2 ครั้ง

ที่เรียกว่า ติดอยู่ในภพ ทั้งกามภพ รูปภพ อรูปภพ โดยมีอาสวะดึงไว้ ต้องกลับมาเวียนว่าย ตายเกิดไม่จบ จะทิ้งก็เสียดาย ไม่กล้าถอน “เสียดาย” นั่นตัวสำคัญนัก เช่น พวกพรหมที่ได้รูปฌาน อรูปฌาน ไปติดอยู่ แกะไม่ออกเพราะเสียดาย หรือ มนุษย์ว่าผักเสี้ยนเหม็นเขียว พอเอาไปดองจิ้ม น้ำพริก ก็กลับชอบรสชาติ ดังนั้นการติดในกามภพ รูปภพ อรูปภพ ก็คือการติดอยู่ในรสชาติของภพนั้นๆ รูปภพมีรสชาติเลิศกว่ากามภพ อรูปภพเลิศกว่ากามภพและรูปภพ มีอวิชชาสมทบด้วย จึงไม่สิ้นสงสัยว่ายังมีดีกว่านี้อีกหรือ ทำให้อยากอยู่ในภพ อยากติดในภพ ร่ำไป เรียกการติดในภพว่า “ภวาสวะ” อาสวะของ “ทิฏฐิ” “ทิฏฐาสวะ” ไม่อยู่ในประเด็นนี้ แต่มาอธิบายด้วย คือติดอยู่ในความเห็นของตน เมื่อทิฏฐา สวะ คือ ความเห็นไม่ตรงกัน ก็แก่งแย่ง อวดเชิดความเห็นกัน ถึงประหารซึ
- สาระสำคัญพระธรรมเทศนา