ข้อความต้นฉบับในหน้า
66
นิตยสารไทม์ (TIME Magazine) ฉบับวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ระบุว่า
ในสหรัฐอเมริกาคนอเมริกันจำนวนกว่าสิบล้านคนนั่งสมาธิอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มเป็น
สองเท่าของสิบปีก่อน สถานที่บางแห่งในนิวยอร์ก เปลี่ยนเป็นที่นั่งสมาธิจนคนเรียก
แถบนั้นว่าแถบของชาวพุทธ นักเรียนนั่งสมาธิก่อนเข้าห้องเรียนทุกเช้า นักกฎหมาย
นักธุรกิจ คนทำงานสาขาอาชีพต่างๆ นั่งสมาธิตามที่หน่วยงานของตนจัดขึ้น
อย่างสม่ำเสมอ
ดาราภาพยนตร์ นักการเมือง นักเขียน ต่างก็
ร
นั่งสมาธิ แม้แต่นักโทษในคุกก็มีห้องนั่งสมาธิ ผู้
พ้นโทษมาแล้วจะกลับเข้าคุกน้อยกว่าพวกที่ไม่ได้
นั่งสมาธิคนที่ไม่เชื่อเรื่องสมาธิกลายเป็นคนกลุ่มน้อย
ในสหรัฐอเมริกา คนเหล่านี้นั่งสมาธิเพราะสมาธิ
ทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย สุขภาพดีขึ้น ชีวิต
ดีขึ้น มีความสามัคคีปรองดองกันมากขึ้น และที่ลืม
ไม่ได้เลยก็คือ สถิติดังกล่าวเป็นตัวเลขเมื่อ ๕ ปีก่อน
ปัจจุบันเพิ่มจํานวนอีกกี่เท่าตัวก็ไม่ทราบ จากสถิติ
ของผู้สนใจการนั่งสมาธิอย่างมากมายมหาศาลของ
ผู้คนในโลกที่เจริญแล้วเช่นนี้ บ่งบอกว่า สมาธิไม่ใช่
เรื่องล้าสมัย แต่สมาธิคือสิ่งที่คนทันสมัยผู้หวัง
ความเจริญ หรือเจริญแล้วจึงใฝ่หา
นอกเหนือจากฝั่งอเมริกาแล้ว ในอีกซีกโลก
อย่างแอฟริกาใต้ การนั่งสมาธิกำลังเป็นเทรนด์
ยอดนิยมเช่นกัน ล่าสุดได้มีการจัดปฏิบัติธรรมใน
โครงการ The Middle Way รุ่นแรกของทวีป
แอฟริกาขึ้น ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม
และแน่นอนสมาธิเป็นประสบการณ์สากลที่ทุกคน
สามารถเข้าถึงได้เสมอเหมือนกัน ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะ
อยู่ทวีปใดหรือมีพื้นฐานความเชื่อใดก็ตาม ดังเช่น
เรื่องของคุณปีเตอร์ วีฮาน จากโจฮันเนสเบิร์ก
มหานครแห่งประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้
คุณปีเตอร์เล่าว่า “ผมโชคดีที่มีเพื่อนผู้หญิงไทย
คนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนที่ดี ได้แนะนำให้ผมมานั่งสมาธิ
กับพระภิกษุไทยที่วัดพระธรรมกาย โจฮันเนสเบิร์ก
ซึ่งผมได้มานั่งสมาธิต่อเนื่องทุกสัปดาห์ไม่ขาดเลย
เป็นเวลากว่า 6 เดือนแล้วครับ” ตอนฝึกสมาธิใหม่ๆ
ประสบการณ์ภายในของคุณปีเตอร์ไม่แตกต่างจาก
ผู้คนส่วนใหญ่นัก นั่นคือ หลับตาแล้วมีแต่ความมืด
แต่ความมืดของคุณปีเตอร์ไม่ได้มืดแบบธรรมดา
แต่คือความมืดแบบมีมิติ “มันมืดอย่างสมบูรณ์จริงๆ
เป็นความมืดที่กว้างใหญ่เท่าจักรวาล ผมรู้สึกเหมือน
กับว่า ผมหลงทางไปในอวกาศ มันเป็นความมืด
ผสมกับความว่าง สองอย่างในขณะเดียวกัน และ
ผมได้หลอมรวมไปกับความโล่งว่างที่มืดสนิทนั้น
แต่ผมก็ยังคงทำใจเฉยๆ เรื่อยไป
“แม้มืดซื้อมืดมิดก็มีสิทธิ์เข้าถึงธรรม” คำขวัญ
ประโยคนี้ยังทนทานต่อการพิสูจน์เสมอ ไม่ว่าจะจาก
เชื้อชาติไหน เผ่าพันธุ์ใดก็ตาม หนึ่งในผู้พิสูจน์
และได้ผลสรุปมาแล้วอย่างแจ่มชัด คือ คุณปีเตอร์
วีฮาน นั่นเอง เมื่อมีโครงการ The Middle Way
คุณปีเตอร์ วีฮาน ก็ได้สมัครเข้าร่วมโครงการด้วย
ทันที หลังจากที่ได้เข้าร่วมโครงการแล้ว คุณปีเตอร์
เล่าว่า “หลักสูตร The Middle Way เป็นหลักสูตร
ที่ดีมากครับ เริ่มจากง่ายๆ ให้สบายกาย สบายใจ
แล้วค่อยพัฒนาความละเอียดอ่อนของใจไปทีละน้อย
ผมชื่นชอบหลักสูตร The Middle Way จาก