การป้องกันความไม่น่าดู วารสารอยู่ในบุญ USA ปี 2558 ต้นทาง 632 เดือนกันยายน หน้า 64
หน้าที่ 64 / 171

สรุปเนื้อหา

กลิ่นที่ออกจากตัวเราก็ไม่มีดี พอเหงื่อออกแล้วต้องหาน้ำอบน้ำหอมมาชโลมกันเอาไว้ มิฉะนั้น กลิ่นไม่ดีในร่างกายเป็นต้องรบกวนชาวบ้าน สีของตัวเราก็เหมือนกัน ไม่ค่อยมีดี ยิ่งพอโกรธแล้ว หน้าเขียว หน้าดำ ปากสั่น หน้าเป็นผีเลย เห็นเป็นยักษ์ไปเลย ทั้งเนื้อทั้งตัวเรานอกจากคุณธรรม แล้ว จะเอาของดี ๆ หายาก ๆ ทั้งเนื้อทั้งตัวเรามีของไม่ดีอย่างนี้ ถ้าเราไม่ระวังก็ไปก่อความรำคาญให้ชาวบ้าน เมื่อก่อ ความรำคาญให้ ใครล่ะจะรัก ความน่ารักหมดไปเลย แม้ไม่ได้ทำอะไร แค่นั่งอยู่เฉย ๆ แต่นั่งไป ท้องร้องจ๊อก ๆ ไป คนข้าง ๆ ก็รำคาญ นี้คือเสียงที่ออกจากตัวเราก็ไม่ใช่เสียงที่ไพเราะอะไร บางคนยิ่งเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เราไม่อยากเข้าใกล้ หายใจเข้าหายใจออก เสียงดังครืดคราด คล้ายเสียงแมวกรน ยิ่งบางคนนอนกรนเสียงเหมื

หัวข้อประเด็น

- การป้องกันความไม่น่าดู

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กลิ่นที่ออกจากตัวเราก็ไม่มีดี พอเหงื่อออกแล้วต้องหาน้ำอบน้ำหอมมาชโลมกันเอาไว้ มิฉะนั้น กลิ่นไม่ดีในร่างกายเป็นต้องรบกวนชาวบ้าน สีของตัวเราก็เหมือนกัน ไม่ค่อยมีดี ยิ่งพอโกรธแล้ว หน้าเขียว หน้าดำ ปากสั่น หน้าเป็นผีเลย เห็นเป็นยักษ์ไปเลย ทั้งเนื้อทั้งตัวเรานอกจากคุณธรรม แล้ว จะเอาของดี ๆ หายาก ๆ ทั้งเนื้อทั้งตัวเรามีของไม่ดีอย่างนี้ ถ้าเราไม่ระวังก็ไปก่อความรำคาญให้ชาวบ้าน เมื่อก่อ ความรำคาญให้ ใครล่ะจะรัก ความน่ารักหมดไปเลย แม้ไม่ได้ทำอะไร แค่นั่งอยู่เฉย ๆ แต่นั่งไป ท้องร้องจ๊อก ๆ ไป คนข้าง ๆ ก็รำคาญ นี้คือเสียงที่ออกจากตัวเราก็ไม่ใช่เสียงที่ไพเราะอะไร บางคนยิ่งเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เราไม่อยากเข้าใกล้ หายใจเข้าหายใจออก เสียงดังครืดคราด คล้ายเสียงแมวกรน ยิ่งบางคนนอนกรนเสียงเหมือนโรงสีไฟ ครืดคราด ๆ เสียง กลิ่น ของแข็ง และของเหลวที่ออกจากตัวเราไม่ต้องมากหรอก อาหารที่ตั้งบนโต๊ะ แหม! น่ากิน หอมเชียว ตักใส่ปากเคี้ยวสัก ๓-๔ ที พอคายออกมาใหม่ แล้วบอกให้ตักเข้าไปอีกที ไม่เอา แล้ว กลายเป็นสิ่งที่ไม่น่ากิน ไม่น่าดู นี้คือตัวของเรา เพราะฉะนั้นที่ส่องกระจกทุกวันว่า แหม! ... ฉันนี่สวยจริง หมุนอยู่หน้ากระจก ๕ รอบ ๑๐ ตลบน่ะ หลงตัวเอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทรงมองทะลุปรุโปร่งหมดเลย ทรงบัญญัติมารยาทให้พระภิกษุ หมวดหนึ่ง เรียกว่า “เสขิยวัตร” เพื่อป้องกันความน่าสะอิดสะเอียนในตัวของเราให้หมดไป แล้วใน เวลาเดียวกันก็ช่วยส่งเสริมบุคลิกให้ดี ให้น่าเคารพรักขึ้นมา หมวดธรรมหมวดนี้ ต่อมากลายเป็นพื้นฐานของมารยาทไทย ฉะนั้นวันนี้เรามาศึกษา "เสขิยวัตร" เพื่อว่าถ้าเรามีข้อบกพร่องอะไรในตัว จะได้รู้และแก้ไขทัน คนบางคนทํางานเก่ง พูดจาก็เพราะ พรรคพวกเพื่อนฝูงก็รักในเชิงของการทํางาน ในการพูดจา แต่พอถึงเวลากิน มีงานเลี้ยง เขาไม่เคยเชิญเราไปเลย เราก็อดนึกเคืองไม่ได้ อะไรกัน ที่งานหนัก มาตามเรา ที่จะกินไม่ตาม ชักโมโห แท้ที่จริงมารยาทในการรับประทานอาหารของเราแย่จริง ๆ กินเหมือนหมูกิน เขาเลยไม่เชิญไป เอ๊ะ! ความรู้เราก็ดี ความสามารถก็ดี แต่ทำไมพวกเพื่อน ๆ ไม่รักเรา เข้าไปคุยกับเขาทีไรหนีทุกทีเลย อ้อ! กลิ่นตัวของเราแรงจริง ๆ หรือเวลาพูดน้าลายกระเซ็น เชียว เพื่อนทนไม่ไหวจริง ๆ หนีหน้าหมด บางคนอะไร ๆ ก็ดี ท่านั่งก็ดี ท่ายืนก็ดี แต่เวลาเดิน เสียบุคลิกหมด ไม่น่าดู เดินขาถ่าง ๆ หมาวิ่งลอดได้สบาย ฯลฯ เพื่อแก้ความไม่น่าดู ควรมาศึกษา “เสขิยวัตร” ซึ่งมีอยู่ ๔ หมวดด้วยกัน แม้เป็นมารยาทของ พระภิกษุ แต่จะขยายความว่าจะน่าเอามาใช้กับประชาชนได้อย่างไร หมวดที่ ๑ เรียกว่า “สารูป” แปลว่า ธรรมเนียมที่ควรประพฤติเวลาเข้าบ้าน ตามธรรมดา พระอยู่ในวัด แต่ถึงเวลาจะเข้าบ้านประชาชนหรือไปในหมู่บ้านต่าง ๆ ควรจะปฏิบัติอย่างไร เรื่องนี้นำมาใช้ปรับปรุงตัวเราเองได้ เวลาอยู่บ้านเราจะทำตัวอย่างไรก็ได้ แต่ออกนอกบ้าน จะต้องทำอย่างไรบ้าง เอามาเปรียบเทียบกันกับพระภิกษุ ๘๐ อยู่ในบุญ กันยายน ๒๕๕๘
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More