ข้อความต้นฉบับในหน้า
บางคนพยายามหาคำที่เจ็บที่สุด ด่าให้เจ็บที่สุด เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งแสบเข้าไปถึงทรวง ทำ
แล้วรู้สึกสะใจ แบบนี้วิบากกรรมจะเกิดขึ้น ถ้าไม่มีบุญช่วยเอาไว้จะตกนรก โดนเอาน้ำกรดมาราด
แสบเข้าไปถึงทรวง ถึงกระดูก น้ำกรดมันกัดเนื้อถึงกระดูกจริง ๆ ทุกอย่างที่เราแสดงออกไป
จะย้อนกลับมาถึงตัวเราหมด แล้วแรงกว่าเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเท่า
เพราะฉะนั้นขอเตือน ถ้าใครทำอยู่ก็ให้ยึดหลัก "อดีตที่ผิดพลาดลืมให้หมด จากนี้ไปไม่ทำอีก
เด็ดขาด” ส่วนคนที่ไม่ได้แสดงความเห็นก็พยายามอย่าไปอ่าน ตรงไหนที่เขาใช้คำหยาบ ๆ แรง ๆ
อย่าไปกดไลค์ กดแชร์ เพราะการที่มีคนสนับสนุนเยอะ จะทำให้เขารู้สึกภูมิใจว่า ค่าแสบ ๆ ของเขา
มีคนชอบเยอะ เป็นการให้กำลังใจคนทำไม่ดีให้มีกำลังใจทำมากขึ้น เราก็มีส่วนอนุโมทนาบาป
ไปด้วย ขณะเดียวกันพอเราไปเสพคุ้นกับสิ่งเหล่านี้ ใจเราจะค่อย ๆ หยาบโดยไม่รู้ตัว ไม่เป็นผลดี
ต่อคุณภาพใจ เราต้องรู้เท่าทัน ไม่แสดงสิ่งที่หยาบคายออกไป แล้วก็ไม่ไปเสพสิ่งที่หยาบคายด้วย
ถ้าจะนำเสนอ ก็นำเสนอข้อมูลที่ดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อโลก
มีวิธีใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างไรให้เกิดความพอดีและเหมาะสม?
m-P
แต่ไม่ใช่
ในบางอาชีพ บางหน้าที่การงาน การอัปเดตข้อมูลที่ทันการอาจมีความจำเป็น
การคุยเรื่อยเปื่อยไร้สาระ ถ้าผู้ใหญ่ถามมา เพื่อนร่วมงานถามมา แบบนี้การเช็กอยู่เป็นระยะ ๆ
เป็นประโยชน์ ทำให้งานเคลื่อนตัวได้เร็ว แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอดีและความเป็นประโยชน์
ถ้าเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป วันหนึ่งเช็ก ครั้งก็พอ ถ้าเช็กชั่วโมงละ ๓-๔ ครั้งมากเกินไป กลายเป็น
นิสัยไปแล้ว ถ้าไม่ได้ทำรู้สึกมันขาดอะไรสักอย่าง ไม่มีอะไรก็เปิดดูไปเรื่อย ๆ แค่นั้นเอง อย่างนี้
เสียประโยชน์ ทำให้มีแนวโน้มสมาธิสั้น พอทำอะไรแป๊บหันไปทำอย่างอื่นแล้ว นี้คือโทษอย่างหนึ่ง
ของความมีฤทธิ์ ทำให้เสียสมาธิในการทำการงานต่าง ๆ สิ่งที่ช่วยได้มากก็คือ การสวดมนต์ นั่งสมาธิ
ระหว่างสวดมนต์ นั่งสมาธิ ปิดโทรศัพท์เลย พอเราทำแบบนี้ได้ จะเป็นการฝึกพื้นฐานว่าเรา
คุมมันได้ และทําให้ใจเรานิ่งด้วย
ๆ
ในยุคปัจจุบันพอฤทธิ์เรามากขึ้น สามารถไปเห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ ผ่านโลกออนไลน์
แล้วสามารถพูดคุยกับคนได้มากมาย ทั้งโดยการพูดและการพิมพ์ ผลก็คือ มีเรื่องราวมาสู่ใจเรามาก
เหลือเกิน ท่าให้ใจเรากระเพื่อม ไม่ค่อยนิ่ง แต่การนั่งสมาธิเป็นการฝึกให้ใจเรานิ่งเพียงพอที่จะรับมือ
กับกระแสข้อมูลที่ท่วมท้นมาทุก ๆ ทาง และยังช่วยฝึกวินัยในการใช้สื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย
บริษัทผลิตอุปกรณ์สื่อสารพยายามออกเครื่องใหม่ ๆ และเพิ่มฟังก์ชั่นต่าง ๆ
ตัวเราในฐานะผู้ใช้ต้องเปลี่ยนเครื่องให้ทันสมัยทุกครั้งหรือไม่?
ให้ใช้เฉพาะสิ่งที่จำเป็นต่อหน้าที่การงานและความเป็นอยู่ของเรา ไม่ใช้เพราะเป็นแฟชั่น
คนอื่นมีเราต้องมีบ้าง บางคนของเก่าเพิ่งซื้อมา ยังผ่อนไม่หมดเลย ซื้อเครื่องใหม่อีกแล้ว อย่างนี้
กลายเป็นทาสเทคโนโลยี ทาสแฟชั่น พอเห็นโฆษณาก็รู้สึกอยากได้ ที่จริงถ้าเขายังไม่ออกรุ่นใหม่
เราก็ใช้ของเก่าได้ ในเมื่อยังใช้ได้จะไปเปลี่ยนทำไม เพราะฉะนั้นให้ใช้นาน จนกว่าถึงคราว
จะต้องเปลี่ยน เช่น เครื่องหมดสภาพหรือเสียบ่อย แบบนี้ค่อยหาเครื่องใหม่มาทดแทน
ๆ
๙๐ อยู่ในบุญ กันยายน ๒๕๕๘