ข้อความต้นฉบับในหน้า
00 01
WAR drew
๕. สติสัมปชัญญะ มีสติสัมปชัญญะ
เป็นที่พึ่งของใจ สติ คือ ระลึกก่อนจะคิด-พูด-ท่า
สัมปชัญญะ คือ รู้ตัวขณะกำลังคิด-พูด-ทำ
สติ...ระลึกถึงสิ่งที่ถูกที่ควรก่อนเสมอ
คอยยั้งความคิดให้รอบคอบ คอยห้ามเหนี่ยวรั้ง
ไม่ให้คิดผิด พูดผิด ทำผิด
สัมปชัญญะ....รู้ตัวหรือพร้อมตื่นตัว
อยู่เสมอในขณะกำลังพูดหรือกำลังทำ เป็นการ
ช่วยประคองอีกชั้นหนึ่งจากสติ เพื่อให้การพูด
การกระทํา าเนินเป็นไปอย่างถูกต้องที่สุด
ทั้งนี้สติสัมปชัญญะจะใช้การได้ดีก็ต้องหมั่น
ฝึกฝนจิตด้วยสมาธิ
ในบางเรื่องแม้ไม่จัดเข้าในศีลก็จริง แต่
ถือเป็นการผิดธรรมได้ เช่น อบายมุข การพนัน
แม้จะมิได้จัดว่าผิดศีล แต่เป็นการผิดธรรม
ในข้อ ๒ คือ สัมมาอาชีวะ เพราะการพนันเป็น
อาชีพที่อยู่ในวงจรบาป ซึ่งทำให้เกิดเวรต่อกัน
เสียทรัพย์หมดเนื้อหมดตัว ไม่มีใครเชื่อถือ
ถ้อยคำ ถูกครหานินทา ไม่มีใครกล้าคบหา
สมาคมด้วย หรือแม้ไม่มีน้ำใจจะช่วยมด
๐๖ อยู่ในบุญ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
ที่กำลังจมน้ำ ก็ไม่ถือว่าผิดศีล แต่ขาดธรรมคือ
เมตตากรุณา เมื่อไม่มีเมตตากรุณา ใจจะหยาบ
บนเรือย ๆ พอหยาบมากเข้า ๆ ใจก็จะยินดี
ในการเบียดเบียน แล้วก็จะพาให้ผิดศีลข้อ
8 4
ปาณาติบาต มากันได้ในทีสุดเช่นกัน จึงสรุป
ง่าย ๆ ว่า เบญจศีล คือ ข้อห้ามหรือให้ละเว้น
เบญจธรรม คือ ข้อที่พึงปฏิบัติ
ศีลบริสุทธิ์ หยุดนิ่งได้เร็ว
เบญจธรรม ๕ ประการนี้ เป็นเรื่อง
ละเอียดอ่อน จึงมิควรดูเบาที่จะละเลยปฏิบัติ
เพราะว่าเอื้อต่อการรักษาศีล ๕ เป็นอย่างมาก
และทำให้รักษาศีล ๕ ได้นานมั่นคงยิ่งขึ้น
อีกด้วย และจะก่อให้เกิดผลสูงสุดคือการเป็น
ผู้ปฏิบัติสะดวก ได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน
อย่างง่ายดายเป็นอัศจรรย์ดังสามเณรน้อย
อรหันต์ที่กล่าวมาข้างต้น
สีเลน นิพพุต ยนฺติ ตสฺมา สีล วิโสธเย
ศีลนำไปสู่การได้บรรลุนิพพาน ดังนั้นท่าน
ทั้งหลายพึงชำระศีล ๕ ให้บริสุทธิ์เถิด