ข้อความต้นฉบับในหน้า
๙๓
มีคนกล่าวไว้ว่า เงินเป็นบ่าวที่ดี แต่เป็น
นายที่เลว คือ ใครปล่อยให้ตัวเองเป็นทาสของเงิน
แล้วละก็ เมื่อนั้นจะมีความทุกข์มาก แต่เมื่อไรเรา
เป็นนายของเงิน คือ สามารถใช้เงินให้เป็นประโยชน์
ได้ทั้งในภพนี้และภพหน้า แล้วก็ประโยชน์อย่างยิ่ง
อย่างที่กล่าวไปแล้ว ก็จะมีความสุขในชีวิต ต้อง
ใช้สอยบริโภคเงินให้ถูกต้องตามบทบาทหน้าที่
ของมัน อย่าให้เงินเป็นนายเรา แต่เราต้องเป็นนาย
เงิน หาทรัพย์ได้ใช้ทรัพย์เป็น รู้ค่าของทรัพย์ แต่ก็
ใช้ได้อย่างเหมาะสม
เราคงเคยได้ยินมาบ้างว่า มีเศรษฐีบางคน
รวยมากเลย แต่เวลาไปซื้อมะม่วง ก็ไปซื้อมะม่วงที่
มันเริ่มเน่าแล้ว มันจะได้ถูกๆ เสร็จแล้วก็มาตัด
ส่วนเน่าออก กินส่วนที่เหลือ มันจะซ้ำ ๆ เละๆ บ้าง
ช่างมัน พอฝืนกินได้ จะซื้อมะม่วงดีๆ มากิน ก็
กลัวว่าเงินทองมันจะร่อยหลอไป อันที่จริงกิน
ตลอดชาติก็ยังไม่หมดแต่เขาก็พอใจจะบริโภคอย่างนี้
เพราะความตระหนี่ มีเงินทองเยอะแยะ เสื้อผ้ามี
อยู่เต็มตู้แต่ไม่ใช้ กลัวมันจะเก่า แล้วก็เอาผ้าขาดๆ
ปุๆ ปะๆ มาใช้ อย่างนี้มันเกินเหตุไป ปล่อยให้เงิน
ให้ทรัพย์สินมาเป็นนายเราเสียแล้ว
พวกเราชาวพุทธทุกคนจะต้องไม่ใช่คนที่จน
เพราะไม่พอ เราต้องรู้จักพอ หากใครยังมีทรัพย์น้อย
ก็ขวนขวายหาทรัพย์ แต่หาแล้วก็สามารถบริโภค
ใช้สอยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
มาถึงประเด็นหลักอีกประเด็นหนึ่งว่า แล้ว
ทำอย่างไรถึงจะรวยได้ คนจะรวยได้ต้องประกอบ
ด้วยเหตุสองประการ คือ
๑.
เหตุในอดีต ชาติก่อนๆ ทำบุญให้ทาน
ไว้เยอะ ก็เป็นเหตุให้ชาตินี้รวยได้ มีบางคนเป็น
นักบริหารรับจ้างไปบริหารบริษัทให้เขา เจ้าของ
...พวกเราชาวพุทธทุกคนจะต้องไม่ใช่
คนที่จนเพราะไม่พอ เราต้องรู้จักพอ
หากใครยังมีทรัพย์น้อย ก็ขวนขวาย
หาทรัพย์ แต่หาแล้วก็สามารถบริโภค
ใช้สอยได้อย่างถูกต้องเหมาะสม...