ข้อความต้นฉบับในหน้า
โดยก่อนหน้าที่จะมีการขายเอกสารโบราณนั้น แซม ฟ็อกก์ ได้ติดต่อนักโบราณคดีชื่อ ลอร์
แซนเดอร์ ให้ช่วยเขียนอธิบายความเป็นมาของเอกสารโบราณเหล่านี้ ซึ่งเมื่อเธอได้นำไปวิเคราะห์
ก็พบว่า เอกสารโบราณเหล่านี้ถูก จารึกขึ้นเป็นภาษาสันสกฤตด้วยตัวอักษรพราหมี (อ่านว่า
พราม-มี) ในช่วงราวปี พ.ศ. ๕๔๐-๙๔๐ เป็นพระคัมภีร์ในพุทธศาสนาที่ว่าถึงพระสูตร พระวินัย
ตลอดจนจารึกเหตุการณ์ต่าง ๆ หลากหลาย บางเรื่องก็เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว แต่เอกสารอีกหลายชิ้น
มีเรื่องราวที่ไม่เคยปรากฏให้โลกรู้มาก่อน และเรียกได้ว่าเป็นเอกสารสาคัญในภาษาสันสกฤต
ที่เก่าแก่ที่สุดของพุทธศาสนา (ที่มีหลักฐานเหลืออยู่
พระคัมภีร์พุทธศาสนาโบราณเหล่านี้ถูกจารึกอยู่บนแผ่นวัสดุต่าง ๆ ได้แก่ ใบลาน เปลือกไม้
หนังแกะ และแผ่นทองเหลือง เป็นต้น เจาะรูแล้วร้อยด้ายรวมไว้เป็นเล่ม บางเล่มอยู่ในสภาพที่
สมบูรณ์ แต่ที่เป็นเศษเล็กเศษน้อยนั้นมีจำนวนมาก และเมื่อสืบหาข้อมูลต่อไป ท่านศาสตราจารย์
จึงพบว่า แหล่งที่มาของเอกสารโบราณสำคัญล้ำค่าเหล่านี้มิใช่อื่นไกล แต่เป็นถ้ำต่าง ๆ บริเวณ
หุบเขาบามิยัน ซึ่งตั้งอยู่ไม่ห่างจากพระพุทธรูปประทับยืนหินแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั่นเอง
ต่อมาศาสตราจารย์เจนส์ บราวิก ได้เป็นผู้เชิญชวนให้นักวิชาการระดับโลก ที่อยู่ในสถาบัน
การศึกษาที่มีชื่อเสียงทั่วโลกให้มาร่วมมือกันทำงานสำคัญ เพื่อการตรวจชำระปริวรรตเป็นอักษร
โรมันและแปลออกมาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วจัดพิมพ์เผยแผ่ให้นักวิชาการพุทธศาสตร์และ
ชาวพุทธทั่วโลกได้รับทราบข้อมูลต่อไป และถือได้ว่าเป็นหลักฐานที่สำคัญให้คนรุ่นหลังได้รับรู้
จึงเสมือนเป็นการเปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พุทธศาสนา จากการศึกษาพระคัมภีร์
ที่มีความเก่าแก่ทั้ง ด้านโบราณคดี วัฒนธรรม และความคิดความรู้ของคณะสงฆ์ ตลอดจนผู้คน
ในยุคนั้น ๆ ด้วย จนทำให้ชาวโลกต่างตื่นตาตื่นใจ เพราะทั้งเนื้อหาเรื่องราวที่ถูกจารึกด้วยภาษา
และตัวอักษรโบราณนั้นล้วนมีความสำคัญเป็นอย่างมาก
บ
นักวิชาการที่ร่วมกันทำงานเหล่านั้นประกอบด้วยนักวิชาการ คณาจารย์ระดับโลกของเยอรมัน
มีศาสตราจารย์ลอร์ แซนเดอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรโบราณจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะอินเดียที่เบอร์ลิน
ท่านศาสตราจารย์ เจนส์ อุเว
ฮาร์ทแมนน์ จากมหาวิทยาลัยลุดวิก แม็กซิมิเลียน มิวนิค และที่มา
จากประเทศญี่ปุ่น คือ ท่านศาสตราจารย์คาซูโนบุ มัตสึดะ มหาลัยบุคเกียว เกียวโต และต่อมามี
ศาสตราจารยพอล แฮร์ริสัน (ชาวนิวซีแลนด์) จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด อเมริกา อีกด้วย
ท่านเหล่านี้ได้ร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบันนี้มีนักวิชาการระดับโลกและ
นักวิชาการรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมงานอีกมากมาย และที่สำคัญคือ ปัจจุบัน
มีนักวิจัยของสถาบันคีรีร่วมอยู่ด้วย
เรียงลำดับจากซ้ายมาขวา
ศ. คาซุโนบุ มัตสึดะ, ศ. ลอร์ แซนเดอร์,
ศ. เจนส์ อุเว ฮาร์ทแมนน์, ศ. พอล แฮร์ริสัน และ
ศ. เจนส์ บราวิก ท่านเหล่านี้ได้ร่วมงานกันมา
ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐
กันยายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๕๓