ข้อความต้นฉบับในหน้า
ๆ
ในวินาทีก่อนที่ยาสลบจะหมดฤทธิ์ ดิฉันก็นึกถึงหลวงปู่ แล้วก็
“สัมมา อะระหัง" ไปเรื่อย ๆ ไม่รู้ว่าหมดสติไปตอนไหน มารู้ตัวอีกที
ในห้องพักฟื้น ความรู้สึกในตอนนั้นก็ยังคง “สัมมา อะระหัง" อยู่ แล้วก็
ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา มีความรู้สึกแค่ว่า มันเจ็บตรงหน้าท้อง ระบมไปหมด
แต่ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา แล้วก็เห็นดวงผุดขึ้นมาอีกครั้ง และในดวงก็มี
องค์พระ เห็นแล้วปีติจนน้ำตาไหล คิดในใจว่าเราสอบผ่านแล้ว อย่างน้อย
วันหนึ่งถ้าหากเราตายไปจริง ๆ เราน่าจะเอาตัวรอดได้ จากนั้นก็มองดวง
ๆ
มององค์พระไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ข้าง ๆ ห้องมีแต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวด
ในตอนนั้นเราก็ปวดเหมือนกัน แต่เราอยู่กับ “สัมมา อะระหัง” จนทำให้
ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร
วันนี้ก็เลยได้รู้ว่า พอถึงวิกฤตของชีวิตจริง ๆ เราต้องมีที่พึ่ง ที่พึ่ง
ก็อยู่ที่ตัวเราเท่านั้น เป็นที่พึ่งภายในที่เราได้ปฏิบัติ ไม่มีสิ่งอื่นใดที่จะมา
ช่วยเหลือเราในยามที่จะต้องเผชิญกับความตาย
ดังนั้น การหาที่พึ่งภายในด้วยการท่อง “สัมมา อะระหัง” จะทำให้
เราได้เข้าใจว่า ความตายนั้นไม่ได้น่ากลัวอะไร เพราะเรามีที่พึ่ง
“สัมมา อะระหัง” เปลี่ยนชีวิต พลิกนิสัยลูก
คุณหัทยาภักดิ์ เหลาคม จ.สุรินทร์
อาชีพเกษตรกร
ฉันมีลูกที่ดื้อมาก ๆ ไม่ยอมเชื่อฟัง พอเพื่อนที่เป็นผู้นำบุญจากวัด
พระธรรมกายทราบว่า ลูกของฉันไม่เชื่อฟัง ก็เลยมาแนะนำาให้ฉันลองท่อง
“สัมมา อะระหัง” ในตอนแรกฉันก็ฟังเฉย ๆ ไม่ใส่ใจ วันต่อมาเพื่อนนัด
มากินข้าวเที่ยง และแนะนำให้ลองท่อง “สัมมา อะระหัง” อีก เธอบอกว่า
ท่องได้เท่าไรก็ท่องไป ในวันแรกฉันท่องได้ถึง ๒๐๐ ครั้ง พอ
พอวันที่
ท่องได้ประมาณ ๕๐๐ ครั้ง ในขณะที่ท่องไปมีความรู้สึกว่าสดชื่น โล่ง
๒
สบาย แล้วในช่วงประมาณ ๒-๓ อาทิตย์ต่อมา ก็ท่องได้ประมาณ
๑,๐๐๐ ครั้ง ต่อวัน ต่อจากนั้นฉันก็เริ่มท่องทุกวัน
พอเริ่มท่องก็มีความรู้สึกว่าตัวเบา หายปวดหัว แต่ก่อนเป็นคนที่
ใจร้อนมาก หงุดหงิด ขี้โมโห ใครพูดอะไรไม่เข้าหูก็จะระเบิดอารมณ์ใส่
คนนั้นไปเลย แต่พอเริ่มท่องไปประมาณ ๑ เดือน ฉันมีความรู้สึกว่า
ฉันเปลี่ยนเป็นคนใหม่ เริ่มคิดได้
๑๐๖ อยู่ในบุญ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘