ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความปวดเมื่อยหายไปไหนไม่ทราบ ในเวลาเดียวกันนั้นเสียงกลองเพลก็ดังขึ้น วันนั้น
พระเดชพระคุณหลวงปู่มีความสุขตลอดทั้งวัน ดวงธรรมขั้นต้นซึ่งเป็นดวงใสก็ยังเห็น
ติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอดเวลา
ในช่วงเย็น หลังจากได้ร่วมลงฟังพระปาฏิโมกข์กับเพื่อนภิกษุ ท่านได้เข้าไป
ในพระอุโบสถแล้วตั้งสัตยาธิษฐานว่า "แม้เลือดเนื้อจะแห้งเหือดหายไป เหลือแต่หนัง
เอ็น กระดูก ก็ตามที ถ้านั่งลงไปแล้วไม่บรรลุธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงเห็น จะไม่ยอม
ลุกขึ้นจากที่จนตลอดชีวิต” เมื่อตั้งจิตอธิษฐานเสร็จ จึงเริ่มนั่งและตั้งจิตอ้อนวอนแต่
พระพุทธเจ้าว่า... “ขอพระองค์ได้ทรงพระกรุณาโปรดข้าพระพุทธเจ้า ทรงประทานธรรม
ที่พระองค์ได้ตรัสรู้อย่างน้อยที่สุดแลง่ายที่สุด ที่พระองค์ได้ทรงรู้แล้วแก่ข้าพระพุทธเจ้า ถ้า
ข้าพระพุทธเจ้ารู้ธรรมของพระองค์แล้วเป็นโทษแก่ศาสนาของพระองค์แล้ว ขอพระองค์
อย่าทรงพระราชทานเลย ถ้าเป็นคุณแก่ศาสนาของพระองค์แล้ว ขอพระองค์ได้ทรง
พระกรุณาโปรดพระราชทานแก่ข้าพระองค์ ข้าพระองค์รับเป็นทนายศาสนาในศาสนาของ
พระองค์ไปจนตลอดชีวิต”
เมื่อพระเดชพระคุณหลวงปู่ตั้งความปรารถนาแล้ว ก็เริ่มนั่งขัดสมาธิเข้าที่ภาวนา
พอดีนึกถึงมด ที่อยู่ระหว่างของแผ่นหินซึ่งกำลังไต่ไปมา จึงหยิบขวดน้ำมันก๊าด เอานิ้วมือ
จุ่มเพื่อจะเขียนวงให้รอบตัวกันมดรบกวน แต่พอจรดนิ้วที่พื้นยังไม่ถึงครึ่งวง ก็เกิดความ
คิดขึ้นมาว่า "ชีวิตสละได้ แต่ทำไมยังกลัวมด อยู่เล่า” ท่านนึกละอายตัวเอง จึงวางขวด
น้ำมันลง แล้วนั่งเข้าที่ได้ประมาณครึ่งค่อนคืน เมื่อใจหยุดเป็นจุดเดียวกันก็มองเห็นดวงใส
บริสุทธิ์ขนาดเท่าฟองไข่แดงของไก่ ซึ่งยังติดอยู่ที่ศูนย์กลางกายจากเมื่อเพล ยิ่งมอง
ยิ่งใสสว่างมากขึ้น และขยายใหญ่ขนาดเท่าดวงอาทิตย์ ดวงใสยังคงสว่างอยู่อย่างนั้น โดย
ที่ท่านก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพราะทุกสานักที่ท่านได้ศึกษามาไม่เคยมี
ประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน
อยู่ในบุญ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ 909