ข้อความต้นฉบับในหน้า
คราวหนึ่งหลวงพ่อสดบอกสมเด็จวัดโพธิ์ ตอนนั้นยัง
ไม่ได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช ท่านบอกว่า ต่อไปจะได้เป็นใหญ่
ในหมู่สงฆ์ แต่สมเด็จวัดโพธิ์ไม่เชื่อ หลังจากหลวงพ่อสด
สิ้นไปแล้ว พอปีที่ท่านได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช ท่านก็มา
กราบหลวงพ่อบนหอหลวงพ่อ ที่วัดปากน้ำ
ได้ไหม” ท่านรับปากว่า “ได้เจ้าค่ะ” หลังจากนั้นก็
พยายามทดลองทำอยู่นาน โดยอาศัยวิชชาธรรมกาย
จนกระทั่งสามารถทำจันทรคราสได้สำเร็จ ซึ่งคุณยาย
ทองสุก ล่าแดงปั้นได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า
“พระอาจารย์ (หลวงปู่วัดปากน้ำ) ตื่นขึ้นมาล้างหน้า
ก็บอกกับลูกศิษย์ว่า เอ วันนี้มีจันทรคราส ดิฉันก็
ตอบไปว่า ลูกเองที่เจ้าคุณพ่อใช้ให้ทำจันทรคราส
เพิ่งทำได้วันนี้ ทำตั้งแต่พระจันทร์เต็มดวงจนเหลือ
ครึ่งซีก พระจันทร์เกือบจะหมดถึงทำได้ ที่ทำได้
อย่างนี้ เดินฌานสมาบัติในกระจก ในหินก็แทรกได้
ไปได้ เม็ดฝนบนอากาศก็นับเม็ดฝนได้ จึงดำริใน
ใจว่า พระอาจารย์ที่เราเล่าเรียนวิชชานี้ เห็นจะ
ไม่มีที่ไหนอีกแล้วในพระราชอาณาจักรทั่วประเทศ
ไทย จะไม่มีพระสงฆ์องค์ใดที่สามารถสั่งสอนเราได้
ต่อให้ไปประเทศอินเดียอีก พม่าอีก เขมรอีก ก็ไม่มี
รู้ทีเดียวว่า พระอาจารย์เรานี่ไม่ใช่สงฆ์สามัญเสีย
แล้ว ที่รู้ก็เพราะเห็นด้วยตาเนื้อนะ วันหนึ่งฝนตก
พระอาจารย์กวาดฝนที่ตกในกุฏิ แลเห็นพระอาจารย์
โชติช่วงเลย ตัวฉันเองเห็นด้วยตาเนื้อ จึงทราบแน่ชัด
ว่า พระอาจารย์เรานี่ไม่ใช่สงฆ์สามัญ สงฆ์สามัญ
จะนับเม็ดทรายไม่ได้ จะเดินฌานสมาบัติไม่ได้
เข้านิโรธแทรกในหินไม่ได้ จะวิชชาสูงอย่างนี้ไม่ได้
เพราะพระอาจารย์ สูงที่สุดจะไปหาที่เปรียบปาน
อย่างนี้ไม่ได้อีกแล้ว”
แม่ชีธัญญาณี สุดเกษ แม่ชีผู้เป็นรัตตัญญู
และเป็นหัวหน้าแม่ชีวัดปากน้ำในปัจจุบัน
ซึ่งท่านมีหน้าที่ในการดูแลเรื่องอาหารและงาน
ครัวต่างๆ ของวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ท่านเล่าว่า
"มีครั้งหนึ่งพ่อของฉันมาเลี้ยงพระ แล้วหลวงพ่อก็
ถามว่า มีลูกกี่คน คนนี้ข้าขอไว้ แต่ท่านไม่ได้พูดว่า
จะให้ไปเป็นแม่ครัว แต่เณรที่อยู่ในโรงงานทําวิชชา
บอกว่า ดิฉันมีหน้าที่ตรงนี้โดย
ที่ตรงนี้โดยตรง เขาบอกว่า ใน
เหตุต้องมาดูแลเรื่องอาหาร เรื่องเสบียง ฉันไม่ค่อย
ได้นั่งธรรมะ ส่วนใหญ่จะอยู่แต่ในครัว หลวงพ่อ
ท่านจะเป็นคนถือศีลเคร่งมาก หมายถึงอะไรที่ผิด
ศีล หลวงพ่อจะไม่เอา เช่น นม เนย จะไม่ฉันเลย
ยืนอยู่บนดอกบัว ยืนอยู่ข้างละดอก รัศมีลุกขึ้น ถ้ายามวิกาลไปแล้ว มีอยู่วันหนึ่งเอาน้ำปานะเข้า