ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๑. ของของนาย จงขอเสียก่อน จึงถือเอา
สิ่งของอันใดก็ดีของนาย จะเป็นของที่มีราคามาก ถ้าสิ่งที่ไม่สู้
จะมีราคาก็ตาม เราไม่ควรคิดเบียดบังยักยอกเอามาเป็นประโยชน์
ของเรา ซึ่งต้องด้วยองค์ศีลอทินนาทาน เมื่อเราพอใจอยากจะได้
ก็ควรร่าเรียนขอร้อง ให้เป็นกิจลักษณสุภาพอันดี อันสิ่งที่ควรที่เรา
จะขอได้ ฤาควรที่ท่านจะให้ได้ เมื่ออนุญาตให้แล้วเราจึงรับเอา นาย
ก็คงจะเห็นความดีความซื่อตรงของเรา และเป็นที่ไว้วางใจเราด้วย
การที่เราจะไปอยู่กับเจ้านายคนใดก็ตาม แม้เขาจะเป็นญาติของเราก็ตามที ไม่ควรถือวิสาสะ
หยิบฉวยสิ่งของของเขามาเป็นประโยชน์ส่วนตน ไม่ว่าสิ่งของนั้นจะเป็นของส่วนตัวหรือเป็นส่วนรวม
ราคาจะมากจะน้อย ก็อย่าเอามาเป็นประมาณ เช่น ดินสอ ปากกา ราคาเพียงไม่กี่สตางค์ ก็อย่า
ได้ไปหยิบฉวยมา เพราะสิ่งของใดก็ตามที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ถือเป็นผิดศีลข้อที่ ๒ อทินนาทาน
ทั้งสิ้น
สำหรับเรื่องการรักษาของของส่วนรวมนี้ ผู้ใหญ่สมัยก่อนท่านเคร่งครัดในเรื่องนี้มาก
หลวงพ่อมีพี่สาวอยู่คนหนึ่ง ไม่ใช่พี่ตัวแต่นับถือเหมือนพี่ คุณพ่อของท่านเป็นข้าราชการผู้ใหญ่อยู่
ในกรมแผนที่ เป็นหนึ่งในทีมงานท่าแผนที่ประเทศไทย โยมพี่สาวคนนี้เล่าให้ฟังว่า เมื่อคุณพ่อกลับ
จากสารวจท่าแผนที่ ท่านจะนําเอกสารภาพวาดต่าง ๆ กลับมาทําต่อที่บ้าน และเป็นเพราะว่าเมื่อ
ก่อนนี้ยังไม่มีภาพถ่ายทางอากาศ จึงต้องใช้เอกสารมาก ลูกน้องของท่านสองคนที่ช่วยกันหาบแผนที่
มาเดินขาสั่นเลย และการรวบรวมเอกสารในสมัยนั้นไม่สะดวกสบายเหมือนในสมัยนี้ ที่เย็บกระดาษ
ก็ยังไม่มีใช้ มีแต่เข็มหมุดเท่านั้น ตอนนั้นก็ราว ๆ ๕๐ ปีที่แล้ว ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒
เล็กน้อย เข็มหมุดซึ่งคุณผู้หญิงใช้ในการตัดเย็บเสื้อผ้า เป็นของหายากในท้องตลาด มีใช้แต่ใน
หน่วยราชการเท่านั่น
โยมพี่เล่าให้ฟังว่า ทันทีที่คุณพ่อกลับมาจากสำรวจทำแผนที่ต่างจังหวัด ก็ใช้ท่านให้จัดเอกสาร
ใหม่ เอาเข็มหมุดที่กลัดกระดาษออกแล้วนำมาเข้ารูปเล่มในแฟ้ม เมื่อแกะเสร็จเรียบร้อย ปรากฏ
ว่าได้เข็มหมุดมาตั้งกำมือหนึ่ง ความที่เป็นเด็กผู้หญิงรักการเย็บปักถักร้อย ก็เลยหยิบเข็มหมุดของ
คุณพ่อไว้หยิบมือหนึ่ง เผื่อจะตัดเสื้อผ้าจะ
จะได้มีกลัด เพราะของพวกนี้เมื่อเบิกเอามาใช้แล้ว ไม่ต้อง
คืนก็ได้ เพราะเป็นของเล็กน้อย
มิถุนายน ๒๕๕๗ อยู่ในบุญ ๘๗