ความสำคัญของกฎแห่งกรรม วารสารอยู่ในบุญ EU ปี 2559 ต้นทาง 677 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 172

สรุปเนื้อหา

มนุษย์ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่ทําความชั่ว และ จะได้ตั้งใจทําความดี ทําใจให้ผ่องใส สุดท้าย จะได้พ้นจากกิเลสอาสวะ แล้วเข้าพระนิพพาน เพราะฉะนั้นกฎแห่งกรรมก็คือกฎแห่งความจริง ที่ไม่ขึ้นกับความเชื่อ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ต้องเจอ และที่สําคัญก็คือ เราจะเชื่อตอนเป็น หรือจะไปเห็นตอนตาย ถ้าเชื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ เราจะได้ไม่ทำบาปแล้วตั้งใจทำบุญ แม้อาจยัง ไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะยังไม่เห็นว่านรก เป็นอย่างไร ก็เชื่อเพื่อเหนียวไว้ก่อนแล้วกัน เพราะถ้าเราเชื่อตอนเป็น เรายังมีทางแก้ไขได้ อะไรที่ไม่ดีก็อย่าไปทำ ที่เคยทำมาแล้วก็ลืม ๆ ไปเสีย แล้วตั้งใจทำความดีไปชดเชย แต่ถ้าตอน มีชีวิตอยู่ไม่เชื่อ พอตายแล้วตกนรกไปเจอ พญายมราช ถึงตอนนั้นจะกลับตัวก็ไม่ทันแล้ว ดังนั้นเราต้องเลือกแล้วว่า จะเชื่อตอนเป็น หรือ

หัวข้อประเด็น

- ความสำคัญของกฎแห่งกรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มนุษย์ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่ทําความชั่ว และ จะได้ตั้งใจทําความดี ทําใจให้ผ่องใส สุดท้าย จะได้พ้นจากกิเลสอาสวะ แล้วเข้าพระนิพพาน เพราะฉะนั้นกฎแห่งกรรมก็คือกฎแห่งความจริง ที่ไม่ขึ้นกับความเชื่อ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็ต้องเจอ และที่สําคัญก็คือ เราจะเชื่อตอนเป็น หรือจะไปเห็นตอนตาย ถ้าเชื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ เราจะได้ไม่ทำบาปแล้วตั้งใจทำบุญ แม้อาจยัง ไม่เชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะยังไม่เห็นว่านรก เป็นอย่างไร ก็เชื่อเพื่อเหนียวไว้ก่อนแล้วกัน เพราะถ้าเราเชื่อตอนเป็น เรายังมีทางแก้ไขได้ อะไรที่ไม่ดีก็อย่าไปทำ ที่เคยทำมาแล้วก็ลืม ๆ ไปเสีย แล้วตั้งใจทำความดีไปชดเชย แต่ถ้าตอน มีชีวิตอยู่ไม่เชื่อ พอตายแล้วตกนรกไปเจอ พญายมราช ถึงตอนนั้นจะกลับตัวก็ไม่ทันแล้ว ดังนั้นเราต้องเลือกแล้วว่า จะเชื่อตอนเป็น หรือว่าจะไปเห็นตอนตาย ถ้าให้แนะนำขอบอก ว่าเชื่อดีกว่า แล้วบาปกรรมก็อย่าไปทำเลย ทำความดีเยอะ ๆ จะได้ไม่ตกนรก ไม่ต้องไป อบาย จะได้ไปสวรรค์กัน ถ้าบุญเราเต็มที่เมื่อไร หมดกิเลสเมื่อไร จะได้ไปนิพพานกัน ผู้คนส่วนใหญ่เกรงกลัวกฎหมายหรือ กฏแห่งกรรมมากกว่ากัน? ถ้าในหมู่คนที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง เขาก็ยัง ไม่เชื่อว่ากฎแห่งกรรมมีจริง แต่ในเรื่องของ กฎหมายเขาสัมผัสได้ ถ้าทำผิดกฎหมายเดี่ยว ถูกปรับ บางทีก็ติดคุก เขาจะเกรงกลัวกฎหมาย มากกว่า แต่ถ้าเป็นคนที่เข้าใจความเป็นจริง เขาจะกลัวกฎแห่งกรรมมากกว่า ถ้าจะถามว่า พระอาทิตย์กับไฟในเตา คนกลัวความร้อน ของอันไหนมากกว่ากัน คนทั่วไปจะรู้สึกว่าไฟ ในเตาน่ากลัว เอามือแหย่เข้าไปเดี๋ยวจะไหม้ และรู้สึกว่าไฟในเตาร้อนกว่าดวงอาทิตย์อีก แต่ที่จริงดวงอาทิตย์ร้อนกว่ามาก กฎแห่งกรรม ก็เหมือนความร้อนจากดวงอาทิตย์ ที่ร้อน มากกว่าเยอะ แต่อาจจะไกลตัว ยังสัมผัสไม่ได้ ทันที ส่วนไฟในเตาใกล้ตัวกว่า ถ้าเอามือแหย่ เข้าไปพองทันที กฎหมายกับกฎแห่งกรรมก็คล้าย ๆ กัน แต่ว่าเราชาวพุทธทุกคนรู้หลักนี้แล้ว ก็ต้อง ไม่ทำผิดทั้งกฎหมายและกฎแห่งกรรม และให้ ตระหนักไว้ลึก ๆ ว่า กฎแห่งกรรมน่ากลัวกว่า กฎหมายเยอะ เพราะกฎหมายลงโทษได้หนัก ทีสุด คือ ประหารชีวิต รองลงมาก็จําคุกตลอด ชีวิต หรือจําคุกตามระยะเวลาที่ได้รับโทษ หรือ จ่ายค่าปรับ ซึ่งโทษหนักที่สุด คือ ประหารชีวิต นั่น โดนประหารแค่ครั้งเดียวเมื่อตายก็จบกัน แต่ถ้าโดนลงโทษตามกฎแห่งกรรม พอตายแล้ว ก็จะมีชีวิตขึ้นมาใหม่ด้วยอำนาจของกรรม แล้ว โดนลงทัณฑ์ทรมานต่อ ตายเกิดตายเกิดอย่างนี้ วันละหลายล้านทน เทียบกับกฎแห่งกรรม กฎหมายเหมือนกับของเด็กเล่นไปเลย ถึงได้ ถามว่าจะเชื่อตอนเป็นหรือว่าจะไปเห็นตอน ตาย จะปรับปรุงแก้ไขในขณะมีชีวิตอยู่หรือว่า จะดื้อถือดีไม่เชื่อเรื่องนรก สวรรค์ แล้วก็ท่าสิ่ง ที่ผิด ๆ สุดท้ายพอตายแล้วตกนรก ตอนนั้น จะบอกว่าเชื่อ จะไม่ทำอีกแล้ว ก็สายเกินไป กฏแห่งกรรมมีการลดโทษให้คนที่ ทำบาปบ้างไหม? กฎแห่งกรรมไม่มีการลดโทษ แต่ถ้าเรา ทำผิดแล้วสำนึกผิด และพยายามทำความดี มาชดเชย วิบากกรรมนั้นก็จะลดหย่อนลง ถ้า จะเปรียบสิ่งไม่ดีที่เราทำลงไปเหมือนกับการที่ เราเติมเกลือลงไปในน้ำ แล้วเราสำนึกผิด หยุด การทำบาป ไม่เติมเกลือ แต่สร้างบุญเยอะ ๆ ก็เหมือนกับเติมน้ำลงไปเยอะ ๆ น้ำเกลือก็จะ มีนาคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ ๘๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More