งานเลี้ยงชีพของมนุษย์คือการเติมธาตุ วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2558 ต้นทาง 472 เดือนกุมภาพันธ์ หน้า 92
หน้าที่ 92 / 182

สรุปเนื้อหา

๓) งานเลี้ยงชีพของมนุษย์คือการเติมธาตุ จากต้นเหตุเพราะธาตุสี่ในกายเราที่ไม่บริสุทธิ์ ส่งผลให้เราต้องไปหาธาตุสี่จากภายนอก มาเติม เพราะว่าเราต้องหาธาตุสี่นี้เอง จึงทำให้เราต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ ดังนั้นความจริงมนุษย์ เราที่ต้องทำงานก็เพราะต้องการธาตุสี่นั่นเอง แต่การทํางาน เราได้สิ่งตอบแทนเป็นเงินตรา จากนั้นจึงนำเงินตรามาแลกเปลี่ยนเป็น ปัจจัยสี่อันได้แก่ ที่อยู่อาศัย อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ความซับซ้อนในการดำรงชีวิตของมนุษย์นั้นมีมาก แม้เราจะรับธาตุสี่เข้าไป เราก็ยังไม่รับ เข้าไปตรง ๆ ต้องรับผ่านในรูปของปัจจัยสี่ ดังนั้น เมื่อมีใครถามว่า เราทำงานไปเพื่ออะไร ส่วนใหญ่คนจะตอบแค่ว่าทำงานเพื่อให้ได้ เงินมา หาได้ยากที่ใครจะมองลึกไปถึงว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการทำงานเพื่อธาตุสี่ เหตุ

หัวข้อประเด็น

- งานเลี้ยงชีพของมนุษย์คือการเติมธาตุ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๓) งานเลี้ยงชีพของมนุษย์คือการเติมธาตุ จากต้นเหตุเพราะธาตุสี่ในกายเราที่ไม่บริสุทธิ์ ส่งผลให้เราต้องไปหาธาตุสี่จากภายนอก มาเติม เพราะว่าเราต้องหาธาตุสี่นี้เอง จึงทำให้เราต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ ดังนั้นความจริงมนุษย์ เราที่ต้องทำงานก็เพราะต้องการธาตุสี่นั่นเอง แต่การทํางาน เราได้สิ่งตอบแทนเป็นเงินตรา จากนั้นจึงนำเงินตรามาแลกเปลี่ยนเป็น ปัจจัยสี่อันได้แก่ ที่อยู่อาศัย อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ความซับซ้อนในการดำรงชีวิตของมนุษย์นั้นมีมาก แม้เราจะรับธาตุสี่เข้าไป เราก็ยังไม่รับ เข้าไปตรง ๆ ต้องรับผ่านในรูปของปัจจัยสี่ ดังนั้น เมื่อมีใครถามว่า เราทำงานไปเพื่ออะไร ส่วนใหญ่คนจะตอบแค่ว่าทำงานเพื่อให้ได้ เงินมา หาได้ยากที่ใครจะมองลึกไปถึงว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการทำงานเพื่อธาตุสี่ เหตุนี้เองมนุษย์จึงทำความเดือดร้อนให้มนุษย์ด้วยกันเองได้ง่าย เพราะมนุษย์มองตื้น ๆ เพียงว่า ไม่ว่าจะประกอบอาชีพดีหรืออาชีพชั่ว ต่างก็ได้มาซึ่งเงินตราเพื่อเอามาใช้จ่ายในชีวิตได้ เหมือนกัน แต่ความจริงของชีวิตไม่ได้หยุดแค่นั้น เมื่อทำงานก็เกิดกรรมดีกรรมชั่วขึ้นมา และทั้ง กรรมดีกรรมชั่วต่างก็ดำเนินไปตามกฎแห่งกรรม นั่นคือ "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เมื่อมนุษย์ไม่ คำนึงถึงปลายทางของกรรม ตรงนี้คือจุดอันตรายของมนุษย์ผู้ยังไม่รู้ ไม่เข้าใจความจริงของชีวิต กฎแห่งกรรมที่เกิดขึ้นในชาตินี้ ที่เราสามารถตรองตามได้นั้นมีอยู่ เมื่อมนุษย์ทำกรรมดี ตั้งแต่ ความคิด คำพูด และการกระทำก็ดี ส่งผลให้สุขภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ทุกอย่างดีหมด บุญเกิด นิสัยดี ๆ เกิด มิตรเกิด การงานก็เจริญก้าวหน้าประสบความสำเร็จ ชีวิตรุ่งเรือง สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ที่ทำกรรมชั่วนั้นตรงกันข้าม ตั้งแต่บั่นทอนทำลายสุขภาพกาย จิตใจ อารมณ์ บาปก็เกิด นิสัยเลวก็เกิด ก่อแต่ศัตรู มีอันตรายรอบด้าน การงานตกต่ำ ชีวิตถดถอย นี้คือสิ่งที่มนุษย์ทำความผิดพลาด เพราะผิดพลาดเช่นนี้คนชั่วจึงเกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ ๔) การบรรเทาทุกข์จากธาตุไม่บริสุทธิ์ กฎแห่งกรรมไม่ได้จบแค่ชีวิตนี้ ยังปรุงแต่งภพชาติต่อไปว่าตายแล้วจะไปเสวยสุขในสวรรค์ หรือรับทัณฑ์ทรมานในนรก ซึ่งเรื่องสวรรค์นรกนี้พิสูจน์ได้ด้วยการฝึกสมาธิจนสามารถไปเห็นด้วย ตนเองได้ แต่ในขณะที่เรายังพิสูจน์ไม่ได้ เพราะสมาธิยังไม่พอที่จะไปพิสูจน์ว่าตายแล้วไม่สูญ สวรรค์ มี นรกมี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ข้อคิดเอาไว้ว่า ควรตั้งใจทำความดีไปก่อน ถ้าแม้ไม่มี ชาติต่อไป ผู้ทำความดีมาตลอดชาตินี้ก็ประสบแต่ความสุข ถ้ามีชาติต่อไปก็ประสบความสุขทั้งใน ชาตินี้และในชาติหน้า ซึ่งแตกต่างกับผู้ที่ทำกรรมชั่ว ถ้าแม้ไม่มีชาติต่อไป ผู้ทำกรรมชั่วก็ประสบ แต่ความทุกข์ตลอดชาติอยู่แล้ว แม้มีชาติต่อไป ผู้ทำกรรมชั่วก็ประสบกับความทุกข์ทั้งในชาตินี้ และชาติต่อไปอีก ดังนั้นไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อว่าตายแล้วสูญ บุคคลก็ควรทำแต่กรรมดี ๙๐ อยู่ในบุญ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More