การตอบแทนในบิณฑบาต วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2559 ต้นทาง 677 หน้า 79
หน้าที่ 79 / 172

สรุปเนื้อหา

ที่นั่น เขาหัวเราะขำกันทั้งประเทศว่าเรื่องตลก กลับตาลปัตรแบบนี้เกิดขึ้นในโลกได้อย่างไร ชาวญี่ปุ่นเขานึกอย่างนี้ น เด็ก ๆ ของเราหลายคนไม่สบายใจ มา ถามหลวงพ่อว่าจะอธิบายเขาอย่างไรดี หลวงพ่อ ก็แนะนำว่า เรื่องนี้อธิบายไม่ยาก บอกเขาไปเลย ว่า ตามธรรมดาเวลารับสิ่งของของผู้ใด แน่นอน เราต้องตอบแทนเขา ถ้าเรารับของมาจากร้านค้า เราก็ให้เงินเขาไปตามราคาที่ตั้งไว้ ใครเอา ของมีค่ามากำนัล เราก็หาโอกาสตอบแทนเขา ด้วยของที่มีค่าใกล้เคียงกัน แล้วพระภิกษุตอบแทนอะไรหรือเปล่า? ความจริงท่านก็ให้ตอบแทนกลับไปเช่นกัน แต่ เราบางคนดูไม่ออก เพราะท่านตอบแทนกลับไป แบบพระอริยะ เรือ เรื่องการตอบแทนนี้พระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงก่าหนดว่า เมื่อพระภิกษุรับ บิณฑบาตแล้ว ไม่ให้ตอบแทนด้วยสิ่งของ แต่ ทรงเคี่ยวเข็ญพระภิกษุทางอ้อม ด้วยวัต

หัวข้อประเด็น

- การตอบแทนในบิณฑบาต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ที่นั่น เขาหัวเราะขำกันทั้งประเทศว่าเรื่องตลก กลับตาลปัตรแบบนี้เกิดขึ้นในโลกได้อย่างไร ชาวญี่ปุ่นเขานึกอย่างนี้ น เด็ก ๆ ของเราหลายคนไม่สบายใจ มา ถามหลวงพ่อว่าจะอธิบายเขาอย่างไรดี หลวงพ่อ ก็แนะนำว่า เรื่องนี้อธิบายไม่ยาก บอกเขาไปเลย ว่า ตามธรรมดาเวลารับสิ่งของของผู้ใด แน่นอน เราต้องตอบแทนเขา ถ้าเรารับของมาจากร้านค้า เราก็ให้เงินเขาไปตามราคาที่ตั้งไว้ ใครเอา ของมีค่ามากำนัล เราก็หาโอกาสตอบแทนเขา ด้วยของที่มีค่าใกล้เคียงกัน แล้วพระภิกษุตอบแทนอะไรหรือเปล่า? ความจริงท่านก็ให้ตอบแทนกลับไปเช่นกัน แต่ เราบางคนดูไม่ออก เพราะท่านตอบแทนกลับไป แบบพระอริยะ เรือ เรื่องการตอบแทนนี้พระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงก่าหนดว่า เมื่อพระภิกษุรับ บิณฑบาตแล้ว ไม่ให้ตอบแทนด้วยสิ่งของ แต่ ทรงเคี่ยวเข็ญพระภิกษุทางอ้อม ด้วยวัตรปฏิบัติ ที่ว่า เมื่อรับข้าวปลาอาหารของเขามา จะมาก น้อยเพียงไรก็ตาม เมื่อฉันเข้าไปแล้ว ท่านต้อง อุทิศกำาลังกายกำลังใจทั้งหมดของท่านเพื่อ ปฏิบัติธรรมให้เต็มที่ ศึกษาพระไตรปิฎกให้ เชี่ยวชาญ ตั้งใจรักษาศีล เจริญภาวนาให้มาก ๆ จนกระทั่งใจผ่องใส เมื่อใจผ่องใสเกิดปัญญา แล้ว ก็ให้เค้นความรู้ความสามารถที่ฝึกมาได้ เอามาเทศน์ให้ญาติโยมฟังเป็นการให้ธรรมทาน ซึ่งจัดว่าเป็นทานอันสูงสุด ต้องตอบแทนให้หมดและให้ยิ่งกว่า นี้คือเงื่อนไขที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง ผูกเอาไว้ เพราะฉะนั้นพอตักบาตรปุ๊บ ญาติโยม เขาก็ไหว้ เขาไหว้ด้วยวัตถุประสงค์ ๒ อย่างคือ อย่างที่ ๑. เพื่อเตือนว่า เมื่อหลวงพ่อ หลวงพี่ฉันอาหารของโยมเข้าไปแล้ว ต้องไป ศึกษาค้นหาความรู้ทางธรรมเอามาบอกโยมด้วย โยมไม่มีเวลาไปศึกษาธรรมะ หลวงพ่อหลวงพี่ มีเวลาปฏิบัติมาก รู้แล้วช่วยเอามาบอกกันด้วย แล้วก็ไหว้ขอบคุณล่วงหน้า อย่างที่ ๒. เขาประนมมือไหว้ด้วยความ เคารพในทาน เพราะเขารู้ว่าทานที่เขาให้แม้เป็น ข้าวทัพพีเดียว แกงซ้อนเดียว ก็สามารถส่งเสริม คุณธรรมให้เกิดขึ้นมาในโลกได้ เขาต้องการ ส่งเสริมให้คุณธรรมครองโลก ต้องการยืดอายุ พระพุทธศาสนา ไม่ได้คิดเป็นเงินเป็นทอง และ ไม่ได้เป็นเพราะสงสารว่าพระจะอด พระภิกษุก็เช่นกัน พอฉันเสร็จเรียบร้อย แล้ว ท่านก็ไม่ได้นึกว่าข้าวปลาอาหารนั้นมีมูลค่า กี่บาทกี่สตางค์ เพราะได้บวกศรัทธาเข้าไปด้วย แล้ว เลยตีราคาไม่ถูก ฉะนั้นพระภิกษุจึงต้องรับ เงื่อนไขว่า จะต้องปฏิบัติธรรมให้เต็มที่ เมื่อ รู้แล้วก็เอามาสอน มาแจกจ่ายกัน ไม่ใช่ฉันเช้า ไปแล้วก็เอน ฉันเพลแล้วก็นอน พอบ่ายก็ พักผ่อน กลางคืนก็จำวัด อย่าให้เขาพูดประชด ได้ว่าถือศีลหมู พอเรามองออกอย่างนี้แล้วก็ต้อง ทำให้ถูกต้อง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ตอบแทน ญาติโยมกลับไปด้วยธรรมทาน ซึ่งมีค่ายิ่งกว่า ค่าข้าวปลาอาหารที่เขาให้มา ยิ่งกว่าค่าสบงจีวร เวลาพระภิกษุรับบาตรจึงถูกห้ามเด็ดขาด ไม่ให้มองญาติโยมหรือมองเหม่อออกไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตีกันลูกของท่านไว้ อย่างรอบคอบ ขืนปล่อยให้มองเพลินไป เอ๊ะ! ตลอดจนหยูกยาที่เขาถวาย ด่ากุฏิ ค่าศาลา มือก็ขาว เล็บก็สวย ขอดูหน้าสักหน่อยเถิด ที่เขาสร้างถวายจะมีราคาสูงมากมายเพียงไร เดี๋ยวจะยุ่ง เพราะฉะนั้นไม่ว่าโยมผู้หญิง โยม มีนาคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๗๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More