ข้อความต้นฉบับในหน้า
NTHPO
ต่อมาเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในดินแดนแถบนี้
สับสนไปด้วยสงครามและการแย่งชิงอำนาจอยู่ประมาณ
ร้อยปีเศษ จนกระทั่งถึง พ.ศ. ๓๙๒ พระเจ้ามิลินท์ กษัตริย์
ผู้มีเชื้อสายกรีก มีพระนามในภาษากรีกว่า เมนันดรอส
(Menandros) พระองค์ทรงแผ่อำนาจลงมาถึงตอนเหนือ
ของลุ่มแม่นํ้าคงคา เดิมทีมิได้ทรงเลื่อมใสในพระพุทธ
ศาสนา พระองค์ทรงแตกฉานวิชาไตรเพทของพราหมณ์
และปรัชญาศาสนาต่าง ๆ รวมทั้งพุทธศาสนาด้วย ทรง
โต้วาทีกับนักบวชในลัทธิศาสนาต่าง ๆ ซึ่งปรากฏว่าไม่มี
ใครเสมอพระองค์ได้ จนกระทั่งคณะสงฆ์ได้เลือก
พระนาคเสน ผู้สามารถมาสนทนากับพระเจ้ามิลินท์
จนกระทั่งพระองค์ทรงกอปรด้วยสัมมาทิฐิ ทรงเจริญศรัทธาในพระพุทธศาสนา จากการตั้งคำถาม
และฟังคำตอบจากพระนาคเสนเป็นเวลาหลายวัน คำถามเหล่านั้นเป็นคำถามที่ตอบได้ยาก
พระเจ้ามิลินท์ (Menander) ชื่อใน
ภาษากรีกเมนันดรอส (Menandros)
ครองราชย์ปลายพุทธศตวรรษที่ ๔
ที่มา http://www.livius.org/source-content/
the-milindapanha/
ๆ
แต่พระนาคเสนก็เฉลยได้ทุกข้อ พร้อมทั้งยกอุปมาเปรียบเทียบได้อย่างแจ่มแจ้งโดยอาศัยธรรมชาติ
ที่มีอยู่รอบตัว หลังจากนั้นพระพุทธศาสนาจึงได้รับการอุปถัมภ์จากพระเจ้ามิลินท์เป็นอย่างดี
การสนทนาระหว่างทั้งสองท่านนี้ได้รวบรวมไว้เป็นคัมภีร์เรียกว่า "มิลินทปัญหา" ซึ่งในคัมภีร์นี้
พบว่าได้กล่าวถึง พระธรรมกาย ไว้ด้วย
การสืบค้นหลักฐานธรรมกายจากดินแดนที่เคยเป็นคันธาระโบราณ และจากพื้นที่โดยรอบ
ทะเลทรายทากลามากัน ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันเป็นเส้นทางการค้าที่เรียกว่าเส้นทางสายไหม ซึ่ง
รับเอาพระพุทธศาสนามาจากคันธาระอีกที บ่งบอกว่าดินแดนคันธาระเป็นต้นแหล่งการเผยแผ่
พระพุทธศาสนาสู่เอเชียกลางและประเทศจีน เอกสารโบราณที่บันทึกโดยพระภิกษุในพระพุทธ
ศาสนา กล่าวถึงการเดินทางของพระพุทธศาสนาไปสู่แคว้นคันธาระหลายระลอก เช่น ตั้งแต่
ครั้งพุทธกาลหรือหลังพุทธกาลใหม่ ๆ, หลังการสังคายนาครั้งที่ ๒ ก่อนรัชสมัยพระเจ้า
อโศกมหาราช, ในรัชสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และสุดท้ายมาเจริญรุ่งเรืองที่สุดในยุคสมัยของ
พระเจ้ากนิษกมหาราชแห่งราชวงศ์กุษาณะ และนี่ก็เป็นภาพการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในคันธาระ
และเอเชียกลาง ซึ่งเป็นแหล่งที่มีคัมภีร์โบราณอันทรงคุณค่าอยู่มากมาย
ทั้งสืบเนื่องจาก วันที่ ๔-๑๐ สิงหาคม ที่ผ่านมา ผู้เขียนและคณะได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจ
ในโครงการสืบค้นวิจัยค่าสอนดั้งเดิมฯ ณ ประเทศนอร์เวย์ เนื่องจากได้รับจดหมายเชิญจากท่าน
ศาสตราจารย์เจนส์ บราวิก นักวิชาการอาวุโสด้านโบราณคดีแห่งศูนย์การศึกษาก้าวหน้า
มหาวิทยาลัยออสโล ประเทศนอร์เวย์ ผู้จุดประกายให้นักวิชาการระดับโลกรวมถึงนักศึกษา
พุทธศาสตร์ทั่วโลกได้รับทราบและปลื้มปีติว่ามีการค้นพบพระคัมภีร์พุทธโบราณที่มีอายุตั้งแต่
๑,๓๐๐-๒,๐๐๐ กว่าปี โดยท่านศาสตราจารย์เชิญไปเพื่อร่วมปรึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาความร่วมมือ
ทางวิชาการ อีกทั้งภาคบ่ายยังได้พาคณะของผู้เขียนไปพบกับนักอนุรักษ์และบำารุงรักษาซ่อมแซม
พระคัมภีร์โบราณ และยังได้ชมได้สัมผัสต้นฉบับพระคัมภีร์อันเป็นข้อมูลชั้นปฐมภูมิฉบับแท้จริง
ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเช่นนี้
กันยายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๕๑