ข้อความต้นฉบับในหน้า
“ยิ่งรักษาศีลได้มากเท่าไร ยิ่งนั่งสมาธิได้มากเท่าไร อัตราการตายของ
เซลล์ซึ่งมาจากธาตุที่ไม่บริสุทธิ์เหล่านี้ก็จะยิ่งลดลง ๆ ไปอีกเรื่อย ๆ
นี้คือ ปฏิกิริยาชีวเคมีที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา”
ที่ไม่บริสุทธิ์ แม้ได้มาเพิ่มใหม่ มันก็ต้องตายต่อไป ฉะนั้นเราก็ต้องหาธาตุสี่มาเติมให้ร่างกาย
ต่อไปตลอดชีวิต วันใดที่ร่างกายไม่สามารถรับธาตุสี่เพิ่มได้อีกต่อไปก็เป็นวันสิ้นสุดชีวิตนี้
เมื่อเติมธาตุสี่เข้าไป ร่างกายสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาพร้อมกับได้พลังงานด้วย ความร้อนก็เกิด
ขึ้นในร่างกาย
ความหนาว ความร้อน ที่มีอยู่ในตัวเรา เป็นตัวฟ้องว่า ในกายเรานี้ ทุกนาทีมีตายมีเกิด
และมีเกิดมีตายอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรยืนยงคงที่เลย
การที่เรารู้สึกหิวก็เพราะต้องการธาตุดิน ที่รู้สึกกระหายก็เพราะต้องการธาตุน้ำมาเติม ที่รู้สึก
อึดอัดเพราะต้องการหายใจเอาธาตุลมเข้าไป ที่รู้สึกหนาวก็เพราะต้องการธาตุไฟ ทำให้ต้องไปหา
เสื้อผ้ามานุ่งห่ม
น
อาการเดี่ยวหนาว เดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหิว เดี๋ยวกระหายนี้ เริ่มตั้งแต่เมื่อใด เริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์
ของมารดา อาการเหล่านี้เกิดขึ้นในครรภ์ และบอกให้รู้ว่าร่างกายของเรานั้นมีตายมีเกิดมาตั้งแต่
ก่อนเกิดจากครรภ์มารดาเสียอีก
อะไรเป็นเครื่องยืนยันว่าธาตุสี่เหล่านี้ไม่บริสุทธิ์ ก็อุจจาระ ปัสสาวะ ที่อยู่ในตัวเรา ที่ต้อง
ขับถ่ายออกมาเพราะมันเป็นกาก เป็นของเสีย ที่ร่างกายเอาไปใช้ไม่ได้ ไม่ใช่ประโยชน์ จึงบอกได้
ว่าธาตุเหล่านี้ไม่บริสุทธิ์
๒) ความทุกข์เกิดจากธาตุไม่บริสุทธิ์
อาการต่าง ๆ เหล่านี้ ทั้งหนาว ร้อน หิว กระหาย ขับอุจจาระออก ขับปัสสาวะออก รวมกัน
เรียกว่า ความทุกข์ประจำตัวหรือประจำสรีระ ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่มีใคร
ทําให้เกิดขึ้น
ในชีวิตประจำวัน ถ้าเรามีความสำรวมกาย สำรวมวาจา ความทุกข์จำพวกนี้จะบรรเทา
เบาบางลงไปได้บ้าง จากที่มีการตายของเซลล์นาทีละสามร้อยล้านเซลล์ ก็ตายน้อยลงไปกว่านั้น
ยิ่งรักษาศีลได้มากเท่าไร ยิ่งนั่งสมาธิได้มากเท่าไร อัตราการตายของเซลล์ซึ่งมาจากธาตุที่ไม่บริสุทธิ์
เหล่านี้ก็จะยิ่งลดลง ๆ ไปอีกเรื่อย ๆ นี้คือ ปฏิกิริยาชีวเคมีที่เกิดขึ้นในร่างกายของเรา
ๆ
ยิ่งเราสามารถควบคุมกาย ควบคุมวาจาของเรา อันเกี่ยวกับการประกอบอาชีพของเราได้
ก็จะยิ่งช่วยลดความทุกข์ที่เกิดขึ้นนี้ลงไปอีกมาก
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๘๙