ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบัน วารสารอยู่ในบุญ USA ปี 2558 ต้นทาง 632 เดือนกันยายน หน้า 38
หน้าที่ 38 / 171

สรุปเนื้อหา

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ผ่านมา สถาบันคีรีมีความร่วมมือทางวิชาการอย่างต่อเนื่องกับ มหาวิทยาลัยออสโล แล้วทางสถาบันที่รีก็ได้ร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เมือง ซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ที่มีโครงการวิจัย ชำาระ และแปลเอกสารโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เช่นกัน จึงทำให้เรานักวิจัยของสถาบันคีรีได้เรียนรู้สืบค้นจากแหล่งข้อมูลชั้นปฐมภูมิ (Primary Source) ที่แท้จริง นั่นหมายถึงโอกาสอันดีงามที่นักวิจัยของสถาบันคีรีได้ย้อนยุคไปศึกษาวิจัยและได้ เรียนรู้ภาคสนามกับนักวิชาการ คณาจารย์ระดับโลก ที่อยู่ตามที่ต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก จากการที่นักวิจัยของสถาบันฯ ได้บ่มเพาะฝึกฝนตนเองทั้งด้านวิชาการ ทั้งเรียนรู้ภาษาโบราณ และการทำวิจัยด้วยระบบมาตรฐานสากลของโลก โดยเริ่มต้นเสมือนเป็นผู้ช่วยวิจัยของคณาจารย์ นักวิช

หัวข้อประเด็น

- ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสถาบัน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ผ่านมา สถาบันคีรีมีความร่วมมือทางวิชาการอย่างต่อเนื่องกับ มหาวิทยาลัยออสโล แล้วทางสถาบันที่รีก็ได้ร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยวอชิงตัน เมือง ซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ที่มีโครงการวิจัย ชำาระ และแปลเอกสารโบราณที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เช่นกัน จึงทำให้เรานักวิจัยของสถาบันคีรีได้เรียนรู้สืบค้นจากแหล่งข้อมูลชั้นปฐมภูมิ (Primary Source) ที่แท้จริง นั่นหมายถึงโอกาสอันดีงามที่นักวิจัยของสถาบันคีรีได้ย้อนยุคไปศึกษาวิจัยและได้ เรียนรู้ภาคสนามกับนักวิชาการ คณาจารย์ระดับโลก ที่อยู่ตามที่ต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก จากการที่นักวิจัยของสถาบันฯ ได้บ่มเพาะฝึกฝนตนเองทั้งด้านวิชาการ ทั้งเรียนรู้ภาษาโบราณ และการทำวิจัยด้วยระบบมาตรฐานสากลของโลก โดยเริ่มต้นเสมือนเป็นผู้ช่วยวิจัยของคณาจารย์ นักวิชาการระดับโลกเหล่านั้น จึงทำให้พวกเราพัฒนางานวิจัยก้าวหน้าไปได้มาก จนในปัจจุบัน พวกเราก็ได้รับความเมตตาให้ร่วมทำงานเคียงข้างท่านอย่างเต็มตัว จนนักวิจัยของเราได้ผลิต ผลงานทางวิชาการร่วมกับนักวิชาการที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น ที่จะพิมพ์เผยแผ่สู่สาธารณะทั่วไป ทำให้ นักวิชาการระดับโลกต่างเริ่มรับรู้ผลงานจากสถาบันวิจัยดีรีเพิ่มมากขึ้น Workshop นอกจากนี้ท่านศาสตราจารย์เจนส์ บราวิก ได้พาคณะนักวิจัยของสถาบันดีรีไปที่ โดยนัดหมายไปพบ Conservator ชื่อคุณดาเนียล เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการถนอมรักษาของเก่า ด้านเอกสาร โดยเฉพาะภาพเขียนโบราณเก่าที่ประณีต เป็นต้น และเนื่องจากพระคัมภีร์เหล่านั้น เป็นวัสดุเปลือกไม้เบิร์ช (Birch Bark) และใบลาน ที่มีการจารึกด้วยหมึกชั้นเยี่ยม อายุประมาณ คริสต์ศตวรรษที่ 6 (อายุราว ๑,๓๐๐ ปี) แต่ถูกความชื้น (ไม่รู้สาเหตุ) จนทุกแผ่นติดกันแน่น คุณดาเนียลต้องค่อย ๆ แกะแล้วทำให้แห้ง แล้วจึงส่งต่อไปถ่ายสาเนาดิจิทัล จากนั้นจึงเป็นช่วงที่ นักวิจัยของดีรีกับ ดร.เจนส์ จะได้มีโอกาสเรียนอ่าน ชำระปริวรรตเป็นตัวอักษรโรมัน (Romanize) จากนั้นจึงจะไปเทียบกับคัมภีร์ในภาษาอื่น ซึ่งผู้ชำระจะต้องมีพื้นความรู้ภาษานั้น ๆ เช่น ทิเบต จีน เป็นต้น และแปลเป็นภาษาอังกฤษ คุณดาเนียล (Conservator) แผนกอนุรักษ์คัมภีร์ โบราณ กำลังอธิบายวิธีการเก็บรักษาและซ่อมแซม เพื่อการทำงานขั้นตอนต่อไป ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ แหล่งข้อมูลชุดใหญ่ ต้นฉบับเก่าแก่ อายุมากกว่า ๑,๓๐๐ การเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในครั้งนี้ มีพันธกิจเพื่อร่วมประชุมปรึกษางานกัน และจะได้มี โอกาสพัฒนาความร่วมมือต่อกัน อันสืบเนื่องจากการทำ MOU ระหว่างสองสถาบันคือ University of Oslo (UiO) และ Dhammachai International Research Institute (DIRI) อีกทั้งผู้เขียนและทีมงานก็ได้มีโอกาสพบปะและเข้าไปทำความรู้จักกับทีมงานนักวิชาการ ที่เป็นผู้บุกเบิกงานวิจัยเกี่ยวกับพระคัมภีร์พุทธโบราณ ฉบับภาษาคานธารี ได้แก่ ศ. ริชาร์ด ซาโลมอน ศ. คอลเล็ต ค็อกซ์, ดร. แอนดรูว์ กลาส และท่านภิกษุณีเทียนชาง ในการประชุมวิชาการ ด้านพุทธศาสตร์ศึกษานานาชาติ ครั้งที่ ๑๔ พ.ศ. ๒๕๕๘ ณ ภาควิชาตะวันออกและอัฟริกันศึกษา มหาวิทยาลัยลอนดอน ประเทศอังกฤษ จึงเป็นผลงานของนักวิจัยสถาบันดีรีที่สามารถค้นพบหลักฐาน ร่องรอยธรรมกาย ซึ่งมีอยู่หลายแหล่งด้วยกัน และเป็นเรื่องที่น่าสนใจ โดยผู้เขียนจะทยอยนำมา เผยแพร่ให้ได้ทราบกันในฉบับต่อไป - ๕๔ อยู่ในบุญ กันยายน ๒๕๕๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More