บ่อเกิดของมารยาทไทย วารสารอยู่ในบุญ USA ปี 2558 ต้นทาง 632 เดือนกันยายน หน้า 63
หน้าที่ 63 / 171

สรุปเนื้อหา

ได้หยั่งรากลึกลงในประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษไทยสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน พระพุทธศาสนา ชนชาติไทยคุ้นเคยกับศีลาจารวัตร อันงดงามของพระภิกษุสงฆ์ จนซึมซับและถ่ายทอดกิริยามารยาทที่นุ่มนวล นั้นไปอบรมสั่งสอนลูกหลานสืบต่อกันมา "เสขิยวัตร" จึงเปรียบเสมือนเพชรน้ำหนึ่ง ที่ทําให้คนไทยเป็นคน พิเศษ มีความน่ารัก นุ่มนวล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีในชนชาติอื่น จึงสมควรที่ ลูกหลานไทยยุคปัจจุบันจะต้องกลับมาทบทวนฝึกตนเองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อ รักษาสมบัติทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์ของชนชาวไทย ต้นบัญญัติของมารยาทไทย เรื่องที่นำมาฝากในวันนี้ คือ “บ่อเกิดของมารยาทไทย เราสงสัยกันมานานว่า มารยาทไทยตลอดจนขนบธรรมเนียมที่เราใช้กันอยู่ ซึ่งมีความแตกต่าง ไปจากชนชาติอื่นและมีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แล้วยังเป็นที่ประทับ

หัวข้อประเด็น

- บ่อเกิดของมารยาทไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ได้หยั่งรากลึกลงในประเทศไทย ตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษไทยสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน พระพุทธศาสนา ชนชาติไทยคุ้นเคยกับศีลาจารวัตร อันงดงามของพระภิกษุสงฆ์ จนซึมซับและถ่ายทอดกิริยามารยาทที่นุ่มนวล นั้นไปอบรมสั่งสอนลูกหลานสืบต่อกันมา "เสขิยวัตร" จึงเปรียบเสมือนเพชรน้ำหนึ่ง ที่ทําให้คนไทยเป็นคน พิเศษ มีความน่ารัก นุ่มนวล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีในชนชาติอื่น จึงสมควรที่ ลูกหลานไทยยุคปัจจุบันจะต้องกลับมาทบทวนฝึกตนเองอีกครั้งหนึ่ง เพื่อ รักษาสมบัติทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าและเป็นเอกลักษณ์ของชนชาวไทย ต้นบัญญัติของมารยาทไทย เรื่องที่นำมาฝากในวันนี้ คือ “บ่อเกิดของมารยาทไทย เราสงสัยกันมานานว่า มารยาทไทยตลอดจนขนบธรรมเนียมที่เราใช้กันอยู่ ซึ่งมีความแตกต่าง ไปจากชนชาติอื่นและมีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แล้วยังเป็นที่ประทับใจของคนทั่วโลกนี้ ได้มา จากไหนกันแน่ ก็พบว่า มารยาทและขนบธรรมเนียมประเพณีไทยได้มาจากพระพุทธศาสนา มารยาทไทยที่จะกล่าวถึงในวันนี้เป็นการยกเอา “หมวดพระวินัย” หมวดหนึ่งในวินัยของ พระสงฆ์ ที่เรียกว่า "หมวดเสขิยวัตร” ว่าด้วยมารยาทอันงดงามของพระภิกษุ ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงน่ามาจากมารยาทของกษัตริย์ เพราะพระองค์ทรงเป็นเจ้าชายในราชวงศ์ของกรุงกบิลพัสดุ มาก่อน พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนำมารยาทของกษัตริย์ที่ดีงามมารวมกับมารยาทของนักบวช ที่ดีงามในยุคนั้น ซึ่งพระองค์ทรงพิสูจน์มาแล้วว่าดีจริง ๆ แล้วทรงปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพิ่มเติม จนกลายเป็นมารยาทของพระภิกษุ จากนั้นได้กลายมาเป็นมารยาทของชาวไทยเราด้วย ก่อนอื่นต้องทําความเข้าใจเสียก่อนว่า ทำไมจึงต้องฝึกมารยาทกัน เหตุผลในขั้นพื้นฐานก็คือ เพื่อปกปิดความไม่งามในร่างกายของเรา ๑. ๒. เพื่อป้องกันการกระทบกระทั่งกัน ในตัวของเรานี้ไปดูเถิด ไม่ว่าของแข็ง ของเหลว ไม่ว่าลมที่ออกจากตัวเรา แม้เสียงที่ออกจาก ตัวเรา จริง ๆ แล้วไม่น่ารักสักอย่าง และน่าสะอิดสะเอียนทั้งนั้น น้ำที่ออกมาจากตัวเรา เช่น น้ำมูก น่าดูเสียเมื่อไร หรือน้ำลาย ลองใครบ้วนน้ำลายให้เรากิน สักถ้วย จ้างก็ไม่เอา เคืองตายเลย ที่เห็นจะพอดูได้ก็น้ำตาของบางคน ดูสวยดี หยดเหมือนน้ำค้าง แต่พอเข้าไปใกล้ไม่ไหว ยิ่งน้ำปัสสาวะเลิกพูดกัน นี้คือของเหลวที่ออกจากร่างกาย เอาเข้า จริง ๆ จัง ๆ แล้ว น่าสะอิดสะเอียน ของแข็งที่ออกจากร่างกายยิ่งไม่ต้องอธิบาย ของตัวเอง ยังรังเกียจ ยังรำคาญเลย ออกมาแล้วต้องรีบล้างรีบเช็ด กันยายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๗๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More