การควบคุมวิบากกรรมและการปฏิบัติธรรม วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 472 เดือนกุมภาพันธ์ หน้า 98
หน้าที่ 98 / 182

สรุปเนื้อหา

ผู้หญิงบ้าง บางทีก็ชอบทั้ง ๒ เพศบ้าง แต่ละคนมีวิบากกรรมนี้อยู่มากบ้างน้อยบ้าง ถ้าไม่มีสื่อ เป็นตัวกระตุ้นชักน่า บางทีก็เหมือนกับคนปกติ แต่พอไปเจอสื่อบางอย่างหรืออยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่ชักนำไปกระตุ้นเอาเศษวิบากกรรมในอดีตให้แสดงผลออกมา เลยกลายเป็นคนที่ชอบเพศเดียวกัน ขนมา ถามว่าเป็นแล้วบาปไหม ก็ให้ทราบว่า เรื่องนี้เกิดจากเศษวิบากกรรมกาเมฯ ในอดีต ให้เรา พยายามควบคุมตัวเองให้ดี อย่าไปยุ่งเรื่องเหล่านี้มากเกินไป เพราะว่าคนที่รักชอบเพศเดียวกันมัก จะมีอารมณ์ค่อนข้างรุนแรงกว่าคนโดยทั่วไป เรารู้จุดอ่อนของตัวเองแล้ว ต้องตั้งใจให้เด็ดขาด ให้วิบากกรรมนี้หมดไปชาตินี้เลย ไม่ให้ติดไปภพชาติหน้าอีก ถ้าเราแต่งงานกับคนต่างศาสนาแล้วจะต้องเปลี่ยนศาสนา เท่ากับว่าไม่รักษา ศาสนาตัวเองหรือเปล่า? เราต้องทราบหลักความจริง

หัวข้อประเด็น

- การควบคุมวิบากกรรมและการปฏิบัติธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ผู้หญิงบ้าง บางทีก็ชอบทั้ง ๒ เพศบ้าง แต่ละคนมีวิบากกรรมนี้อยู่มากบ้างน้อยบ้าง ถ้าไม่มีสื่อ เป็นตัวกระตุ้นชักน่า บางทีก็เหมือนกับคนปกติ แต่พอไปเจอสื่อบางอย่างหรืออยู่ในสิ่งแวดล้อม ที่ชักนำไปกระตุ้นเอาเศษวิบากกรรมในอดีตให้แสดงผลออกมา เลยกลายเป็นคนที่ชอบเพศเดียวกัน ขนมา ถามว่าเป็นแล้วบาปไหม ก็ให้ทราบว่า เรื่องนี้เกิดจากเศษวิบากกรรมกาเมฯ ในอดีต ให้เรา พยายามควบคุมตัวเองให้ดี อย่าไปยุ่งเรื่องเหล่านี้มากเกินไป เพราะว่าคนที่รักชอบเพศเดียวกันมัก จะมีอารมณ์ค่อนข้างรุนแรงกว่าคนโดยทั่วไป เรารู้จุดอ่อนของตัวเองแล้ว ต้องตั้งใจให้เด็ดขาด ให้วิบากกรรมนี้หมดไปชาตินี้เลย ไม่ให้ติดไปภพชาติหน้าอีก ถ้าเราแต่งงานกับคนต่างศาสนาแล้วจะต้องเปลี่ยนศาสนา เท่ากับว่าไม่รักษา ศาสนาตัวเองหรือเปล่า? เราต้องทราบหลักความจริงว่า พระพุทธศาสนามีเอกลักษณ์พิเศษที่ต่างจากศาสนาอื่น คือ เป็นศาสนาที่ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อ แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้ทรงสอนให้ใครเชื่อพระองค์ แต่ทรงอยู่ในฐานะของผู้ค้นพบความจริงของโลกและชีวิต ว่าคน เรามีการเวียนว่ายตายเกิด กฎแห่งกรรมมีจริง นรกสวรรค์มีจริง บุญบาปมีจริง แล้วให้ทุกคนตั้งใจ สร้างความดี สั่งสมบุญกุศล ตั้งใจปฏิบัติธรรม สุดท้ายเมื่อสามารถตัดกิเลสให้หมดไปจากตัวแล้ว ก็จะเข้าพระนิพพานได้ พระองค์ทรงเอาความจริงนี้มาบอกเรา ไม่ว่าจะมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บังเกิดขึ้นหรือไม่ นรก-สวรรค์ก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม บุญบาปก็มีเหมือนเดิม เพียงแต่คนจะไม่รู้ว่า อะไรบุญ อะไรบาป แล้วจะไปพลาดทำบาปตกนรก แต่พอทราบจากคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็จะได้ทำบุญ ไม่ทำบาป เมื่อทำความดีมากขึ้น สุดท้ายก็เข้าพระนิพพาน เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้ มานับถือพระพุทธศาสนา ได้มารู้หนทางอันประเสริฐที่จะน่าตัวเองให้หลุดพ้น เราจะทิ้งความจริง ไปสู่ความไม่จริงหาควรไม่ ถ้ารักใครจริงควรจะพาเขามาพบความจริงแบบเดียวกับเราถึงจะถูกต้อง บางคนบอกว่า ศาสนาเขาบังคับ แต่ของเราไม่บังคับ เราเปลี่ยนไปหาเขาง่าย เขาเปลี่ยนมาหา เรายาก ประเด็นไม่ใช่เรื่องยากหรือง่าย แต่อยู่ที่ว่าอะไรเป็นประโยชน์หรือไม่ใช่ประโยชน์ ถ้า เปลี่ยนไปง่าย แล้วไปแย่ด้วยกัน อย่างนี้รักกันจริงหรือ ถ้ารักจริงแม้จะยากเหมือนเป็นครก ขึ้นภูเขาก็ต้องพยายามเข็น เหมือนว่ายน้ำฝ่าจระเข้ก็ต้องพยายามฝ่า เพราะปลายทางคือความจริง ที่สว่างไสว ดังนั้นเราจึงควรจะชวนคนที่เรารักทุกคนให้มาเข้าถึงความจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงสอนมา 2 ๆ ๙๖ อยู่ในบุญ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More