ติลักขณาทิคาถา สาระสำคัญ พระธรรมเทศนา หน้า 153
หน้าที่ 153 / 250

สรุปเนื้อหา

สัพเพ สังขารา อนิจจาติ...... ธรรมนี้เป็นธรรมชั้นสูง เป็นไปในทางปัญญา ไม่ใช่ศีลหรือสมาธิ เพราะแสดงความจริง คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัว เพื่อหนทางอันบริสุทธิ์ของพระอริยบุคคล ๑. สพฺเพ สงฺขารา อนิจจาติ ฯ สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เมื่อใดบุคคลเห็นตามปัญญาว่าไม่เที่ยง เมื่อนั้นก็จะเบื่อหน่ายในทุกข์ นี้หนทางหมดจดวิเศษข้อหนึ่ง สังขารมีอะไรบ้าง ? ๑. ปุญญาภิสังขาร (สังขารที่บุญตกแต่ง) ได้แก่ มนุษย์แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล กาย ทิพย์ในสวรรค์ 5 ชั้น รูปพรหม ๑๖ อรูปพรหม ๔ ๒. อปุญญาภิสังขาร (สังขารที่บาปตกแต่ง) ได้แก่ อบายภูมิ ๔ เปรต อสุรกาย เดียรัจฉาน สัตว์นรก ๔๕๖ ขุม ๓. อเนญชาภิสังขาร (สังขารที่ไม่หวั่นไหว) อรูปสัตว์ อสัญญีสัตว์ ที่เป็นสังขารที่ไม่หวั่นไหว ด้วยโลกธรรม บุญบาปตกแต่งไม่ได้ชั่วคราว

หัวข้อประเด็น

- ติลักขณาทิคาถา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 141 ๔๒ ติลักขณาทิคาถา ๓ (ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัว) ๑ สิงหาคม ๒๔๙๗ นโม..... สัพเพ สังขารา อนิจจาติ...... ธรรมนี้เป็นธรรมชั้นสูง เป็นไปในทางปัญญา ไม่ใช่ศีลหรือสมาธิ เพราะแสดงความจริง คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัว เพื่อหนทางอันบริสุทธิ์ของพระอริยบุคคล ๑. สพฺเพ สงฺขารา อนิจจาติ ฯ สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง เมื่อใดบุคคลเห็นตามปัญญาว่าไม่เที่ยง เมื่อนั้นก็จะเบื่อหน่ายในทุกข์ นี้หนทางหมดจดวิเศษข้อหนึ่ง สังขารมีอะไรบ้าง ? ๑. ปุญญาภิสังขาร (สังขารที่บุญตกแต่ง) ได้แก่ มนุษย์แสนโกฏิจักรวาล อนันตจักรวาล กาย ทิพย์ในสวรรค์ 5 ชั้น รูปพรหม ๑๖ อรูปพรหม ๔ ๒. อปุญญาภิสังขาร (สังขารที่บาปตกแต่ง) ได้แก่ อบายภูมิ ๔ เปรต อสุรกาย เดียรัจฉาน สัตว์นรก ๔๕๖ ขุม ๓. อเนญชาภิสังขาร (สังขารที่ไม่หวั่นไหว) อรูปสัตว์ อสัญญีสัตว์ ที่เป็นสังขารที่ไม่หวั่นไหว ด้วยโลกธรรม บุญบาปตกแต่งไม่ได้ชั่วคราวหนึ่ง ผู้ที่เป็นวิปัสสนาคามินีจึงเห็นว่า : สังขารทั้งสามล้วนไม่เที่ยง แปรผันเป็นปกติ คือ มีเกิดขึ้น มีแก่และแตกสลาย เมื่อเห็นเช่นนี้ ใจของเราก็สลดไม่อยากเกี่ยวข้องกับสังขาร เมื่อใจไม่เกาะติด ใจก็ว่างจากสังขาร ใจว่างนั้นแหละ เป็นหนทางบริสุทธิ์หมดจด เป็นทางไปของพระอริยบุคคล ๒. สพฺเพ สงฺขารา ทุกชาติ ฯ สังขารทั้งปวงเป็นทุกข์ ฯ เมื่อสังขารมีเกิดเป็นเบื้องต้น มีแก่เป็นท่ามกลาง มีตายเป็นอวสาน ล้วนเป็นทุกข์ทั้งสิ้น เทวดา หรือมนุษย์ ไม่มีใครสุขจริง สุขชั่วคราวแล้วทุกข์อีก เมื่อเห็นจริงเช่นนี้ก็ไม่ติ ไม่ติดด้วยสังขาร รู้เห็นจริง เช่นนี้ ก็เป็นทางไปของพระพุทธเจ้า ๓ สังขารที่เป็นไปในภพ ๓ คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ หรือ เป็นไปในวัฏฏะทั้ง ๓ คือ กรรม วัฏฏ กิเลสวัฏฏ วิปากวัฏฏ เมื่อเป็นสังขารแล้ว จะได้เป็นสุขเป็นไม่มี ย่อมเป็นทุกข์ทั้งสิ้น
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More