ข้อความต้นฉบับในหน้า
๙๒
ยังไม่พอ อยากจะได้ดวงจันทร์แถมอีกสักดวงหนึ่ง
ถ้าจะได้ทั้งสุริยจักรวาลก็น่าจะดีเหมือนกัน ต่อไป
อยากจะครองทั้งเอกภพเลย ทั้งยูนิเวิร์สอยากจะได้
หมดเลย
ซึ่งตัวอย่างจริงๆ เกิดขึ้นมาแล้ว พระเจ้า
มันธาตุราช ในอดีตมีบุญเติมสั่งสมไว้มาก เกิดมา
เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ครองสมบัติทั้ง ๔ ทวีป
ยังไม่พอ อยากจะได้สวรรค์เข้าไปด้วย แต่บุญใน
ตัวมีมากพอ เลยได้ปกครองสวรรค์ชั้นแรก คือ
ชั้นจาตุมหาราชิกา สักพักอยากจะได้สวรรค์ชั้นที่สอง
คือชั้นดาวดึงส์ด้วย เป็นคนแต่ขึ้นสวรรค์ได้เป็นๆ เลย
พอขึ้นดาวดึงส์ได้ บุญในตัวมีเยอะ พระอินทร์ต้อง
แบ่งสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง เป็นมนุษย์แท้ๆ
ครองทั้งโลก
แล้วยังแถมสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกาทั้งสวรรค์ แล้ว
แถมชั้นดาวดึงส์ไปถึงครึ่งสวรรค์ ครองสมบัติอยู่นาน
อายุยืนมาก ยืนกว่าเทวดาอีก จนพระอินทร์เปลี่ยน
ไปตั้ง ๓๖ องค์แล้ว ปรากฏว่า ท้าวมันธาตุราช
วันดีคืนดีคิดว่า เอ๊ะ ทำไมเราจะต้องครองสวรรค์
แค่ครึ่งเดียว อยากจะได้หมด เลยวางแผนจะยึด
อำนาจจากพระอินทร์ แต่พอมีใจเป็นอกุศล ปรากฏ
ว่าใจหมอง บุญไม่หล่อเลี้ยงแล้ว ตกจากสวรรค์
ลงมาเลย
สมบัติทั้งโลกยกให้คนๆ เดียวยังไม่พอเลย
แถมสวรรค์ให้ยังไม่พอ ถ้าเอาตามความอยากละก็
เท่าไรก็ไม่รู้จักพอ ถ้าเกิดมีชาวไร่ ชาวนา กรรมกร
ไปได้ลาภลอยขึ้นมาสักล้านหนึ่ง เขาคงจะดีใจมาก
คิดว่าตัวเองรวยมาก แต่ถ้ามีมหาเศรษฐีโลก
รวยเป็นล้านๆ เกิดวันใดวันหนึ่งธุรกิจผิดพลาด
ทรัพย์สินเงินทองร่อยหลอลงไป เหลือเงินอยู่แค่
ล้านบาท มหาเศรษฐีใหญ่นั้นคงจะกลุ้มคิดอยาก
จะฆ่าตัวตายเลยทีเดียว ทำไมเงินเท่ากัน แต่คน
สองคนคิดไม่เหมือนกัน มีเงินล้านเท่ากัน แต่คน
หนึ่งดีใจแทบแย่ อีกคนกลุ้มแทบจะฆ่าตัวตาย
มันอยู่ที่ความรู้สึกยินดีพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่
มีแค่ไหน ถ้าหากไม่รู้จัก limit ไม่รู้จักพอใจในสิ่ง
ที่ตัวเองมีอยู่ละก็ จะกลุ่มทั้งชาติ มีทรัพย์เท่าไรก็
ไม่รู้จักพอ ยิ่งรวยก็ยิ่งกลุ้ม ยิ่งรวยก็ยิ่งอยาก เรา
ต้องแยกแยะตรงนี้ให้ดี ทรัพย์สินเงินทองจะต้อง
มาตอบสนองเพื่อให้เรามีความสุขในภพนี้ ใช้แสวง
บุญเป็นเสบียงติดตัวไปในภพเบื้องหน้า จนกระทั่งถึง
เป้าหมายอย่างยิ่ง คือพระนิพพานในที่สุด อย่างนี้
ถึงจะใช้ได้