การเชิญชวนและยกย่องคนทำความดี วารสารอยู่ในบุญ USA ปี 2558 ต้นทาง 632 เดือนกันยายน หน้า 69
หน้าที่ 69 / 171

สรุปเนื้อหา

ประการที่ ๔ กล่าวเชิญชวนยกย่องสรรเสริญให้กำลังใจคนที่ทำความดี ประการนี้ยิ่งสำคัญ ต้องหัดให้เป็นนิสัย ถ้าใครแม้ใจใสมาระดับหนึ่งแล้วเพราะทำดีมาตลอด แต่แค่การให้กำลังใจคน การให้เกียรติคนยังไม่สามารถทำได้ นั่นก็บ่งบอกว่าเรายังจัดระเบียบ คําพูดไม่ค่อยลงตัว ที่จัดระเบียบคำพูดไม่ลงตัว ก็เพราะว่าระเบียบความคิดของเรายังไม่ลงตัว ที่จัดระเบียบความคิดของเราไม่ลงตัว เพราะข้าวของในบ้านของเราก็ยังจัดไม่ลงตัว สาเหตุที่เรา ยังจัดของที่บ้านไม่ได้ เพราะบ้านสะอาดไม่พอ บางบ้านสะอาดพอ แต่ที่สะอาดเป็นฝีมือคนรับใช้ ไม่ใช่ตัวเองทำ ถ้าตัวเองไปทำก็ทำได้ไม่สะอาดอย่างนั้น การที่ใครคนใดคนหนึ่งจะสามารถชวนคนไปทำความดี หรือใครทำความดีก็เชียร์เขาได้ เต็มที่ คนนั้นจะต้องผ่านการจัดระเบียบข้าวของที่บ้าน ผ่านการทำความสะอาดที่บ้า

หัวข้อประเด็น

- การเชิญชวนและยกย่องคนทำความดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ประการที่ ๔ กล่าวเชิญชวนยกย่องสรรเสริญให้กำลังใจคนที่ทำความดี ประการนี้ยิ่งสำคัญ ต้องหัดให้เป็นนิสัย ถ้าใครแม้ใจใสมาระดับหนึ่งแล้วเพราะทำดีมาตลอด แต่แค่การให้กำลังใจคน การให้เกียรติคนยังไม่สามารถทำได้ นั่นก็บ่งบอกว่าเรายังจัดระเบียบ คําพูดไม่ค่อยลงตัว ที่จัดระเบียบคำพูดไม่ลงตัว ก็เพราะว่าระเบียบความคิดของเรายังไม่ลงตัว ที่จัดระเบียบความคิดของเราไม่ลงตัว เพราะข้าวของในบ้านของเราก็ยังจัดไม่ลงตัว สาเหตุที่เรา ยังจัดของที่บ้านไม่ได้ เพราะบ้านสะอาดไม่พอ บางบ้านสะอาดพอ แต่ที่สะอาดเป็นฝีมือคนรับใช้ ไม่ใช่ตัวเองทำ ถ้าตัวเองไปทำก็ทำได้ไม่สะอาดอย่างนั้น การที่ใครคนใดคนหนึ่งจะสามารถชวนคนไปทำความดี หรือใครทำความดีก็เชียร์เขาได้ เต็มที่ คนนั้นจะต้องผ่านการจัดระเบียบข้าวของที่บ้าน ผ่านการทำความสะอาดที่บ้านของตัวเอง มาได้ดีทีเดียว ไม่อย่างนั้นทำไม่ได้ อาจจะดูว่าแปลก แต่ขอเชิญลองไปทำดูด้วยตัวเองแล้วจะเข้าใจ เหตุกับผลนี้ได้เอง วันนี้ ในบ้านเมืองของเรานี้ คนที่มีความสามารถที่จะชี้ผิด ชี้ถูก ชี้ดี ชี้ชั่ว ได้ชัดเจน หาได้ยาก อาจจะเป็นเพราะ ๑) เขาอาจจะรู้แยกแยะดี-ชั่ว ผิดถูก แต่เขาไม่เคยชวนคนอื่น ๒) เขาเคยชวนคนอื่น แต่ไม่เคยเชียร์ใครให้ทำความดี เพราะฉะนั้นก็เลยพากันนิ่ง เลยรวม คนดีไม่ค่อยจะได้ ต่างคนต่างอยู่ เมื่อต่างคนต่างอยู่ ประเทศชาติ พระศาสนาคงเดินหน้าไม่ได้ ดังนั้น ถ้าหากเราต้องการจะสร้างสรรค์สังคมให้ร่มเย็นเป็นสุขด้วยมือของเรา ต่อแต่นี้ไป ตั้งใจฝึกตัวเองให้ใจใส ตั้งเป้าหมายต่อสังคมไว้ว่า หากเราไปอยู่ที่ไหนจะต้องรวมคนดีมีศีลมีธรรม ไว้ให้เป็นปึกแผ่นในชุมชนในสังคมของเรา เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขทั่วหน้า โดยเริ่มจากตัวเราเอง ฝึกตัวเองให้ดีแล้วไปชักชวนคนอื่น เมื่อทำแล้วก็ปลื้ม ใจจะได้ฟู เมื่อใจฟูแล้วก็เกิดพลังใจ พลังคำพูด ค่าสรรเสริญ ทั้งชวน-ชม-เชียร์คนทำความดีกันได้ถ้วนทั่วทุกหนแห่งที่เราไปอยู่อาศัย แล้วคนดี ๆ ก็จะรวมกลุ่มกันติด แล้วกลายเป็นกลุ่มก้อน เป็นเครือข่าย เป็นสังคมที่ดีขึ้นมาได้ สำเร็จเอง - กันยายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๘๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More