ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระมหาจิรายุ โพธิชโย
เปรียญธรรม ๗ ประโยค
ๆ
เมื่อหลวงพี่เข้ามาอยู่ในวัดพระธรรมกาย ก็ถูกอบรมพร่ำสอน ผ่าน
บทฝึกต่าง ๆ ทําให้หลวงพี่ตระหนักถึงคุณค่าของพระพุทธศาสนา วิชชา
ธรรมกาย ที่กว่าจะบังเกิดขึ้นมาได้นั้น ต้องอาศัยผู้รู้อย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่ต้องสั่งสมบารมีมาอย่างน้อยที่สุด ๒๐ อสงไขยกับแสนมหากัป หลวงพี่
จึงตั้งใจที่จะบวชอุทิศชีวิต เพื่อรักษาพระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย
เอาไว้อย่างรุ่นพี่ ๆ ที่เป็นกำลังของหลวงพ่อในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา
ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อจรรโลง
พระพุทธศาสนา วิชชาธรรมกาย ให้อยู่คู่โลกตลอดไป
หลวงพี่คิดว่าตนเองโชคดีมาก ที่เข้ามาบวชตั้งแต่เยาว์วัย จากที่ตอน
เป็นโยมมีเพื่อน ๔-๕ คน พอเป็นสามเณรมีเพื่อนเป็นร้อย ทั้งยังเป็น
กัลยาณมิตร เป็นบัณฑิตนักปราชญ์ ชักชวนกันรับบุญ เรียนหนังสือบาลี
นั่งสมาธิ สวดมนต์ ฯลฯ เวลาที่ผ่านมาหลวงพี่มีทั้งความสุขและบุญบารมี
ที่เพิ่มขึ้น เป็นช่วงเวลาที่ทั้งชีวิตนี้จะไม่มีวันลืมเลือนเลย
พระมหาศุภณัฐ จนฺทชโย
เปรียญธรรม ๗ ประโยค
มโนปณิธาน มาจาก “มโน” ที่แปลว่า “ใจ” กับ “ปณิธาน” ที่แปล
ว่า "ความตั้งมั่น" รวมความแปลว่า "ความตั้งใจมั่น
การที่หลวงพี่มีความตั้งใจมั่นในการบวชอุทิศชีวิตได้นั้น มิใช่คิด
ปุบปับขึ้นมาทันที แต่เป็นการหมั่นคิด หมั่นตอกย่า ผ่านกาลเวลาเกือบ ๑๐
ปี จนกลายเป็นมโนปณิธานที่เด็ดเดี่ยว จนกล้าประกาศตนว่าจะบวชอุทิศชีวิต
ให้พระพุทธศาสนา เรียกได้ว่า การที่จะเกิดมโนปณิธานเช่นนี้ได้ ต้องผ่าน
การฝึกฝนอบรมตนเองอย่างเข้มข้นในเพศสมณะมาเกือบ
๑๐ ปี
นอกจากนี้ ความสามัคคียังเป็นมนต์ขลังชนิดหนึ่งที่หลวงพี่ประทับใจ
และทาให้สร้างบารมีมาได้จนถึงปัจจุบัน ค่าปฏิญาณตนของสามเณร
เปรียญธรรมวัดพระธรรมกาย “สุขา สงฆ์สุส สามคคี ความพร้อมเพรียง
ของหมู่ให้เกิดสุข” คือสิ่งที่ทำให้หลวงพี่รู้สึกฮึกเหิมและมีกำลังใจในการ
สร้างบารมียิ่ง ๆ ขึ้น
๔๐
อยู่ในบุญ มิถุนายน ๒๕๕๗