ข้อความต้นฉบับในหน้า
220 สาระสำคัญพระธรรมเทศนา
พระพุทธเจ้าทรงเห็นนัยนี้ จึงได้ทรงยกเรื่องนี้ให้ “พระปัญจวัคคีย์” ผู้ชำนาญในสมาธิแล้ว
เพื่อปรับในเรื่อง “ปัญญา” และเทศน์ต่อไปในเรื่อง “สัมมาทิฏฐิ” ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ที่สุดทั้ง ๒ ข้าง ที่บรรพชิตไม่ควรเสพ คือ กามสุขลลิกานุโยค ประกอบ
ด้วยความสุข อตฺตกิลมถานุโยค ประกอบด้วยความลำบากเปล่า ซึ่งเป็นกามโดยตรงกับกามโดยอ้อม
ประการที่ ๑ กามสุขลลิกานุโยค ตั้งบ้านเรือน ประพฤติกาม เต็มไปด้วยรูป รส กลิ่น เสียง
สัมผัส
ประการที่ ๒ อตฺตกิลมถานุโยค ทรมานตนเอง คือ ฤาษีชีไพรละการครองเรือน แต่บำเพ็ญ
ตบะหาความวิเศษ เป็นการหากามที่มากกว่าปรกติของคนปรกติ เช่น ท่านชฎิล ๑,๐๐๓ รูป ที่คอยรับ
เครื่องสังเวย ใครมีเรือนใหม่ต้องให้สุรา ยกชฏิลเป็นคนปกครอง เป็นคนวิเศษ
พระพุทธเจ้าทรงรับสั่งให้บรรพชิตเลิกเสพทั้ง ๒ ทางนี้ หันมาปฏิบัติ “ทางสายกลาง” เป็น
ธรรมที่พระองค์ตรัสรู้ด้วยปัญญาอันชอบ ประกอบด้วย “มรรค ๘ ประการ” คือ
สัมมาทิฏฐิ
สัมมาสังกัปโป
สัมมาวาจา เว้นจากวจีทุจริต ๔ อย่าง
สัมมากัมมันโต ทำการงานชอบ เว้นจากฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดในกาม
สัมมาอาชีโว เลี้ยงชีวิตชอบ บริโภคของบริสุทธิ์ ไม่หลอกลวงเขาเลี้ยงชีวิต
สัมมาวายาโม เพียรในที่ ๔ สถาน
สัมมาสติ ระลึกในสติปัฏฐาน ๔
สัมมาสมาธิ ตั้งใจในปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ในรูปฌาน อรูปฌานทั้ง ๔
พระองค์ตรัสว่า
จกฺขุกรณี
กระทำความเห็นให้เป็นปกติ
กระทําความรู้ให้เป็นปกติ
ย่อมเป็นไปพร้อมเพื่อความสงบ เพื่อรู้ยิ่ง
เพื่อเข้าไปสงบ
ญาณกรณี
สํวตฺตติ
อุปสมาย
อภิญฺญาย
เพื่อรู้ยิ่ง
สมโพธาย
นิพพานาย
เพื่อความรู้พร้อม
เพื่อนิพพาน
ความเห็นของตากายมนุษย์ จนถึงกายอรูปพรหม เป็น “กายในภพ” ไม่ปกติ ความเห็นจริง
ไม่มี เห็นไม่เป็นไปในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ะ
ความเห็นที่เอาเป็นจริงจังได้ ต้องความเห็นของตาธรรมกาย รู้ด้วย “ญาณธรรมกาย” ทั้ง
หยาบ ละเอียด จึงจะเป็น จกฺขุกรณี ญาณกรณี
เมื่อพระปัญจวัคคีย์ ได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า ได้รู้ชัดว่ามี “ธรรมกาย” เกิดขึ้น
เพราะความเห็นความรู้เป็นปกตินั้น