พระเจ้าอโศกมหาราชและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา วารสารอยู่ในบุญ USA ปี 2558 ต้นทาง 533 เดือนสิงหาคม หน้า 58
หน้าที่ 58 / 176

สรุปเนื้อหา

วัดนี้จึงเป็นพุทธสถานโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ ชื่อ “ต้าเอี้ยนถะ" (เจดีย์ห่านป่าใหญ่) ความสูงราว ๓๐ เมตร ซึ่งเดิมเป็นสถานที่เก็บรักษาพระไตรปิฎกทั้งต้นฉบับ เดิมจากอินเดียที่ยังไม่มีการแปลและในส่วนที่แปลและชำระเป็นภาษาจีนแล้ว ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผู้เขียน และคณะนักวิจัย DIRI มีความปลื้มปีติอย่างยิ่งที่ทราบว่า เราได้มาพบแหล่งข้อมูลหลักฐานค่าสอน ดั้งเดิมที่เป็นข้อมูลชั้นปฐมภูมิ แต่คณะของเราจะต้องตั้งใจมั่น มีความเพียรและขันติธรรมอย่างยิ่ง เพื่อใช้เวลาทุ่มเทศึกษาดั่งพระมหาเถระเสวียนจังและคณะศิษย์ของท่านในกาลก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนและคณะนักวิจัยขอสงวนเรื่องราวการท่าศาสนกิจตรงนี้ไว้ก่อน และจะขอบรรยายเนื้อหา ต่อเนื่องจากฉบับที่แล้ว คือ เส้นทางเผยแผ่พระพุทธศาสนา เส้นทางเผยแผ่พร

หัวข้อประเด็น

- พระเจ้าอโศกมหาราชและการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

วัดนี้จึงเป็นพุทธสถานโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ ชื่อ “ต้าเอี้ยนถะ" (เจดีย์ห่านป่าใหญ่) ความสูงราว ๓๐ เมตร ซึ่งเดิมเป็นสถานที่เก็บรักษาพระไตรปิฎกทั้งต้นฉบับ เดิมจากอินเดียที่ยังไม่มีการแปลและในส่วนที่แปลและชำระเป็นภาษาจีนแล้ว ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผู้เขียน และคณะนักวิจัย DIRI มีความปลื้มปีติอย่างยิ่งที่ทราบว่า เราได้มาพบแหล่งข้อมูลหลักฐานค่าสอน ดั้งเดิมที่เป็นข้อมูลชั้นปฐมภูมิ แต่คณะของเราจะต้องตั้งใจมั่น มีความเพียรและขันติธรรมอย่างยิ่ง เพื่อใช้เวลาทุ่มเทศึกษาดั่งพระมหาเถระเสวียนจังและคณะศิษย์ของท่านในกาลก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนและคณะนักวิจัยขอสงวนเรื่องราวการท่าศาสนกิจตรงนี้ไว้ก่อน และจะขอบรรยายเนื้อหา ต่อเนื่องจากฉบับที่แล้ว คือ เส้นทางเผยแผ่พระพุทธศาสนา เส้นทางเผยแผ่พระพุทธศาสนา (ต่อ) พระเจ้าอโศกมหาราชเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมริยะปกครองแคว้นมคธในช่วง พ.ศ. ๒๗๐ ถึง พ.ศ. ๓๑๑ ก่อนที่พระองค์จะทรงเปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา ทรงมีความดุร้ายเป็นอย่างยิ่ง จนได้รับฉายาว่า "จัณฑาโศก” แปลว่า อโศกผู้ดุร้าย เมื่อเสด็จไปรบที่แคว้นกาลิงคะ (ปัจจุบันคือ รัฐโอริสสา ประเทศอินเดีย) มีผู้บาดเจ็บล้มตายจากภัยสงครามเป็นจำนวนมาก ทรงสลดสังเวช ในบาปกรรม เมื่อทรงพบกับนิโครธสามเณรผู้มีจริยวัตรสงบเรียบร้อย จึงทรงนิมนต์ให้แสดงธรรม จากนั้นพระองค์ทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่างแรงกล้า ทรงทำนุบำรุงพุทธศาสนา เช่น ทรงสร้างศาสนสถาน ถาวรวัตถุ และหลักศิลาจารึกมากมาย ทรงเลิกการแผ่อำนาจ หันมาใช้ หลักพุทธธรรมหรือธรรมราชาในการปกครอง พระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จไปยังสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง และทรงสถาปนาให้เป็นสถานที่ ที่ควรแก่การสักการบูชาของพุทธศาสนิกชนสืบมา พระองค์ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก อย่างแท้จริงจนมีพระสมญานามว่า “ธรรมาโศก” แปลว่า อโศกผู้ทรงธรรม สําหรับการทําสังคายนาในอดีตนั้น เป็นการนำเอาค่าสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่พระสงฆ์สาวก ทรงจำไว้ได้มาแสดงในที่ประชุมสงฆ์ จากนั้นซักถามกันจนกระทั่งที่ประชุมลงมติว่าถูกต้องแน่นอน แล้ว จึงสวดขึ้นพร้อมกันเพื่อแสดงถึงความเป็นเอกฉันท์ พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงได้รับการถ่ายทอดด้วยการทรงจำหรือที่เรียกกันว่า “มุขปาฐะ" เป็นแบบแผนเดียวกันสืบต่อมา โดยมิได้จดจารเป็นตัวหนังสือ หลักฐานทางพระพุทธศาสนาในช่วง ๓๐๐ ปี หลังพุทธปรินิพพานที่เหลืออยู่มาถึงปัจจุบัน ได้แก่ สถูปทางพระพุทธศาสนาอันได้แก่มหาสถูปสาญจี (Sanchi) พุทธศตวรรษที่ ๓-๑๒ ตั้งอยู่ ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันตกของอินเดีย และเสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ทรง สถาปนาขึ้นในสถานที่สำคัญต่าง ๆ ภายในพระราชอาณาจักรของพระองค์ ๆ ๕๖ อยู่ในบุญ สิงหาคม ๒๕๕๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More