ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) 213
๖๕
โอวาท พระภาวนาโกศลเถร (สด จนฺทสโร)
๑๘ ตุลาคม ๒๔๙๘
ภิกษุสามเณร เมื่อบวชเข้ามาในพระธรรมวินัยของพระศาสดาแล้ว “ควรประพฤติธรรม ให้
สมควรแก่ธรรม” เรียกว่า “ธมฺมานุธมฺมปฏิปันโน” เมื่อประพฤติแล้วต้องทำให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป จึงได้ชื่อ
ว่า “สามีจิปฏิปันโน” โดยไม่เคลื่อนจากธรรมเลย เรียกว่า “อนุธมฺมจารี”
ภิกษุสามเณรนั้น จึงจะได้ชื่อว่า เคารพนับถือ บูชาตถาคต ด้วยปฏิบัติบูชาเป็นอย่างยิ่ง
ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรมนั้นเป็นอย่างไร ?
วาจา ใจ
9).
ภิกษุสามเณรพึงประพฤติให้ถูกรอยของศีลที่ตนมี ให้บริสุทธิ์สะอาด ไม่ทำชั่วด้วยกาย
๒. ภิกษุสามเณรพึงประพฤติให้ถูกรอยของสมาธิ
สมาธิ เป็นตัวทำให้ใจสงบ สละเสียจากอารมณ์ จนกระทั่งใจหยุด ถึงซึ่งความเป็นเอกัคคตาจิต
เมื่อบริสุทธิ์เช่นนี้ ก็ทำให้สูงยิ่งขึ้น จนเกิด “ปฐมฌาน” ใจสงัดจากกาม จากอกุศล
ขึ้นสู่ “ปฐมฌาน” ต่อไปถึงทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน บรรลุถึงขั้นนี้เป็น “สมาธิขั้นสูง”
เมื่อเข้าถึงฌาน ต้องใช้ “ปัญญา” พิจารณากายทั้ง ๘ กาย ในภพ ๓ คือ กามภพ รูปภพ
อรูปภพ ได้แก่ กายมนุษย์ กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายทิพย์ละเอียด กายรูปพรหม กายรูปพรหม
ละเอียด กายอรูปพรหม กายอรูปพรหมละเอียด รู้จักความจริงของเบญจขันธ์ คือรูป เวทนา
สัญญา สังขาร วิญญาณ เห็นว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัว เรียก “ปัญญา”
การเข้าถึงกายต่าง ๆ นั้น ต้องตั้งมั่นอยู่ในธรรมให้มั่นคง เข้าถึงดวงธรรม ดวงศีล ดวงสมาธิ
ดวงปัญญา ดวงวิมุตติ ดวงวิมุตติญาณทัสสนะ ตั้งแต่กายมนุษย์จนถึงกายอรูปพรหมละเอียด ยังไม่มี
ญาณ มีแต่ “ดวงวิญญาณ” พอถึงกายธรรม ตาธรรมกายก็เห็นทั้ง ๔ กาย เห็นด้วยตาธรรมกาย
รู้ด้วยญาณของธรรมกาย
ญาณ แปลว่า “รู้” ดวงวิญญาณ ก็แปลว่า “รู้” แต่รู้ต่างกัน
ธรรมที่เรียกว่า “ดวงวิญญาณ” เล็กเท่าดวงตาดำ ใสเกินใส บริสุทธิ์สนิทอยู่ในกลาง “ดวง
ส่วนดวงจิตมีเนื้อหัวใจเป็นที่อยู่ อยู่ในเบาะน้ำเลี้ยงหัวใจ ดวงจิตอยู่ไหน ดวงวิญญาณก็
อยู่ที่นั่น ในกลางดวงจิตนั้น
จิต
ตามากระทบรูปก็รู้
หูกระทบเสียง
ดวงวิญญาณรู้
ดวงวิญญาณรู้
กลิ่นกระทบจมูก ดวงวิญญาณรู้