ข้อความต้นฉบับในหน้า
จริงของท่าน คำตอบง่าย ๆ แต่ใช่เลย
ถ้าไม่บอกบุญแล้วจะให้บอกบาปใช่ไหม
แล้วท่านก็ขยายความว่า “นึกถึงตัวเอง
กันสิว่า กว่าจะมาเข้าวัดได้ คุณยายรออยู่ที่
วัดปากน้ำตั้งหลายปี กว่าจะตามสมาชิกรุ่นแรก
มารวมกันได้ ก็ใช้เวลาตั้งหลายปีกว่าจะมา
ถึงวัด กว่าจะได้มาร่วมกันสร้างบุญ ตอนที่ยัง
มาไม่ถึงก็ไม่รู้ก่อเวรก่อกรรมอะไรกันมาบ้าง
เพราะตอนนั้นไม่มีใครมาชี้ให้ชัด ๆ ว่าบุญเป็น
อย่างไร บาปเป็นอย่างไร กว่าจะรู้บุญรู้บาป
ตั้งแต่จ่าความได้ไม่รู้ปั้มดตบยุงกันมาคนละ
เท่าไร”
เมื่อหลวงพ่อได้ฟังคำตอบแล้ว ก็หวน
นึกถึงคำสอนของคุณยาย เพราะคุณยายท่าน
จะหาโอกาสเตือนลูกศิษย์อยู่บ่อย ๆ ว่าให้ขยัน
สร้างบุญเป็นประจํา
คุณยายท่านให้เหตุผลว่า “มนุษย์เรากว่า
จะมารู้บุญบาปก็อายุมากกันแล้ว ในระหว่างนั้น
ตั้งแต่เล็กจนโตช่วงที่ยังไม่รู้บุญรู้บาป มนุษย์
มักจะทำบาปมาคนละไม่น้อย ถือว่าเป็นการ
เริ่มต้นชีวิตที่ติดลบ หนี้บาปที่ทำไว้ตั้งแต่เกิด
จนโตมันไม่สูญเปล่า มันจ้องส่งผลให้ชีวิตตกต่ำ
อยู่ตลอดเวลา คนอื่น ๆ เมื่อเกิดมาเขาก็มี
หนี้บาปเหมือน ๆ กับเรา เพราะฉะนั้นเราจะต้อง
หาทางตามพรรคพวกเพื่อนฝูงของเรามาวัด
กันให้เยอะ ๆ มาแล้วก็สอนให้เขาตั้งใจนั่งสมาธิ
ๆ
เขาจะได้เลิกทำบาป ชีวิตต่อไปของเขาจะได้
ก้าวหน้า" จากค่าสอนของคุณยายเราก็ต้อง
มาพิจารณากันต่อว่า ทำไมบาปจึงจ้องส่งผล
ให้ชีวิตตกต่ำาอยู่ตลอดเวลา
6
สาเหตุก็เพราะว่า ชีวิตของทุกคนตกอยู่
ภายใต้กฎแห่งกรรม ทุกสิ่งที่คิด ทุกอย่างที่ทำ
ทุกค่าที่พูด ไม่ว่าจะดีหรือชั่วก็ตาม การกระทำ
นั้น ๆ จะถูกบันทึกเก็บไว้ในใจทั้งหมด ภาพ
เหล่านี้ไม่สูญไปไหน แต่ถูกบันทึกเก็บไว้ใน
ลักษณะของผลบุญผลบาป พอถึงเวลาใกล้ตาย
มันจะกรอกลับมาฉายให้เราเห็น แล้วมันจะ
สรุปออกมาทั้งบุญทั้งบาป
ถ้าใครหาบุญไว้มาก สร้างความดีไว้มาก
ภาพบุญที่มีมากก็จะแซงหน้าบาปมาฉายให้
เห็นก่อน ยิ่งทำบุญไว้มากใจก็ยิ่งฉายภาพบุญ
ฉายเท่าไรก็ไม่หมด คนอย่างนี้เวลาตาย เขา
จะอิ่มบุญ ใจเขาใส แล้วจะไปดี ไปสุคติโลก
สวรรค์ หรืออย่างน้อยก็กลับมาเกิดเป็นมนุษย์
ในภพชาติถัดไป ไม่ไปเกิดในอบายภูมิ
ส่วนพวกที่เขาทำแต่บาป ไม่ค่อยทำบุญ
เวลาภาพก่อนตายกรอกลับมา ใจจะฉายแต่
ภาพลบ ๆ ให้เจ้าของเห็น เมื่อเห็นภาพบาป
ที่ตนเคยทำไว้ ใจจะขุ่นมัว ตายแล้วก็ไปไม่ดี
ไปทุคติ ไปอบายภูมิ
สิ่งที่เราประมาทไม่ได้ก็คือ เราไม่รู้ว่า
เราจะตายเมื่อไร ตายที่ไหน ตายอย่างไร เพราะ
ความตายไม่มีนิมิตหมาย เราจึงต้องขยัน
สร้างบุญ ซึ่งช่วงสร้างบุญให้มาก ๆ ก่อนที่ชีวิต
เราจะถูกความตายช่วงชิงไป เราจึงต้องทำบุญ
บ่อย ๆ และชักชวนเพื่อนฝูงมาทําบุญด้วย
ถ้าหากเรารักเพื่อนรักพวกพ้องก็ให้
ไปตามพวกเขามาวัด มานั่งสมาธิ มาฟังธรรม
เขาจะได้ทำบุญเป็น
ๆ
เมื่อเราทราบความจริงอย่างนี้ ก็ต้องมา
พิจารณากันต่อว่า ทำอย่างไรให้ภาพการทำ
ความดี ภาพการทําบุญ ฝังลึกอยู่ในใจเรา
จวบจนวาระสุดท้ายของชีวิต?
เพราะก่อนที่พวกเราจะมาถึงวัด เรามัก
จะทำกรรมดีแบบพอผ่าน ๆ ส่วนกรรมไม่ดี
บางทีก็ไม่ได้แค่ทำผ่าน ๆ แต่คิดวางแผนตั้งใจ
มีนาคม ๒๕๕๙ อยู่ในบุญ
๘๑