่ท่านมหาเสนาบดีจะได้ซักถามถึงรายละเอียด และให้คำแนะนำเพิ่มเติม ในการที่จะพัฒนาและต่อยอดความรู้ของพระภิกษุรูปนั้นๆ ต่อไป เรียกได้ว่าพระภิกษุที่ผ่านการติวเข้มธรรมะจากท่านมหาเสนาบดีนั้น จะแตกฉานและมีความแม่นยำในธรรมะอย่างที่สุดเลย
 
ท่านมหาเสนาบดี จะให้พระภิกษุรูปนั้นนำธรรมะที่ศึกษาค้นคว้ามาได้ มาเทศน์ให้ตัวท่านฟัง
ท่านมหาเสนาบดี จะให้พระภิกษุรูปนั้นนำธรรมะที่ศึกษาค้นคว้ามาได้ มาเทศน์ให้ตัวท่านฟัง
 
 
        นอกจากท่านมหาเสนาบดีจะอบรมดูแล และชี้แนะแนวทางการเทศน์สอนให้กับพระภิกษุที่มีธาตุธรรมเผยแผ่แล้ว ท่านมหาเสนาบดียังได้ฝึกให้พระภิกษุรูปนั้นๆ มีศีลาจารวัตรในการเป็นพระอาจารย์ที่งดงามอีกด้วย คือไม่ว่าจะเป็นการลุก การนั่ง การยืน การเดิน หรือการขบฉันภัตตาหาร ก็จะต้องมีท่าทีที่สง่างามอย่างไม่มีที่ติเลยทีเดียว
 
ท่านมหาเสนาบดียังได้ฝึกให้พระภิกษุรูปนั้นๆ มีศีลาจารวัตรในการเป็นพระอาจารย์ที่งดงามอีกด้วย
ท่านมหาเสนาบดียังได้ฝึกให้พระภิกษุรูปนั้นๆ มีศีลาจารวัตรในการเป็นพระอาจารย์ที่งดงามอีกด้วย
 
 
        ไม่เพียงแค่นั้น ท่านมหาเสนาบดียังเคี่ยวเข็ญให้พระภิกษุเหล่านั้น ซึ่งมีธาตุธรรมเผยแผ่ หมั่นประพฤติปฏิบัติควบคู่ไปกับการค้นคว้าตำรับตำราอีกด้วย ที่เป็นเช่นนี้ก็เป็นเพราะท่านมหาเสนาบดีเล็งเห็นถึงประโยชน์สำคัญว่า พระภิกษุที่จะออกไปทำหน้าที่เทศน์สอนสาธุชนทุกรูป จะต้องเพียบพร้อมไปด้วยปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ คือจะต้องมีธรรมะปฏิบัติที่ดี มีความรู้ และจะต้องเข้าถึงพระธรรมกายภายในให้ได้ เพื่อที่พระภิกษุเหล่านั้นจะได้นำประสบการณ์ธรรมะภายในที่ตนเองได้เข้าถึง ไปถ่ายทอดและไปแนะนำให้กับมหาชนผู้มีบุญเหล่านั้นได้อย่างเต็มที่
 
ท่านมหาเสนาบดียังเคี่ยวเข็ญให้พระภิกษุเหล่านั้น หมั่นประพฤติปฏิบัติควบคู่ไปกับการค้นคว้าตำรับตำราอีกด้วย
ท่านมหาเสนาบดียังเคี่ยวเข็ญให้พระภิกษุเหล่านั้น หมั่นประพฤติปฏิบัติควบคู่ไปกับการค้นคว้าตำรับตำราอีกด้วย
 
 
        และที่สำคัญที่สุด เมื่อพระภิกษุเหล่านั้นมีธรรมะเป็นที่พึ่งทั้งภายนอกและภายใน หรือเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ความสุขอันเกิดจากธรรมะทั้งภายนอกและภายในนี้ จะได้เป็นที่พึ่งในยามที่พระภิกษุเหล่านั้นจะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ นั่นเอง
 
เมื่อพระภิกษุเหล่านั้นเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ก็จะเป็นที่พึ่งในยามที่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ
เมื่อพระภิกษุเหล่านั้นเข้าถึงพระธรรมกายแล้ว ก็จะเป็นที่พึ่งในยามที่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ
 
 
        ส่วนว่าหลังจากที่พระเถระ และท่านมหาเสนาบดีได้ช่วยกันอบรมพระบวชใหม่อย่างเต็มที่ จนทำให้พระภิกษุที่จำพรรษาอยู่ที่วัดใหม่ มีความสงบเสงี่ยมสง่างาม และมีศีลาจารวัตรที่งดงามแล้ว เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นอย่างไร เราก็คงจะต้องมาติดตามรับฟังกันต่อในตอนต่อไป
 
กรณีศึกษากฎแห่งกรรมจากชีวิตจริง (Case study in real life)

     บุคคลที่ปรากฏในเรื่องราวต่อไปนี้ มีตัวตนจริงในปัจจุบัน ประสบชะตากรรมขึ้นลงตามกระแสของวัฏฏะและกฎแห่งกรรม (ชมตัวอย่างบทสัมภาษณ์จากรายการชีวิตในสังสารวัฏ) ผู้อ่าน-ผู้ชมก็อย่าเพิ่งเชื่อหรือปฏิเสธในทันที ควรศึกษาหลักธรรมในพระพุทธศาสนา แล้วค่อยนำไปเป็นอุทธาหรณ์ในการดำเนินชีวิตต่อไป

     "วิชชาธรรมกาย" เป็นความรู้ดั้งเดิมในพระพุทธศาสนา เมื่อปฏิบัติแล้วสามารถไปรู้ไปเห็นเรื่องราวกฎแห่งกรรม การเวียนว่ายในภพภูมิต่างๆ ตรงตามพระธรรมคำสอนในพระไตรปิฎก วิชชาธรรมกายจึงเป็นหลักฐานยืนยันการตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทันสมัยตลอดกาล (อกาลิโก)

http://goo.gl/8Ezdq


พิมพ์บทความนี้

ไปหน้าทบทวนฝันในฝัน



บทความอื่นๆ ในหมวด

      กิจกรรมพัฒนาวัดพิชิตปิตยาราม ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
      กิจกรรมพัฒนาวัดอู่ข้าว ต.คลอง 7 จ.ปทุมธานี
      อานุภาพบุญจากการมาสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ตอนที่ 1
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน ได้ตึก 18 ล้านแค่เพียงกระพริบตา
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน ความทรงอภิญญาของคุณยายฯที่ผมเจอกับตัวเอง
      ประกาศผลสุดยอดสามเณรแสดงธรรมระดับโลก
      เปิดใจสามเณรแชมป์แสดงธรรมระดับภาค ชิงชัยสู่เวทีแสดงธรรมระดับโลก
      ซุปเปอร์บิ๊กบุญ ตักบาตรแสนรูป ครั้งประวัติศาสตร์
      เส้นทางสามเณร สู่เวทีแชมป์เทศน์ระดับโลก
      เล่าเรื่องคุณยาย ตอน เรื่องเหลือเชื่อของการบูชาข้าวพระที่คุณยายฯฝากไว้
      บวชเณรล้านตักบาตรแสน สานฝันคุณยาย สร้างพระแท้
      เล่าเรื่องคุณยายฯ ตอน แค่มองหน้า..ก็รู้ทั้งหมด
      แฝด 4 บวชเณรล้านอ่างทองทำลายสถิติโลก