ข้อความต้นฉบับในหน้า
๘
ภาพ : รูปหล่อทองคำพระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร)
ปากน้ำ ภาษีเจริญ” ก็เรียนจนหมดสิ้นความรู้ของครูอาจารย์ทุกสำนัก
ที่ผ่านมา
“มีต่อไปอีกไหมครับ” คำถามนี้เกิดขึ้นภายหลังจากบรรลุผล
สำเร็จตามขั้นสูงสุดของแต่ละสำนักกรรมฐาน เมื่อทำได้อย่างครูบา
อาจารย์แล้วมักจะถามเช่นนี้ แต่ทุกคำตอบที่ได้รับมีทำนองคล้ายคลึง
กัน
“หมดแล้ว เธอเรียนจนหมดความรู้ของฉันที่สู้ศึกษามานาน
ต่อไปนี้เธอมาช่วยฉันสอนศิษย์กันต่อไปเถอะ” พระอาจารย์กล่าว
ความรู้เพียงหางอึ่งแค่นี้จะไปสอนใครได้ ตัวเราเองยังจะเอาไม่
รอด ท่านเป็นแต่เพียงดำริขึ้นในใจโดยไม่กล่าววาจาใดออกมาแล้วก็
ลาจากทุกสำนัก ตระเวนข้ามเทือกเขาหลายลูกทั่วทุกทิศ เพื่อจะหา
เดินไปสู่ความสุข
ยอดกัลยาณมิตรสั่งสอนอบรมใจ ภายหลังที่ได้ศึกษากรรมฐานจาก
พระคณาจารย์ต่างๆ มามากพอสมควร ก็ไม่บรรลุธรรมดังที่หมาย มี
ความรู้สึกในใจเสมอว่าทางเหล่านั้นยังอ้อมเกินไป ควรจะมีทางที่ตรง
กว่านี้ เมื่อเป็นเช่นนั้นในที่สุดก็หันกลับมาเรียนด้วยตนเอง โดยศึกษา
จากตำราวิสุทธิมรรค ซึ่งเป็นแบบฉบับของการปฏิบัติ ตราบกระทั่ง
ท่านมาจำพรรษา ณ วัดโบสถ์(บน) บางคูเวียง และวันนี้เอง อยู่
ระหว่างกลางพรรษาพอดี ท่านเริ่มปรารภความเพียรในใจแต่เช้าตรู่
ก่อนออกบิณฑบาต
“เราบวชมานานนับได้ ๑๑ พรรษาเข้านี้แล้ว วิชชาของ
พระพุทธเจ้าเรายังไม่ได้บรรลุเลย ทั้งที่การศึกษาของเราก็ไม่เคย
ขาดสักวันทั้งคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ อย่าเลยเราควรจะรีบ
กระทำความเพียรให้รู้เห็นของจริงทางพระพุทธศาสนา หากไม่
เริ่มปฏิบัติก็จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ตกอยู่ในความประมาท” เมื่อกลับจาก
บิณฑบาต ก็รีบจัดการภารกิจต่างๆ จนหมดความกังวลใจ จึงได้
เข้าไปสู่โบสถ์ วัดโบสถ์(บน) บางคูเวียง โดยตั้งปณิธานไว้ในใจว่า หาก
เราไม่ได้ยินเสียงกลองเพลละก็จะยังไม่ลุกจากที่
ขณะนั้นประมาณเวลา ๒ โมงเช้าเศษๆ ภิกษุ “สด” เริ่มทำความ
เพียรทางใจหลับตาภาวนา “สัมมา อะระหัง” เวลาผ่านไปอย่างเชื่อง
ช้า เพิ่มความเป็นเหน็บและปวดเมื่อยขึ้นมาทีละน้อยๆ ถี่ขึ้นหนักเข้า
จนมีความรู้สึกว่า กระดูกทุกชิ้นส่วนเริ่มเขม็งเกลียวลั่นกร๊อบแทบจะ
ระเบิดหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ เพราะความเมื่อย ความกระวนกระวาย
ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย