ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓) งานเลี้ยงชีพของมนุษย์คือการเติมธาตุ
จากต้นเหตุเพราะธาตุสี่ในกายเราที่ไม่บริสุทธิ์ ส่งผลให้เราต้องไปหาธาตุสี่จากภายนอก
มาเติม เพราะว่าเราต้องหาธาตุสี่นี้เอง จึงทำให้เราต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ ดังนั้นความจริงมนุษย์
เราที่ต้องทำงานก็เพราะต้องการธาตุสี่นั่นเอง
แต่การทํางาน เราได้สิ่งตอบแทนเป็นเงินตรา จากนั้นจึงนำเงินตรามาแลกเปลี่ยนเป็น
ปัจจัยสี่อันได้แก่ ที่อยู่อาศัย อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค
ความซับซ้อนในการดำรงชีวิตของมนุษย์นั้นมีมาก แม้เราจะรับธาตุสี่เข้าไป เราก็ยังไม่รับ
เข้าไปตรง ๆ ต้องรับผ่านในรูปของปัจจัยสี่
ดังนั้น เมื่อมีใครถามว่า เราทำงานไปเพื่ออะไร
ส่วนใหญ่คนจะตอบแค่ว่าทำงานเพื่อให้ได้
เงินมา หาได้ยากที่ใครจะมองลึกไปถึงว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการทำงานเพื่อธาตุสี่
เหตุนี้เองมนุษย์จึงทำความเดือดร้อนให้มนุษย์ด้วยกันเองได้ง่าย เพราะมนุษย์มองตื้น ๆ
เพียงว่า ไม่ว่าจะประกอบอาชีพดีหรืออาชีพชั่ว ต่างก็ได้มาซึ่งเงินตราเพื่อเอามาใช้จ่ายในชีวิตได้
เหมือนกัน
แต่ความจริงของชีวิตไม่ได้หยุดแค่นั้น เมื่อทำงานก็เกิดกรรมดีกรรมชั่วขึ้นมา และทั้ง
กรรมดีกรรมชั่วต่างก็ดำเนินไปตามกฎแห่งกรรม นั่นคือ "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” เมื่อมนุษย์ไม่
คำนึงถึงปลายทางของกรรม ตรงนี้คือจุดอันตรายของมนุษย์ผู้ยังไม่รู้ ไม่เข้าใจความจริงของชีวิต
กฎแห่งกรรมที่เกิดขึ้นในชาตินี้ ที่เราสามารถตรองตามได้นั้นมีอยู่ เมื่อมนุษย์ทำกรรมดี ตั้งแต่
ความคิด คำพูด และการกระทำก็ดี ส่งผลให้สุขภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ทุกอย่างดีหมด
บุญเกิด นิสัยดี ๆ เกิด มิตรเกิด การงานก็เจริญก้าวหน้าประสบความสำเร็จ ชีวิตรุ่งเรือง
สิ่งที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ที่ทำกรรมชั่วนั้นตรงกันข้าม ตั้งแต่บั่นทอนทำลายสุขภาพกาย จิตใจ
อารมณ์ บาปก็เกิด นิสัยเลวก็เกิด ก่อแต่ศัตรู มีอันตรายรอบด้าน การงานตกต่ำ ชีวิตถดถอย
นี้คือสิ่งที่มนุษย์ทำความผิดพลาด เพราะผิดพลาดเช่นนี้คนชั่วจึงเกิดขึ้นในสังคมมนุษย์
๔) การบรรเทาทุกข์จากธาตุไม่บริสุทธิ์
กฎแห่งกรรมไม่ได้จบแค่ชีวิตนี้ ยังปรุงแต่งภพชาติต่อไปว่าตายแล้วจะไปเสวยสุขในสวรรค์
หรือรับทัณฑ์ทรมานในนรก ซึ่งเรื่องสวรรค์นรกนี้พิสูจน์ได้ด้วยการฝึกสมาธิจนสามารถไปเห็นด้วย
ตนเองได้
แต่ในขณะที่เรายังพิสูจน์ไม่ได้ เพราะสมาธิยังไม่พอที่จะไปพิสูจน์ว่าตายแล้วไม่สูญ สวรรค์
มี นรกมี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ข้อคิดเอาไว้ว่า ควรตั้งใจทำความดีไปก่อน ถ้าแม้ไม่มี
ชาติต่อไป ผู้ทำความดีมาตลอดชาตินี้ก็ประสบแต่ความสุข ถ้ามีชาติต่อไปก็ประสบความสุขทั้งใน
ชาตินี้และในชาติหน้า ซึ่งแตกต่างกับผู้ที่ทำกรรมชั่ว ถ้าแม้ไม่มีชาติต่อไป ผู้ทำกรรมชั่วก็ประสบ
แต่ความทุกข์ตลอดชาติอยู่แล้ว แม้มีชาติต่อไป ผู้ทำกรรมชั่วก็ประสบกับความทุกข์ทั้งในชาตินี้
และชาติต่อไปอีก ดังนั้นไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อว่าตายแล้วสูญ บุคคลก็ควรทำแต่กรรมดี
๙๐ อยู่ในบุญ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘