ข้อความต้นฉบับในหน้า
...ในตัวมนุษย์นั้นมีความไม่งามเป็นทุนเดิม ของแข็งที่ออกมาจากตัว ไม่ว่าจะเป็น
ขี้ไคล เป็นอุจจาระ ไม่มีสะอาดเลย กลิ่นที่ออกมาจากร่างกาย ก็มีแต่กลิ่นเหม็น เป็น
ของปฏิกูลทั้งสิ้น...
การได้ข้อสรุปที่ชัดเจนอย่างนี้ ขึ้นอยู่กับ
ประสบการณ์ในการทำสมาธิของแต่ละคน ว่ามี
มากน้อยแค่ไหน ถ้ามีประสบการณ์มากก็จะรู้จักใจ
ของตัวเองมาก
เราจะไม่เอาเรื่องผลการนั่งสมาธิมาเปรียบ
เทียบกันว่า “คนที่นั่งสมาธิได้ดีแสดงว่าเขามีบุญ
มากกว่าเรา หรือว่าเขาฉลาดมากกว่าเรา เพราะ
สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวกัน”
ในสมัยพุทธกาลก็เคยมีปรากฏว่า พระภิกษุ
รูปหนึ่ง พี่ชายของท่านเป็นพระอรหันต์ ตัวท่าน
เองมาบวชอยู่กับพี่ชาย เมื่อบวชผ่านหลายพรรษา
ก็เกิดจำอะไรไม่ได้ นั่งสมาธิก็ไม่ได้ เรียนธรรมะก็
ไม่ได้ เพื่อนที่บวชรุ่นเดียวกันเขาบรรลุธรรมถึงขั้น
เหาะได้ก็มีอยู่ไม่น้อย แม้สถานการณ์จะเป็นเช่นนี้
แต่ท่านก็ไม่มีความคิดที่จะลาสิกขา อย่างมากก็
รำคาญตัวเอง
พระพี่ชายชื่อว่า มหาปันถูก เป็นพระอรหันต์
แต่น้องชายชื่อว่า จุลปันถูก กลับกลายเป็นพระที่
จำอะไรไม่ได้ พระพี่ชายเห็นว่าน้องชายไม่อาจ
ขจัดกิเลสได้ คิดว่าน้องชายไม่เหมาะกับชีวิตใน
ทางธรรม จึงไม่ให้น้องชายไปลาสิกขา พระน้องชาย
ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงเดินไปร้องไห้เสียใจไป เพราะ
ถึงแม้จะนั่งสมาธิไม่ก้าวหน้า เรียนธรรมะไม่รู้เรื่อง
แต่ใจจะลาสิกขาก็ไม่มีแม้แต่นิดเดียว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบความจริงเข้า
จึงเสด็จไปหา และตรัสถามท่านจุลปันถกว่า “ร้องไห้
ทําไม”
ท่านจุลปันถกกราบทูลว่า “มาบวชเป็นพระ
เรียนธรรมะเท่าไรก็จำอะไรไม่ได้นั่งสมาธิก็ไม่เห็นผล
พระพี่ชายจึงไล่ให้ไปลาสิกขาเสีย”
พระพุทธองค์ทรงให้กำลังใจดีเหลือเกิน ท่าน
ตรัสว่า “เธอบวชถวายชีวิตให้กับพี่ชายของเธอ หรือ
บวชถวายชีวิตให้กับตถาคต”
ท่านจุลปันถูกตอบทันทีว่า “บวชถวายชีวิต
กับพระพุทธองค์” จึงได้คิดว่าการบวชไม่ได้เกิดด้วย
พระพี่ชายของตน แต่บวชเพื่อพระศาสนาของ
พระศาสดาต่างหาก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสต่อไปว่า “ในเมื่อ
ไม่ได้บวชถวายชีวิตให้พี่ชาย แต่บวชถวายชีวิตให้
ตถาคต ก็จงตั้งใจฝึกฝนต่อไป ไม่ต้องลาสิกขา
พอท่านจุลปันถกรู้ว่าไม่ต้องลาสิกขาเท่านั้น
กำลังใจที่ตกลงไป ก็ฟูขึ้นมา กลับกลายเป็นใจที่มี
แต่ความปีติยินดีขึ้นมาแทน แล้วพระองค์ก็ทรง
แนะวิธีทำสมาธิให้ใหม่ เป็นวิธีที่ไม่ต้องท่องจำอะไร
อีกทั้งง่ายและเหมาะสมสำหรับท่าน พระพุทธองค์
ทรงประทานผ้าขาวมาให้ท่านผืนหนึ่ง แล้วตรัสสอน
ให้พิจารณาผ้าขาวว่า “เธอจงลูบมือด้วยผ้าขาวผืนนี้
แล้วเธอจงพิจารณาว่าผ้าขาวผืนนี้จะเปลี่ยนเป็น
อย่างไร”
ท่านจุลปันถูกทำตามที่พระพุทธองค์สอน
ทุกประการ เดินไปก็ลูบผ้าไป พิจารณาผ้าไป พอ
เหงื่อออกตามตัวพักเดียว จากผ้าสีขาวสะอาดก็มี
รอยดำเปื้อนเกิดขึ้น ผ้าสีขาวก็หม่นหมองลงทันที
ท่านจึงได้คิดว่า "ร่ายกายของมนุษย์นั้น