ข้อความต้นฉบับในหน้า
๘๕
ทั้งสองคนที่นำเข้าไปดู ขยี้ตาตัวเอง ก่อนจะถามว่า
“ทุกคนเห็นไหม นั่นน่ะ ตรงหัวเตียงของเด็ก มี
พระภิกษุห่มจีวรสีเหลืองส้มยืนอยู่ตรงนั้น” ทุกคน
มองเห็นว่ามีพระเดินอยู่รอบเตียงของลูกหลายรอบ
ก่อนจะหยุดยืนนิ่งๆ ที่หัวเตียง
ลูกตลอดมา
เมื่อโตขึ้น ลูกก็ได้มาศึกษาต่อและทำงานที่
ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มาพบรักและมีคู่ชีวิตที่นี่
สามีของลูกเป็นคนไทย เป็นคนใจเย็นมากๆ ลูกรู้สึกว่า
ตัวเองเป็นคนโชคดีที่ได้คู่ชีวิตอย่างเขา เราไปวัด
ด้วยกัน ว่าไงว่าตามกัน เขาทำกับข้าวอร่อย แต่ลูก
ทำกับข้าวไม่เป็น เราเป็นเจ้าภาพถวายภัตตาหาร
ประจำวันศุกร์ของวัดภาวนานิวเจอร์ซี ลูกเป็นคน
จัดเตรียม สามีเป็นคนปรุง ช่างเป็นชีวิตคู่ที่ลงตัว
มากเลยเจ้าค่ะ แต่ว่าตัวลูกเป็นคนมีลูกยาก แต่งงาน
เมื่อตอนอายุ ตั้งท้องครั้งแรกตอนอายุ ๓๙ ปี
เมื่อพยาบาลหายตะลึงแล้ว ก็พากันเดิน
เข้าไปเปิดผ้าคลุมหน้าของลูกและพยาบาลก็มีอารมณ์
อยากลองผายปอดลูกดู ผายปอดครั้งแรก ลูกก็ยังนอน
นิ่งเฉย ครั้งที่สองก็ยังนิ่งอยู่อีก และพอครั้งที่สาม
ลูกก็หายใจเฮือกหนึ่งขึ้นมา ทุกคนหัวใจพองโต
ด้วยความดีใจ พยาบาลรีบโทรศัพท์เรียกหมอใหญ่
กันอย่างโกลาหล แล้วเข็นตัวลูกออกจากห้องดับจิต และแท้งลูกถึงสองคน จนกระทั่งอายุ ๔๒ ปี จึง
ไปสู่ห้องพักฟื้น
พยาบาลทั้งสองผู้เห็นเหตุอัศจรรย์เข้า
เต็ม ๆ ตา ก็ผลัดกันเล่าเรื่องราวของพระภิกษุ
จีวรสีเหลืองส้มที่ห้องดับจิต ให้หมอและทุกคนใน
โรงพยาบาลฟังด้วยความตื่นเต้น ทั้งๆ ที่เขานับถือ
ศาสนาคริสต์ แล้วคำถามต่างๆ ก็พรั่งพรูมาว่า
“พระภิกษุรูปนั้นเป็นใคร มาจากไหน และมาช่วย
เด็กคนนี้ใช่ไหม” พวกญาติๆ ของลูก พากันตอบ
อย่างไม่ลังเลว่า “ใช่ พวกเราไปขอให้ท่านมาช่วย
และพระองค์นั้นปัจจุบันท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ ท่านอยู่
ที่วัดปากนํ้า”
เมื่อตัวลูกได้รับการรักษาหายแล้ว คุณป้าและ
แม่ก็พาหมอและพยาบาลของโรงพยาบาลมิชชั่น
ไปกราบหลวงพ่อวัดปากน้ำ ทันทีที่เขาเห็นหลวงพ่อ
วัดปากน้ำ เขาก็บอกว่า “นี่แหละ พระองค์นี้แหละ
๓๓
คลอดลูกคนที่สาม ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวปัจจุบันอายุ
๑๑ ขวบ หลังจากคลอดก็พาเขาเข้าวัดเลย ครอบครัว
ของเราชอบนั่งสมาธิกันมากค่ะ
ยายของลูก ท่านเป็นลูกสาวชาวอิสลาม ต่อมา
ภายหลังลูกสาวคนรอง คือ ป้ารอง ได้พามากราบ
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ทันทีที่ได้เห็นหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ยายก็เกิดความเลื่อมใส ศรัทธา และต่อมาก็ได้เปลี่ยน
มานับถือศาสนาพุทธ ยายเป็นคนใจดี มีเมตตาต่อ
ลูกหลาน แม้อายุท่านจะมาก แต่สุขภาพก็ยังแข็งแรง
ความจำแจ่มใส ไม่เลอะเลือน ท่านเสียชีวิตเมื่อ
ตอนอายุ ๙๖ ปี ด้วยโรคชรา
คุณแม่ของลูก ท่านศรัทธาหลวงพ่อวัดปากน้ำ
มากๆ และชอบทำบุญ อีกทั้งยังชอบชวนลูกน้องไป
ทำบุญด้วย ไปทำบุญทุกที่ ทั้งทอดกฐิน ทอดผ้าป่า
เป็นนักบุญสัญจรไปตามวัดต่างๆ เสมอๆ คุณแม่
ที่มาในห้องดับจิต และมาช่วยเด็กคนนั้นให้มี เสียชีวิตด้วยโรคเบาหวาน ตอนอายุได้ ๗๖ ปีกว่าๆ
ลมหายใจอีกครั้ง” พวกเขากราบหลวงพ่อวัดปากน้ำ
น
ส่วนคุณพ่อของลูกเป็นคนที่เรียนเก่งมากๆ
แล้วหลังจากนั้นก็หันกลับมานับถือศาสนาพุทธ ในบ้านจะมีเหรียญรางวัลเต็มไปหมด ท่านเป็นคน
และมาทำบุญที่วัดปากน้ำเป็นประจำ
ใจดี ใจเย็น แต่ไม่นับถือพระ และไม่นับถือศาสนา
ภายหลังได้ทราบจากท่านผู้ใหญ่ที่วัดปากน้ำว่า อะไรเลย ท่านเชื่อมั่นตัวท่านเอง ท่านเชื่อว่า ทุกคน
ลูกเป็นลูกยกคนสุดท้ายของหลวงพ่อวัดปากน้ำ และ
จะดีได้ด้วยตัวเอง ภายหลังท่านเสียชีวิตด้วยอาการ
หลวงพ่อวัดปากน้ำก็เป็นพ่ออัศจรรย์ ที่อยู่ในใจของ เส้นเลือดในสมองแตก ในวัย ๗๐ ปีเศษๆ