เอกสารโบราณและการวิจัยทางพุทธศาสนา วารสารอยู่ในบุญ USA ปี 2558 ต้นทาง 632 เดือนกันยายน หน้า 37
หน้าที่ 37 / 171

สรุปเนื้อหา

โดยก่อนหน้าที่จะมีการขายเอกสารโบราณนั้น แซม ฟ็อกก์ ได้ติดต่อนักโบราณคดีชื่อ ลอร์ แซนเดอร์ ให้ช่วยเขียนอธิบายความเป็นมาของเอกสารโบราณเหล่านี้ ซึ่งเมื่อเธอได้นำไปวิเคราะห์ ก็พบว่า เอกสารโบราณเหล่านี้ถูก จารึกขึ้นเป็นภาษาสันสกฤตด้วยตัวอักษรพราหมี (อ่านว่า พราม-มี) ในช่วงราวปี พ.ศ. ๕๔๐-๙๔๐ เป็นพระคัมภีร์ในพุทธศาสนาที่ว่าถึงพระสูตร พระวินัย ตลอดจนจารึกเหตุการณ์ต่าง ๆ หลากหลาย บางเรื่องก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่เอกสารอีกหลายชิ้น มีเรื่องราวที่ไม่เคยปรากฏให้โลกรู้มาก่อน และเรียกได้ว่าเป็นเอกสารสาคัญในภาษาสันสกฤต ที่เก่าแก่ที่สุดของพุทธศาสนา (ที่มีหลักฐานเหลืออยู่ พระคัมภีร์พุทธศาสนาโบราณเหล่านี้ถูกจารึกอยู่บนแผ่นวัสดุต่าง ๆ ได้แก่ ใบลาน เปลือกไม้ หนังแกะ และแผ่นทองเหลือง เป็นต้น เจาะรูแล้วร้อยด

หัวข้อประเด็น

- เอกสารโบราณและการวิจัยทางพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โดยก่อนหน้าที่จะมีการขายเอกสารโบราณนั้น แซม ฟ็อกก์ ได้ติดต่อนักโบราณคดีชื่อ ลอร์ แซนเดอร์ ให้ช่วยเขียนอธิบายความเป็นมาของเอกสารโบราณเหล่านี้ ซึ่งเมื่อเธอได้นำไปวิเคราะห์ ก็พบว่า เอกสารโบราณเหล่านี้ถูก จารึกขึ้นเป็นภาษาสันสกฤตด้วยตัวอักษรพราหมี (อ่านว่า พราม-มี) ในช่วงราวปี พ.ศ. ๕๔๐-๙๔๐ เป็นพระคัมภีร์ในพุทธศาสนาที่ว่าถึงพระสูตร พระวินัย ตลอดจนจารึกเหตุการณ์ต่าง ๆ หลากหลาย บางเรื่องก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่เอกสารอีกหลายชิ้น มีเรื่องราวที่ไม่เคยปรากฏให้โลกรู้มาก่อน และเรียกได้ว่าเป็นเอกสารสาคัญในภาษาสันสกฤต ที่เก่าแก่ที่สุดของพุทธศาสนา (ที่มีหลักฐานเหลืออยู่ พระคัมภีร์พุทธศาสนาโบราณเหล่านี้ถูกจารึกอยู่บนแผ่นวัสดุต่าง ๆ ได้แก่ ใบลาน เปลือกไม้ หนังแกะ และแผ่นทองเหลือง เป็นต้น เจาะรูแล้วร้อยด้ายรวมไว้เป็นเล่ม บางเล่มอยู่ในสภาพที่ สมบูรณ์ แต่ที่เป็นเศษเล็กเศษน้อยนั้นมีจำนวนมาก และเมื่อสืบหาข้อมูลต่อไป ท่านศาสตราจารย์ จึงพบว่า แหล่งที่มาของเอกสารโบราณสำคัญล้ำค่าเหล่านี้มิใช่อื่นไกล แต่เป็นถ้ำต่าง ๆ บริเวณ หุบเขาบามิยัน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากพระพุทธรูปประทับยืนหินแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเอง ต่อมาศาสตราจารย์เจนส์ บราวิก ได้เป็นผู้เชิญชวนให้นักวิชาการระดับโลก ที่อยู่ในสถาบัน การศึกษาที่มีชื่อเสียงทั่วโลกให้มาร่วมมือกันทำงานสำคัญ เพื่อการตรวจชำระปริวรรตเป็นอักษร โรมันและแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วจัดพิมพ์เผยแผ่ให้นักวิชาการพุทธศาสตร์และ ชาวพุทธทั่วโลกได้รับทราบข้อมูลต่อไป และถือได้ว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ จึงเสมือนเป็นการเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พุทธศาสนา จากการศึกษาพระคัมภีร์ ที่มีความเก่าแก่ทั้ง ด้านโบราณคดี วัฒนธรรม และความคิดความรู้ของคณะสงฆ์ ตลอดจนผู้คน ในยุคนั้น ๆ ด้วย จนทำให้ชาวโลกต่างตื่นตาตื่นใจ เพราะทั้งเนื้อหาเรื่องราวที่ถูกจารึกด้วยภาษา และตัวอักษรโบราณนั้นล้วนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก บ นักวิชาการที่ร่วมกันทำงานเหล่านั้นประกอบด้วยนักวิชาการ คณาจารย์ระดับโลกของเยอรมัน มีศาสตราจารย์ลอร์ แซนเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรโบราณจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะอินเดียที่เบอร์ลิน ท่านศาสตราจารย์ เจนส์ อุเว ฮาร์ทแมนน์ จากมหาวิทยาลัยลุดวิก แม็กซิมิเลียน มิวนิค และที่มา จากประเทศญี่ปุ่น คือ ท่านศาสตราจารย์คาซูโนบุ มัตสึดะ มหาลัยบุคเกียว เกียวโต และต่อมามี ศาสตราจารยพอล แฮร์ริสัน (ชาวนิวซีแลนด์) จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด อเมริกา อีกด้วย ท่านเหล่านี้ได้ร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบันนี้มีนักวิชาการระดับโลกและ นักวิชาการรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงานอีกมากมาย และที่สำคัญคือ ปัจจุบัน มีนักวิจัยของสถาบันคีรีร่วมอยู่ด้วย เรียงลำดับจากซ้ายมาขวา ศ. คาซุโนบุ มัตสึดะ, ศ. ลอร์ แซนเดอร์, ศ. เจนส์ อุเว ฮาร์ทแมนน์, ศ. พอล แฮร์ริสัน และ ศ. เจนส์ บราวิก ท่านเหล่านี้ได้ร่วมงานกันมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ กันยายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More