การเลือกข้อมูลที่มีประโยชน์ วารสารอยู่ในบุญ USA ปี 2558 ต้นทาง 632 เดือนกันยายน หน้า 73
หน้าที่ 73 / 171

สรุปเนื้อหา

เราจะมีวิธีเลือกรับข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร? ข้อมูลแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ ๑. ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ๒. ข้อมูลที่กลาง ๆ ๓. ที่เป็นโทษ ข้อมูล ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เป็นข้อมูลที่เป็นความรู้ซึ่งมีหลายระดับ ถ้าข้อมูลนั้นเกี่ยวกับงานที่เราทำ ก็เป็นประโยชน์โดยตรง บางเรื่องเป็นความรู้แวดล้อมที่ช่วยให้เรามีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ มีวิสัยทัศน์ในการมองโลก อันนี้ก็เป็นประโยชน์ถัดมา แต่บางอย่างเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ ไม่เกี่ยวกับเรา ก็กลายเป็นข้อมูลกลาง ๆ ถ้าเราไปหลงเพลินก็ไม่ถึงกับเป็นโทษ แต่ทำให้เสียเวลา และเสียสุขภาพ สมาธิที่จะทำการงานก็เสียไป ส่วนข้อมูลประเภทที่ ๓ คือ ข้อมูลที่เป็นโทษ เช่น เรื่องเกี่ยวกับทางเพศ ความรุนแรง เป็นต้น ถ้าเราไปจมอยู่กับข้อมูลแบบนี้ จะทำให้เราเสียทั้งสุขภาพ และเวลา

หัวข้อประเด็น

- การเลือกข้อมูลที่มีประโยชน์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เราจะมีวิธีเลือกรับข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร? ข้อมูลแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ ๑. ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ๒. ข้อมูลที่กลาง ๆ ๓. ที่เป็นโทษ ข้อมูล ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เป็นข้อมูลที่เป็นความรู้ซึ่งมีหลายระดับ ถ้าข้อมูลนั้นเกี่ยวกับงานที่เราทำ ก็เป็นประโยชน์โดยตรง บางเรื่องเป็นความรู้แวดล้อมที่ช่วยให้เรามีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ มีวิสัยทัศน์ในการมองโลก อันนี้ก็เป็นประโยชน์ถัดมา แต่บางอย่างเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ ไม่เกี่ยวกับเรา ก็กลายเป็นข้อมูลกลาง ๆ ถ้าเราไปหลงเพลินก็ไม่ถึงกับเป็นโทษ แต่ทำให้เสียเวลา และเสียสุขภาพ สมาธิที่จะทำการงานก็เสียไป ส่วนข้อมูลประเภทที่ ๓ คือ ข้อมูลที่เป็นโทษ เช่น เรื่องเกี่ยวกับทางเพศ ความรุนแรง เป็นต้น ถ้าเราไปจมอยู่กับข้อมูลแบบนี้ จะทำให้เราเสียทั้งสุขภาพ และเวลา คุณภาพใจก็จะตกต่ำลงด้วย ใจคนยังมีกิเลส ถ้าไปจมอยู่กับข้อมูลที่เป็นโทษ มันจะดึง ให้เราจมลง ๆ ชีวิตแย่ไปเลย เพราะฉะนั้นต้องรีบถอนตัวมาอยู่กับข้อมูลด้านบวก ตัดสิ่งเหล่านี้ ให้หลุดไปจากใจ มีวิธีส่งสารอย่างไรไม่ให้กระทบกระเทือนผู้อื่น และไม่เป็นภัยต่อตัวเราเอง? วิธีส่งสารมี ๒ แบบ คือ แบบที่เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เช่น เรามีความรู้เรื่องอะไร เราก็ให้ ความรู้เรื่องนั้นแก่โลก เช่น วิกิพีเดีย ซึ่งเป็นสารานุกรมเสรีที่เกิดจากคนมาช่วยกันแชร์ความรู้ ใคร รู้เรื่องอะไรก็พยายามอัปโหลดข้อมูลขึ้นไปให้คนอื่นมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลความรู้ของเรา แทนที่จะ เก็บไว้กับตัวก็เอามาแบ่งปันกันโดยไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน แต่มีคนเข้ามาดูเราก็ชื่นใจ อย่างนี้ ถือว่าเป็นวิทยาทาน ถ้าเป็นสมัยก่อน คนที่มีความรู้ ถ้าไม่ใช่ครูไปสอนลูกศิษย์ จะไปพูดให้คนอื่น ฟัง ก็มีคนฟังไม่กี่คน แต่เดี๋ยวนี้พอนำเข้าไปในโลกไซเบอร์แล้ว ถ้าทำดี ๆ มีสิทธิ์ที่จะมีคนมาดู เป็นแสนเป็นล้าน เป็นช่องทางในการแบ่งปันความรู้จากเราไปสู่คนอื่น อันนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นการให้ ด้วยกุศลจิต อีกแบบหนึ่งก็คือ เรื่องของความเห็น อันนี้ต้องระวังให้ดี อาจเป็นอันตรายได้ อย่างในชีวิต ประจำวัน เวลาเราจะพูดจากับใครก็ต้องคอยระวังตัว เพราะถ้าพูดไม่ดีก็จะเสียภาพลักษณ์ เนื่องจาก เห็นหน้ากันอยู่ กลัวเขาจะว่าเป็นคนหยาบคาย กระด้าง ก้าวร้าว แต่พอเข้าไปในโลกออนไลน์ ที่ไม่เห็นตัวกัน หรือเห็นก็ไม่ชัด ทำให้รู้สึกว่าพูดอะไรไปแล้วไม่ต้องรับผิดชอบเท่าไร ก็เลยไม่ห่วงว่า จะเสียภาพลักษณ์ บางทีใช้คำพูดหยาบ ๆ คาย ๆ ชนิดที่ในชีวิตจริงไม่ค่อยมีใครพูด ในโลกออนไลน์บางแห่งว่ากันแบบหนัก ๆ เสียหายมาก เราอย่าไปทำ เพราะไม่ได้แค่ เสียภาพลักษณ์ แต่โทษจริง ๆ เกิดขึ้นที่ใจของเรา ทันทีที่เราใช้คำหยาบออกไป ทุกอย่างที่เราคิด พูด ทำ จะเกิดเป็นภาพในใจ พอเราคิดเรื่องหยาบ ๆ ร้าย ๆ คิดปั๊บใจร้อนเลย แล้วพอจะสื่อ ออกไป ก็จะเป็นการตอกย้ำ ใจจะขุ่นเหมือนเอาขยะไปไว้ในใจ ทําให้คุณภาพใจตกต่ำา บาปเกิดขึ้นแล้ว ถ้าทำบ่อย ๆ ละโลกแล้วจะไปอบาย ตกนรกขุม ๔ น่ากลัวทีเดียว กันยายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๘๙
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More