การสร้างสังคมที่ดี วารสารอยู่ในบุญ USA ปี 2558 ต้นทาง 632 เดือนกันยายน หน้า 67
หน้าที่ 67 / 171

สรุปเนื้อหา

ถ้าแต่ละคนในบ้านในเมืองใจใส ก็จะเห็นประโยชน์ของตัวเอง เห็นประโยชน์ของหมู่คณะ เห็นประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ว่าที่ฝ่ายก็จะเห็นตรงกันว่า ประเทศชาติบ้านเมือง จะก้าวหน้า วัดวาอาราม พระศาสนาจะก้าวหน้า จะต้องทำอย่างไรบ้าง พอใจใสแล้วจะเห็นตรงกัน เหมือนกับในยามเที่ยงวันที่ดวงอาทิตย์สว่างไสวอยู่กลางท้องฟ้า อะไรต่อมิอะไรก็จะปรากฏชัดเจนเห็นตรงกัน ถ้าใจของคนเราใสแล้ว ดี-ชั่ว ผิด-ถูก ควร-ไม่ควร ก็จะเห็นตรงกัน ในปัจจุบันแม้ในบ้าน ในครอบครัว การที่จะคำนึงถึง เอาใจเขาใส่ใจเรา เอาใจเราใส่ใจเขา กับคนในครอบครัวก็หายกันไปมาก ทำให้ใจของคนในครอบครัวไม่ใสเท่าที่ควรจะเป็น ปัจจุบันสังคมใหม่เกิดขึ้นมากมาย เป็นสังคมที่แม้แต่บ้านติดกันก็ไม่ค่อยจะรู้จักกัน เพราะว่า ต่างก็อพยพมา ย้ายถิ่นมาทำมาหากินกันอยู่ในตัวเมื

หัวข้อประเด็น

- การสร้างสังคมที่ดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถ้าแต่ละคนในบ้านในเมืองใจใส ก็จะเห็นประโยชน์ของตัวเอง เห็นประโยชน์ของหมู่คณะ เห็นประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมือง ไม่ว่าที่ฝ่ายก็จะเห็นตรงกันว่า ประเทศชาติบ้านเมือง จะก้าวหน้า วัดวาอาราม พระศาสนาจะก้าวหน้า จะต้องทำอย่างไรบ้าง พอใจใสแล้วจะเห็นตรงกัน เหมือนกับในยามเที่ยงวันที่ดวงอาทิตย์สว่างไสวอยู่กลางท้องฟ้า อะไรต่อมิอะไรก็จะปรากฏชัดเจนเห็นตรงกัน ถ้าใจของคนเราใสแล้ว ดี-ชั่ว ผิด-ถูก ควร-ไม่ควร ก็จะเห็นตรงกัน ในปัจจุบันแม้ในบ้าน ในครอบครัว การที่จะคำนึงถึง เอาใจเขาใส่ใจเรา เอาใจเราใส่ใจเขา กับคนในครอบครัวก็หายกันไปมาก ทำให้ใจของคนในครอบครัวไม่ใสเท่าที่ควรจะเป็น ปัจจุบันสังคมใหม่เกิดขึ้นมากมาย เป็นสังคมที่แม้แต่บ้านติดกันก็ไม่ค่อยจะรู้จักกัน เพราะว่า ต่างก็อพยพมา ย้ายถิ่นมาทำมาหากินกันอยู่ในตัวเมือง ความใกล้ชิดประสาบ้านใกล้เรือนเคียง ความเป็นญาติ ความกล้าเตือนกันดั่งในอดีตที่สังคมเป็นสังคมญาติพี่น้อง ที่คนส่วนใหญ่มาจาก ตระกูลเดียวกันก็หมดไป มีแต่การกระทบกระทั่งกัน มีความระแวงซึ่งกันและกันเข้ามาแทนที่ ถ้าปล่อยให้สภาพอย่างนี้เป็นต่อไป โลกคงขาดความน่าอยู่ น สำหรับการสร้างสรรค์สังคมที่ดีให้เกิดขึ้นและดำรงคงอยู่นั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ๔ ขันตอน ดังนี้ ประการที่ ๑ ฝึกใจให้ผ่องใสเป็นกิจวัตร ในฐานะชาวพุทธ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ต้องเตือนตัวเองให้รู้จักทำใจให้ผ่องใสอยู่เป็นประจำ ประการที่ ๒ ขยันสร้างมิตรภาพ ขยันสร้างเครือข่ายคนดี ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนต้องสร้างมิตรภาพเอาไว้ให้เต็มที่ เวลาทําความดีจะได้ไม่โดดเดี่ยวล่าพัง ไปอยู่ในถิ่นไหนให้ตระเวนหากันเลยทีเดียวว่า ในย่านนั้นบุคคลที่น่าเคารพที่น่าเชื่อถือมีใครบ้าง ตัวอย่างเช่น ๑) ใครมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา เข้าวัดปฏิบัติธรรมเป็นประจำ ๒) ใครมีศรัทธา ใครมีศีล ใครมีจาคะ มีความเสียสละเห็นแก่ส่วนรวม ๓) ใครมีปัญญา ศึกษาธรรมะมาดีพอ ให้ไปสร้างสัมพันธไมตรีกับเขาเหล่านั้นเอาไว้ให้ดี แม้ไม่รู้จักก็ต้องรีบไปทำความรู้จัก เพื่อ ว่าจะได้รวมคนดีเอาไว้ เรามีดีอะไรก็จะได้แบ่งปันให้เขา เขามีดีอะไรก็จะได้ขอเอามาเป็นต้นแบบ ในการสร้างบารมีของเราด้วย เมื่อเป็นอย่างนี้คนดีก็จะได้คบหากัน อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เป็นปึก แผ่นขึ้นมา ไม่ว่าคนดีเหล่านั้นจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน อายุมากกว่า หรืออายุน้อยกว่าเรา ขอให้เป็น คนดี คนที่มีใจผ่องใสอยู่เป็นประจำ ให้ไปคบค้าสมาคม แล้วก็ไปรวมพวกเอาไว้ให้ดี แม้ในการประกอบอาชีพตั้งหลักตั้งฐาน พระพุทธองค์ก็ทรงสอนว่า ๑) ให้ขยันหาทรัพย์ ๒) ให้ขยันเก็บรักษาทรัพย์ ๓) ให้ขยันคบคนดี กันยายน ๒๕๕๘ อยู่ในบุญ ๘๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More