สาระสำคัญพระธรรมเทศนา สาระสำคัญ พระธรรมเทศนา หน้า 75
หน้าที่ 75 / 250

สรุปเนื้อหา

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 63 สมาธิ (สมาธิเบื้องต่ำ และ สมาธิเบื้องสูง) ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ นโม..... กถญฺจ สมาธิ สมุมทุกขาโต....... เริ่มต้นพระธรรมเทศนา ในเรื่องสมาธิ ด้วยคำปุจฉาวิสัชชนา โดยพระพุทธองค์เองว่า กฤญจ สมาธิ ฯ สมาธิที่พระผู้มีพระภาคตรัสแล้วเป็นไฉน? หลวงพ่อวัดปากน้ำ ได้แสดงให้เข้าใจโดยปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ดังนี้ สมาธิโดยปริยัติเบื้องต่ำ : อิธ อริยสาวโก ฯ สมาธิโดยปริยัติเบื้องสูง : อิธ ภิกขุ วิวิจฺเจว ฯ พระอริยสาวกในพระธรรมวินัย กระทำให้ปราศจากอารมณ์ทั้ง 5 คือ รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ ธรรมารมณ์ ไม่ได้เกี่ยวแก่ใจเลย เรียกว่า ปราศจากอารมณ์ ทำให้ได้สมาธิตั้งมั่น จิตเป็นธรรมชาติหนึ่ง ไม่มีสองต่อไป ภิกษุผู้ศึกษาในธรรมวินัย สงัดแล้วจากกาม อกุศลทั้งหลายเข้าถึง ปฐ

หัวข้อประเด็น

- สาระสำคัญพระธรรมเทศนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 63 ๑๘ สมาธิ (สมาธิเบื้องต่ำ และ สมาธิเบื้องสูง) ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๗ นโม..... กถญฺจ สมาธิ สมุมทุกขาโต....... เริ่มต้นพระธรรมเทศนา ในเรื่องสมาธิ ด้วยคำปุจฉาวิสัชชนา โดยพระพุทธองค์เองว่า กฤญจ สมาธิ ฯ สมาธิที่พระผู้มีพระภาคตรัสแล้วเป็นไฉน? หลวงพ่อวัดปากน้ำ ได้แสดงให้เข้าใจโดยปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ดังนี้ สมาธิโดยปริยัติเบื้องต่ำ : อิธ อริยสาวโก ฯ สมาธิโดยปริยัติเบื้องสูง : อิธ ภิกขุ วิวิจฺเจว ฯ พระอริยสาวกในพระธรรมวินัย กระทำให้ปราศจากอารมณ์ทั้ง 5 คือ รูปารมณ์ สัททารมณ์ คันธารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ ธรรมารมณ์ ไม่ได้เกี่ยวแก่ใจเลย เรียกว่า ปราศจากอารมณ์ ทำให้ได้สมาธิตั้งมั่น จิตเป็นธรรมชาติหนึ่ง ไม่มีสองต่อไป ภิกษุผู้ศึกษาในธรรมวินัย สงัดแล้วจากกาม อกุศลทั้งหลายเข้าถึง ปฐมฌาน ความเพ่งที่หนึ่ง ประกอบด้วย องค์ ๕ ประการคือ วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา สงบวิตก วิจาร ได้แล้ว เข้าถึง “ทุติยฌาน” ความเพ่งที่ ๒ ประกอบด้วย “ปีติ” และ “สุข” เกิดจากวิเวก สงบปีติ เข้าถึง “ตติยฌาน” ความเพ่งที่ ๓ มีองค์ คือ “สุข” เกิดแต่ “วิเวก” หรือ สุขเอกัคคตา ละทุกข์ละสุข ดับความดีใจ เสียใจ เข้าถึง “จตุตถฌาน” ความเพ่งที่ ๔ มีสติบริสุทธิ์ เฉยเป็น องค์ประกอบ (อุเบกขา, เอกัคคตา) เหล่านี้เป็นสมาธิในทางปริยัติ สมา ในทางปฏิบัติเบื้องต่ำ : พระอริยสาวกกระทำอารมณ์ทั้ง 5 (รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์) ไม่ให้ติดใจ คือ สละอารมณ์ หลุดจากจิต เหลือแต่จิตล้วนๆ เหมือนคนเวลานอนใกล้จะหลับ สั เมื่อยังไม่หลับ มีอารมณ์เข้าไปติดอยู่กับอารมณ์ทั้ง 5 อดีต ปัจจุบัน อนาคต อารมณ์เหล่านี้ วุ่นอยู่กับใจ ติดอยู่กับใจ เปลื้องจากกันไม่ได้ ตลอดคืนยันรุ่งก็ไม่หลับ เพราะอารมณ์เข้าไปติดกับใจ มันไปบังคับใจเสีย มันไม่หลุด เรียกว่า สละอารมณ์ไม่ได้
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More